ข่าว

"กอร์ปศักดิ์"ท้าฝ่ายค้านยื่นญัตติทุจริตตู้น้ำฯ

"กอร์ปศักดิ์"ท้าฝ่ายค้านยื่นญัตติทุจริตตู้น้ำฯ

29 ก.ค. 2552

"กอร์ปศักดิ์ ” โมโหถูกจี้ถามทุจริตตู้น้ำชุมชนพอเพียง ท้าฝ่ายค้านยื่นญัตติเชือด การันตีแทนน้อง บริสุทธิ์ 1,000 เปอร์เซ็นต์

(29ก.ค.) เวลา 12.45  น.นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทยเกาะติดตรวจสอบความไม่โปร่งใสในโครงการชุมชนพอเพียง โดยเฉพาะการจัดซื้อตู้น้ำพลังแสงอาทิตย์ให้ชุมชนใน กทม.ซึ่งแพงเกินจริงและไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาคม ว่า   ขณะนี้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตามที่เป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ เมื่อสรุปมาตนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการชุมชนพอเพียง คาดว่าจะเป็นต้นสัปดาห์หน้า ส่วนประเด็นเรื่องความไม่โปร่งใสที่ระบุว่าไม่ผ่านการทำประชาคมนั้นอย่าไปโทษทางชุมชนเขามาก เพราะการที่ชุมชนไม่ได้ประชุมร่วมกันนั้นเราเข้าใจได้ เพราะต่างคนต่างทำมาหากิน ไม่มีเวลา และคนที่จะต้องให้ความเห็นชอบคือฝ่ายทางราชการ ถ้าเป็นในต่างจังหวัดก็คือนายอำเภอ เมื่อนายอำเภอเซ็นต์อนุมัติมา ซึ่งมีอยู่กว่า 8 หมื่นชุมชน ทางสำนักงานคงไม่รู้และคงต้องเชื่อในสิ่งที่นายอำเภอเซ็นต์มา ทั้งนี้ใครจะเป็นคนบอกว่าทางชุมชนมีการประชุมมาไม่ครบ ในเมื่อเขาเซ็นต์มาว่าครบ ดังนั้นต้องเอาหลักฐานมาดู ถ้าฝ่ายที่กล่าวหาว่าชุมชนมาประชุมไม่ครบจริงก็รีบเอาหลักฐานมาให้ตน ๆ จะได้ไปตรวจสอบ

 นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เราเข้าใจความยากลำบาก เพราะมีชุมชนจำนวนมาก เช่น กรุงเทพมี 1,900 ชุมชน และไม่เคยได้รับโครงการแบบนี้ ในอดีตมีกองทุนเอสเอ็มแอลก็ไม่มีให้แบบนี้   เมื่อมีการไปกำหนดหลักเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นความเห็นชอบ ถ้าไปกำหนดหลักเณฑ์ว่าจะต้องมาประชุมกันไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ในกรุงเทพถือว่าทำได้ยาก จึงได้ลดให้เหลือ 50 เปอร์เซนต์ ที่ให้คนในชุมชนมาประชุมร่วมกัน ซึ่งต้องดูว่าจะมีชุมชนที่สามารถยื่นเรื่องเข้ามาได้หรือไม่ เพราะขณะนี้จาก 1,900 ชุมชน เพิ่งยื่นเรื่องมา 200 กว่าชุมชนเท่านั้น และโครงการที่มีเรื่องขึ้นมาก็อนุมัติไปเพียง 60 กว่าล้านบาท จากทั้งหมด 2 หมื่นกว่าล้านบาท

 " การตรวจสอบเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน  ผมไม่ตอบโต้ แต่ที่โยงไยว่ามีน้องรัฐมนตรีเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เป็นน้องผมเอง ผมอุตส่าห์ไปอ้อนวอนเขาให้มาช่วยงาน เพราะผมต้องการคนที่ไว้ใจได้เข้ามาช่วยดูโครงการและเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาเคยเป็นทั้ง ส.ว. ทั้ง ส.ส. แต่เข้ามาเป็นแค่ตำแหน่งรองผู้อำนวยการ เงินเดือน 4 หมื่นกว่าบาท ถ้ามีความไม่โปร่งใสก็ต้องหาข้อพิสูจน์มาสิ ผมจะได้ไล่น้องผมออก แต่จริง ๆ มันไม่ใช่ เพราะเขาไม่ได้เกี่ยวอะไร เขาแต่เพียงมีประสบการณ์เรื่องของชาวบ้านจึงจะเข้าใจดี ” นายกอร์ปศักดิ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าน้องไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่เป็นเครือข่ายของ ส.ก.และ ส.ข. ที่เป็นคนเสนอขายตู้น้ำให้ชุมชนและมาบริจาดเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์ใช่หรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ ย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า เกี่ยวเรื่องอะไร และเกี่ยวอย่างไร ถ้ามีการตรวจสอบแล้วตนจะแถลงข่าว

 เมื่อถามว่า โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่าเมื่อเปิดสภาสมัยสามัญจะยื่นเรื่องขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในกรณีนี้โดยระบุว่ามีความไม่ชอบมาพากลยิ่งกว่ากรณีสปก. 4-01 นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ดี ไม่มีปัญหา จะชัดหรือไม่ชัดก็เป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กัน

 ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะที่กำกับดูแลโครงการไทยเข้มแข็งซึ่งมีโครงการดังกล่าวอยู่ด้วย ยืนยันหรือไม่ว่าการดำเนินการยังไม่มีอะไรที่ส่อไปในทางที่ไม่โปร่งใส นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า   ไม่ทราบ เพราะการจัดซื้อจัดจ้างไม่ใช่หน้าที่ของเรา เพียงแต่วางกรอบให้ชาวบ้านไปตัดสินใจ ถ้าจะไปซื้อโต๊ะ ซื้อเก้าอี้คงไม่ได้ แต่ถ้าอยู่ในกรอบเศรษฐกิจพอเพียงก็ทำได้ ส่วนจะไปซื้อกับใคร เป็นเรื่องของประชาคม ไม่เกี่ยวกับทางโครงการ เพราะเราไม่ได้เป็นคนอนุมัติ สิ่งที่รัฐบาลจะช่วยให้เกิดความโปร่งใส ที่กำลังเร่งทำอยู่คือการเอาราคากลาง ส่งไปให้ประชาคมดู   ซึ่ง ต้องเข้าใจว่าขณะนี้การแข่งขันทางธุรกิจสูง นักธุรกิจต้องทำทุกวิถีทาง ส่วนจะร่วมมือกับใครเราไม่ทราบ แต่ถ้ามีเจ้าหน้าที่หรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องตนก็จะส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)สอบ

 เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่ทุกฝ่ายมุ่งมาที่นายกอร์ปศักดิ์ โดยดึงน้องชายขึ้นมาเพื่อสาวมาถึงตัวด้วย นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนทำงานก็มีปัญหามาตลอด เป็นเรื่องปกติ ไม่เป็นไร เราก็ตอบได้ ไม่ใช่เขานามสกุล “ สภาวสุ ” แล้วจะทำงานไม่ได้เลย อย่างนี้ก็ไม่เป็นธรรมเท่าไหร่ ซึ่งตนการันตีน้องชายของตนได้ 1,000 เปอร์เซ็นต์

 ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ประชาชนเริ่มนำเหรียญ 10 บาท มาใช้จำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมองว่ารัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอไม่ตอบ