ข่าว

'บาท' ปีนี้อาจไม่อ่อนค่ามาก

'บาท' ปีนี้อาจไม่อ่อนค่ามาก

19 ก.พ. 2559

ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : 'บาท' ปีนี้อาจไม่อ่อนค่ามาก : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี

 
                      หากย้อนเวลากลับไปในช่วงปลายปีที่แล้ว จะเห็นได้ว่าตลาดมีมุมมองที่ค่อนข้างดีมากหรืออาจจะดีเกินไปต่อภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐ กอปรกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เองก็ขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 7 ปี แผนของเฟดที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายถึง 4 ครั้งในปี 2559 สวนทางกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของยูโรโซนและญี่ปุ่นอย่างชัดเจน  ส่งผลให้ผู้ค้าเงินส่วนใหญ่มองว่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ ต่อเนื่องในปีนี้ จึงเก็งกำไรโดยการซื้อเงินดอลลาร์ไว้เป็นจำนวนมาก
 
                      แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นอย่างที่คิด โดยหลังจากที่ตัวเลขจีดีพี ไตรมาสที่ 4 ของสหรัฐ ออกมาว่าขยายตัวได้เพียง 0.7% ประกอบกับการจ้างงานในเดือนมกราคมที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ตลาดเริ่มมีความกังวลกับเศรษฐกิจสหรัฐ และตั้งข้อสงสัยว่าเฟดจะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้จริงหรือไม่หรือเฟดอาจถึงขั้นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือเปล่า
 
                      เมื่อมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่แปลกที่จะเกิดการเทขายเงินดอลลาร์ที่เคยถือไว้เพื่อเก็งกำไรเป็นจำนวนมาก และตลาดเริ่มหันไปซื้อเงินสกุลหลักอื่นๆ เช่น ยูโรและเยน ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยแทน
 
                      ด้านเงินสกุลเอเชีย แม้ว่าเศรษฐกิจในแถบนี้จะยังอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่ก็ถือเป็นเป้าหมายของผู้ค้าเงินตราต่างประเทศเช่นกัน นั่นก็เพราะการเก็งกำไรบนเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างหนักในช่วงปีที่แล้ว กดให้ค่าเงินของกลุ่มประเทศเหล่านี้อ่อนค่าลงไปค่อนข้างมาก ดังนั้น ค่าเงินในเอเชียจึงมีความน่าสนใจในแง่มูลค่า (Valuation) ที่ราคาปัจจุบันอาจจะต่ำกว่าที่ควรจะเป็น บวกกับตลาดพันธบัตรเอเชียระยะสั้นที่มีกระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้ามาลงทุนต่อเนื่อง เพื่อเป็นการพักเงินไว้ชั่วคราว
 
                      ศูนย์วิเคราะห์ทีเอ็มบี มองว่าภาพที่ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายเคยคาดอาจไม่เกิดขึ้นแล้วในปีนี้ ศูนย์วิเคราะห์มองว่าค่าเงินบาทจะไม่อ่อนค่าลงมากมาตั้งแต่แรก ซึ่งค่อนข้างสวนทางกับมุมมองในตลาดส่วนใหญ่ เนื่องจากเราว่าเฟดจะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นได้
 
                      ด้านวิกฤตเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแตกต่างจากในช่วงปี 2551 ซึ่งเกิดจากการขาดสภาพคล่อง แต่ปัญหาในตอนนี้คือการมีสภาพคล่องล้นตลาดขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยเรามองว่าธนาคารกลางสหรัฐจะสามารถกลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้ในที่สุด (อย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้) แม้โอกาสจะน้อยลงมากก็ตาม
 
                      ดังนั้นศูนย์วิเคราะห์ยังมีมุมมองเหมือนเดิมว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าได้มากที่สุดที่ระดับ 36.30 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ภายในช่วงปลายปี 2559 เท่านั้น อย่างไรก็ดี เรายังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงต่อค่าเงินบาททั้งในขาขึ้นและขาลงอย่างใกล้ชิด โดยปัจจัยที่จะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย และการลดดอกเบี้ยของกนง. จะเป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าได้
 
 
 
---------------------
 
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : 'บาท' ปีนี้อาจไม่อ่อนค่ามาก : โดย...ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี)