
ศาลยกคำร้อง'ดนัย'ถอนมติเลือกเทนนิส
16 ก.พ. 2559
ศาลจังหวัดนนทบุรี ยกคำร้องกรณี 'ดนัย อุดมโชค' ร้องขอให้เพิกถอนมติการประชุมใหญ่ที่มีผลการเลือกตั้ง ระบุอยู่ในขั้นตอนที่ กกท.ในฐานะนายทะเบียน ลงมือตรวจสอบแล้ว
16 ก.พ. 59 ความคืบหน้าปัญหาการเลือกตั้งนายกสมาคมและกรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาเทนนิส ลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย ที่นายสมบัติ เอื้อมมงคล ชนะการเลือกตั้งเหนือ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกสมาคม 7 สมัย และอยู่ระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ดำเนินการตรวจสอบเรื่องสโมสรสมาชิก หลังมีการร้องเรียนว่ามี “สโมสรผี” เกิดขึ้นนั้น
ล่าสุดวันนี้ (16 ก.พ.) “ปิ๊ก” ร.ต.ท.ดนัย อุดมโชค อดีตนักเทนนิสชายมือ 1 ของไทย ในฐานะประธานสโมสรเทนนิสชวนชื่น สปอร์ตคลับ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ร้อง เดินทางไปยังศาลจังหวัดนนทบุรี ห้องพิจารณาคดี 16 คดีหมายเลขดำที่ พ 260/2559 ตามที่ร้องขอให้เพิกถอนมติการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559 วาระการเลือกตั้งของสมาคมกีฬาเทนนิส เมื่อวันที่ 23 มกราคม
ผู้พิพากษาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีไต่สวนคำร้องและพิจารณา ก่อนตัดสินยกคำร้องดังกล่าว โดยศาลพิเคราะห์แล้วว่าจากกรณีดังกล่าว กกท.ในฐานะนายทะเบียน ยังไม่ได้รับรองผลการประชุมทั้งตามพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 มาตรา 59 วรรคสอง บัญญัติว่า “ถ้านายทะเบียนเห็นว่ากรรมการสมาคมกีฬาตามวรรคหนึ่งผู้ใด มีฐานะ ความประพฤติ หรือคุณสมบัติไม่เหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมกีฬาหรือกระบวนการแต่งตั้งหรือเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมกีฬาขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับของสมาคมกีฬา นายทะเบียนจะไม่รับจดทะเบียนกรรมการสมาคมกีฬาผู้นั้นก็ได้” ผู้ว่าการ กกท. ในฐานะนายทะเบียนมีอำนาจที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าว กรณีไม่มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษามาใช้บังคับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1
ร.ต.ท.ดนัย เปิดเผยว่า สำหรับเหตุที่ไปยื่นคำร้องเมื่อวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ เพราะมองว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งโส ซึ่งมาขอให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาดและอีกเรื่องคือขอให้ กกท.อย่าเพิ่งรับรองผลการเลือกตั้ง โดยศาลพิจารณาแล้วได้ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีเหตุให้ต้องกระทำเพราะเห็นว่าสมาคม โดย พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร ประธานการเลือกตั้ง มายืนยันเอง หลังพบสิ่งผิดปกติในการเลือกตั้งและทำเรื่องร้องเรียนไปยัง กกท.แล้ว อย่างไรก็ตาม เป็นผลที่พอใจเพราะศาลรับรู้ถึงเรื่องนี้แล้ว การออกมาครั้งนี้ใช้เวลาตัดสินใจอยู่พอสมควรและมาในฐานะประธานสโมสร ที่อยากเห็นกระบวนการที่ถูกต้อง อยากเห็นวงการเทนนิสไทยพัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง และมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีสิ่งผิดปกติหลายอย่าง แม้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยตัวเองแต่ก็ติดตามข่าวมาตลอด
“ความไม่โปร่งใสมีอะไรหลายอย่าง เช่น มีการล็อกกันมาก่อนอยู่แล้วตั้งแต่แรก ส่วนตัวอยากทำอะไรให้วงการเทนนิสพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง การเป็นแบบนี้ทำให้วงการยังเดินไม่ได้เท่าไหร่ ถ้ามีความโปร่งใสมากขึ้นก็จะทำให้การทำงานสามารถตรวจสอบได้มากขึ้น ผมไม่ได้มาฟ้องใคร ผมมาเพื่อแจ้งว่าการเลือกตั้งไม่เป็นธรรมไม่ถูกต้อง ฉะนั้นจึงขอให้ศาลช่วยเช็กจากหลักฐานที่นำไปยื่น ซึ่งเปิดเผยไม่ได้ และอย่างที่ทราบกันแล้วคือ ทะเบียนสโมสรสมาชิกมันหายไปจากสมาคม ซึ่งกำลังหากันอยู่”



