
ไฟไหม้ร้านซักรีดวอด3คูหา
19 ก.พ. 2559
เพลิงไหม้อาคารพานิชย์สูง 3 ชั้น เปิดเป็นร้านซักรีด ย่านพระราม2 เผาวอด 3 คูหา โชคดีคนงานหนีรอดหวุดหวิด ไร้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ตำรวจคาดสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.ท.บรรพต บุญวิศิษฎ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.บางมด ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในอาคารเลขที่ 43/1527 ซอยพระรามที่ 2/11 ถนนพระรามที่ 2 แขวงบางมดเขตจอมทอง กทม. หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร จำนวน 5 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ ความสูง 3 ชั้น ปลูกติดกันประมาณ 30 คูหา เจ้าหน้าที่พบแสงเพลิงและกลุ่มควันสีดำจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากบริเวณชั้นที่ 1 ของอาคาร ซึ่งประกอบกิจการรับซัก อบ รีด ประเภทผ้าขนหนูและผ้าปูที่นอนตามโรงแรม (ไม่มีชื่อร้าน) ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี โดยเพลิงได้ลุกไหม้ไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับซอยที่เกิดเหตุค่อนข้างคับแคบ เจ้าหน้าที่ชุดดับเพลิงจึงทำงานอย่างยากลำบาก ต้องลำเลียงสายยางและหัวฉีดมาระดมฉีดน้ำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เพลิงได้ลุกไหม้กองผ้าขนหนูและผ้าปูที่นอนซึ่งกองอยู่บริเวณชั้นที่ 1 เสียหายทั้งหมดจำนวน 3 คูหา
จากการสอบสวน นายเอก ชาวไทยใหญ่ อายุ 28 ปี คนงานร้านดังกล่าวให้การว่า เพิ่งมาทำงานได้ 1 สัปดาห์ และในวันนี้ตนพร้อมเพื่อนคนงานกว่า 10 ชีวิต เริ่มทำงานตามปกติ โดยแบ่งงานกันทำ มีทั้งซักผ้า อบผ้า และรีดผ้า ที่รับมาทำความสะอาดจากโรงแรมต่างๆ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 18.30 น. และเมื่อเลิกงานในช่วงเวลา 21.00 น. จึงแยกย้ายกันไปพักผ่อนในห้องพักที่บริเวณชั้นที่ 3 ต่อมามีเพื่อนคนงานเห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งมา และได้กลิ่นเหม็นไหม้ จึงรีบลงไปตรวจสอบ พบไฟกำลังลุกไหม้กองผ้า ด้วยความตกใจจึงตะโกนเรียกเพื่อนๆ คนงานให้รีบวิ่งหนีตาย และถือว่าโชคดีที่หนีได้ทัน โดยที่ไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย
ด้าน พ.ต.ท.บรรพต เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเจ้าของกิจการดังกล่าวเป็นใคร เนื่องจากคนงานส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าว และไม่ทราบชื่อเจ้าของ หลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวเจ้าของมาสอบปากคำ ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร อย่างไรก็ตาม จะประสานให้กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนจะประเมินค่าความเสียหายต่อไป.



