ข่าว

‘ศรีวราห์‘ยัน‘ประวุฒิ’ไม่อยู่ในไทยมั่นใจหลักฐานเอาผิด

‘ศรีวราห์‘ยัน‘ประวุฒิ’ไม่อยู่ในไทยมั่นใจหลักฐานเอาผิด

20 ก.พ. 2559

“ศรีวราห์”ยันอดีตโฆษก ตร. ไม่อยู่ในไทย มั่นใจหลักฐานเอาผิด ม.157ได้ กรณีติดตั้งเสาส่งสัญญาณวิทยุบนตึกใบหยก ใช้ในกิจกรรมพิเศษโดยมิชอบ


          วันที่ 20 ก.พ.59 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวยืนยันว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ ถาวรศิริ อดีตโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะนี้ไม่อยู่ในราชอาณาจักร แต่ไม่มีผลกระทบในการเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังมีผู้ร้องทุกข์กรณีดำเนินการติดตั้งเสาส่งสัญญานวิทยุบนอาคารตึกใบหยก เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ในกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ เนื่องจากคดีนี้มีอายุความสูงถึง 15 ปี พร้อมมั่นใจมีพยานหลักฐานว่า พล.ต.อ.ประวุฒิ มีความผิดในกรณีนี้ ซึ่งได้รวบรวมพยานหลักฐานและส่งผลการสอบสวนถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แล้ว
 
          พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า สำหรับ พล.ต.อ.ประวุฒิ จะเข้าข่ายความผิดอื่นๆ อีกหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี ตอนนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ และนอกจาก พล.ต.อ.ประวุฒิ ก็ยังมีพยานหลักฐานที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งพลเรือน และข้าราชการ แม้ พล.ต.อ.ประวุฒิ จะเป็นอดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่กังวล เพราะทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ว่ากันตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามพยานหลักฐาน ไม่มีการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด




“ศรีวราห์”เรียกประชุมความมั่นคง ยันไม่พบไอเอสเคลื่อนไหวในไทย
 
         จากกรณีทางการของสหรัฐอเมริกามีหนังสือแจ้งเตือนการก่อเหตุของกลุ่มไอเอสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการแจ้งเตือนมาที่ประเทศไทยด้วย โดยเน้นจุดที่เป็นแหล่งผู้คนพลุกพล่านสถานที่สาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าบีทีเอส และห้างสรรพสินค้า ฯ และถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา
 
          พล.ต.อ.ศรีวราห์  ได้เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงประชุมที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ชั้น 20 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) โดยมีหน่วยงานจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ,กองบัญชาการตำรวจสันติบาล(บช.ส.) ,กองบัญชาการสอบสวนกลาง(บช.ก.) ,สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) และหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 
 
          มีรายงานว่า การประชุมดังกล่าว เป็นการประชุมเพื่อกำชับและสั่งการเฝ้าระวังกรณีที่ สตม. ได้รับการแจ้งเตือนจากทางการสหรัฐอเมริกา ว่า ไทยอาจตกเป็นเป้าหมายกลุ่มก่อการร้าย IS และได้มีหนังสือลับ ให้ยกระดับการรักษาความปลอดภัย รวมไปถึงมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยในวันมาฆบูชา ที่อาจมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีอาศัยโอกาสดังกล่าวสร้างความไม่สงบได้ โดยภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ
 
          ภายหลังประชุมเสร็จสิ้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันขณะนี้ทางการข่าวยังไม่พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มไอเอสในประเทศไทย หลังจากทางการสหรัฐฯแจ้งเตือนการก่อเหตุร้ายจากกลุ่มดังกล่าวในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามจะไม่ประมาท โดยได้มีการกำชับสั่งการ 16 ข้อมาตรการปฎิบัติให้กับกำลังพลหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวังป้องกันเหตุร้าย เช่น ลงพื้นที่เฝ้าระวังตามแหล่งชุมชน ห้างสรรพสินค้า แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งสถานที่สำคัญต่างๆ ส่วนกรณีชาวต่างชาติที่พำนักในไทยเกินเวลา หรือ โอเวอร์สเตย์(over stay) ที่อาจเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทาง สตม.ได้มีการตรวจสอบ เข้มงวดตามมาตรการที่สั่งการไปอยู่แล้ว 
 
          พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวยืนยันอีกว่า ขณะเดียวกันยังไม่พบข้อมูลว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุในลักษณะที่ทางการสหรัฐฯแจ้งเตือนแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางตำรวจสันติบาลที่ดูงานด้านความมั่นคงเป็นหลักก็ได้มีการจัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ต่อเนื่อง แต่ยังไม่ปรากฎความเคลื่อนไหวของกลุ่มใด ซึ่งการแจ้งเตือนก็เพื่อการตรวจสอบ จึงไม่มีความกังวลในเรื่องนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และไม่อย่างให้ประชาชนตื่นตระหนก
 
 
 
 
รองผบ.ตร.ระบุเอาผิด พรบ.คอมฯ อดีตนายทหารยศ “พล.ร.อ.” โพสต์ไลน์ซื้อขายตำแหน่งใน ตร. 
 
 
          พล.ต.อ.ศรีวราห์  กล่าวถึงกรณีอดีตนายทหารยศ พล.ร.อ. ได้โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่า จากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการโพสต์ข้อความทางแอพพลิเคชั่นไลน์ โดยระบุการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ได้มอบหมายให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวแล้ว และให้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก เป็นผู้ควบคุมดูแล 
 
          พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทาง ปอท. ได้รับเลขคดีไปดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ ในการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ขณะเดียวกันส่วนตัวมั่นใจว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง หรือวิ่งเต้น โดยเฉพาะสมัยที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ ส่วนจะมีการประสานอดีตนายทหารยศ พล.ร.อ. คนนี้เข้ามาสอบสวนหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวน 
 
          “ยืนยันตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ทุกขั้นตอน และทำการกฎหมาย เชื่อว่ากรณีดังกล่าวไม่เป็นการทำลายภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาสามารถคลี่คลายคดี ที่เป็นคดีสำคัญๆได้ทั้งหมด” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว