
ฟ้องครม.-นายกฯออกมติแปรรูปรฟท.ไม่ชอบ
บรรณวิทย์ - ไชยวัฒน์ ยื่นฟ้อง ครม. -นายก ฯ อภิสิทธิ์-รฟท. ออกมติครม.แปรรูปฟื้นฟูรฟท.ขาดทุนไม่ชอบขัด รธน. ปี 50 - พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ขณะที่เตรียมฟ้องแพ่ง - อาญา อีก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ มาตรา 157 เรียก ครม. จ่ายเงินคืน รฟท. 30 ล้าน
(29ก.ค.) ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ เวลา 11.00 น. พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สมัชชาคนจนแห่งประเทศไทย และอดีตประธานกรรมาธิการคมนาคมยุคสนช. และนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ เลขาธิการสมัชชาคนจนแห่งประเทศไทย และนายกฤษฎา วัฒนพงศ์ ทนายความ เดินทางมายื่นฟ้อง คณะรัฐมนตรี ( ครม.) , นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี , นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานกำกับนโนยบายด้านรัฐวิสาหกิจ , นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม , กระทรวงคมนาคม , การรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) และคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-7 เรื่อง กระทำการโดยมิชอบ
กรณีที่ครม.มีมติเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.52 ให้ปรับปรุงโครงสร้างบริหารจัดการเพื่อฟื้นฟูฐานะทางการเงินของรฟท.โดยให้โอนทรัพย์สินรฟท.มูลค่าหลายแสนล้านบาท ซึ่งเป็นสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ ภายใน 180 วันให้เอกชนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเดินรถไฟ และให้ รฟท.จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ และบริษัทเดินรถ ถือ รฟท. ถือหุ้นเต็มร้อยเปอร์เซ้นต์ อันเป็นการนำทุนบางส่วนของรัฐวิสาหกิจ มาแปรสภาพเป็นหุ้นบริษัท โดยมิชอบซึ่งขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 57 และ 87 ในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และขัดต่อ พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 รวมทั้งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305
โดยผู้ฟ้องทั้งสามขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนมติ ครม. ดังกล่าว และเพิกถอนผลอันเกิดจากการกระทำตามมติ ครม. ดังกล่าวด้วย
ขณะที่ศาลรับคำฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำที่ 1121/2552 เพื่อพิจารณาและมีคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ต่อไป
ขณะที่ พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวว่า คดีนี้ก็จะร้องขอให้ศาลไต่สวนกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวต่อไป หากเริ่มการโอนทรัพย์สินของรฟท.โดยตนและนายไชยวัฒน์ เตรียมพร้อมที่จะให้ข้อมูลต่อศาล รวมทั้งมีเอกสารยื่นประกอบและผู้แทนจากสหภาพการรถไฟฯ
อย่างไรก็ดีหลังจากยื่นฟ้องศาลปกครองแล้ว ก็เตรียมจะฟ้องคดีแพ่งและอาญากับนายกรัฐมนตรี , ครม.และผู้ว่า รฟท.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ต่อไป ซึ่งคดีแพ่งจะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้จ่ายคืนรฟท.โดยขณะนี้รัฐบาลระบุถึงตัวเลขค่าเสียหายจากการหยุดเดินรถ 2 วันมูลค่า 30 ล้านบาท
พล.ร.อ.บรรณวิทย์ กล่าวด้วยว่า ที่มาฟ้องคดีเพราะเราเป็นประชาชนที่เสียภาษีและได้รับความเสียหายจากการกระทำของครม.ซึ่งรฟท.เป็นสาธารณูปโภค โดยก่อนที่จะพิจารณาปรับปรังโครงสร้างเคยมีข้อตกลงไว้ว่าจะสอบถามข้อมูลจาก สหภาพ รฟท.ฯ แต่ ครม. กลับมีมติ.ออกมาเลย ขณะที่คนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อรับทราบเรื่องนี้ก็ตื่นตัวเช่นกัน และไม่เห็นด้วยกับการแปรรูป รฟท. ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติที่มีมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ก็เดินทางมาร่วมให้กำลังใจกับสมัชชาคนจน ฯ ดังนั้นขอให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบด้วย
“ เคยบอกไว้กันว่ารัฐบาลที่ผ่านมาเป็นอภิมหาทุจริตคอรัปชั่นแล้ว วันนี้สุดยอดอภิมหาทุจริตคอรัปชั่นอีก ซึ่งการที่รัฐบาลบอกว่าจะแก้ไขการขาดทุนก็ไม่ต้องปรับโครงสร้าง แค่ให้ความเป็นเอกภาพในการบริหารก็พอ ” พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าวและว่า ที่รัฐบาลบอกว่า รฟท. ขาดทุน ก็เนื่องจากห้ามขึ้นราคาค่าโดยสาร และห้ามรับพนักงานเพิ่ม ซึ่งเป็นการขาดทุนสะสมกว่า 10 ปี หลายหมื่นล้านบาท แต่วันนี้เมื่อให้เอกชนเข้าร่วมแล้วตั้งบริษัทลูก กลับยอมให้ปรับค่าโดยสารได้ 10 % และยังให้ขึ้นค่าธรรมเนียมได้ทุกปี 3 ปีอีก 10 % ดังนั้นถ้าขาดทุนแล้วทำไมทำเช่นนี้ ขณะที่โครงการอื่น เช่น แอร์พอร์ตลิ้งค์ ที่รัฐบาลทำมา ก็พบว่าที่ผ่านมาขาดทุนแล้ว 3 หมื่นล้านบาท แสดงว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลไม่ถูกทาง



