
East Meets West
18 ก.พ. 2559
สุขภาพดีบาย มิ้งค์ ณัฏฐิ์ประภา : East Meets West
สัปดาห์ที่ผ่านมีการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนกันอย่างครึกครื้น มิ้งค์ได้มีโอกาสไปสัมผัสบรรยากาศถึงเยาวราชจึงไม่ลืมที่จะแวะไปหาของดีที่ร้านประจำ เมื่ออิ่มท้องด้วยบะหมี่ และซาลาเปาแสนอร่อยก็พร้อมที่จะไปเดินเล่นหาวัตถุดิบที่ร้านสมุนไพรเก่าแก่บนถนนมังกรที่ทุกครั้งจะต้องมา เลือกซื้อของดีมีคุณภาพที่นี่ ร้านแห่งนี้มีสมุนไพรจีนให้เลือกมากมายในราคาที่สมเหตุสมผล แม้กระทั่งลาเวนเดอร์แห้งก็มีตามฤดูกาลเท่านั้น น่าเสียดายว่าวันนี้ไม่มีจึงไม่ได้ซื้อไปทำขนม แต่ก็ยังมีอย่างอื่นที่น่าสนใจอีก เช่น ดอกไม้จีนแห้ง เห็ดหูหนูแห้ง กระเจี๊ยบแห้ง สาหร่ายทะเลแห้ง และอื่นๆ มิ้งค์ซื้อเก๋ากี่สีแดงสะดุดตามา เพราะของที่บ้านจะหมดพอดี มีเก๋ากี่ติดบ้านเอาไว้มีประโยชน์นำไปทำอะไรได้หลายอย่างทั้งอาหารคาว อาหารหวาน และเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นสลัด เต้าทึง น้ำสมุนไพร หรือจะใช้ปรุงรสน้ำแกงก็ดี
“เก๋ากี่” สมุนไพรเม็ดเล็กๆ สีแดงสวย หรือที่เรียกกันคุ้นหูว่า “โกจิเบอร์รี่” ที่เราจะพบเห็นอยู่ในอาหารต่างๆ นี้มีถิ่นกำเนิดมาจากเทือกเขาหิมาลัยในประเทศจีน สมุนไพรที่รับประทานกันมาแต่โบราณเป็นระยะเวลากว่า 2,800 ปี จึงเป็นที่รู้จักกันดีในแถบเอเชีย เพราะอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มหาศาล จนปัจจุบันนี้ผู้คนในประเทศอเมริกาเริ่มรู้จักสมุนไพรชนิดนี้ และเป็นที่นิยมอย่างมาก
เก๋ากี่ อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตี้ออกซิแดนซ์ในปริมาณที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับผัก ผลไม้ต่างๆ แถมมีวิตาวินซีสูงกว่าส้มถึง 500 เท่า และยังอุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 และวิตามินอี ใครที่กำลังไดเอทต้องรีบหาซื้อเก๋ากี่ไว้แล้ว เพราะมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนอาหารที่เรารับประทานเข้าไปจากไขมันให้เป็นพลังงาน จึงช่วยลดน้ำหนักได้ดี แถมยังเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย และอย่างที่ทราบกันดีว่าเก๋ากี่ช่วยบำรุงสายตาได้ดี ช่วยป้องกันสายตาจากแสงน้ำเงินที่ทำลายดวงตา ด้วยสารซิแซนทิน (Zeaxanthin) และยังช่วยรักษาอาการตาพร่า ตามัว อีกด้วย
ได้เก๋ากี่มาคราวนี้มิ้งค์จะเอาไปสร้างสรรค์เครื่องดื่มแปลกใหม่กว่าเดิม เพราะที่ผ่านมาก็จะนำเก๋ากี่ไปต้มในน้ำเดือดรอจนคลายความร้อนแล้วนำมาดื่ม ครั้งนี้ลองนำมาผสมกับชาเอิร์ลเกรย์ เพราะคิดว่านอกจากประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นแล้วรสชาติของทั้งสองสิ่งนี้น่าจะไปด้วยกันได้ดี ชาเอิร์ลเกรย์ เป็นการผสมกันระหว่างชาดำ (Black Tea) กับน้ำมันหอมระเหยตระกูลส้ม จึงเป็นชาผสม (Blend Tea) รสชาติอมเปรี้ยว ที่มีกลิ่นหอมละมุน ดื่มแล้วให้ความสดชื่น สามารถดื่มได้ทั้งวัน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากมะกรูดนี้จะช่วยกระตุ้นให้เอนไซม์ในกระเพาะอาหารหลั่งออกมาได้ดีขึ้น วิธีทำเพียงแค่ตักเก๋ากี่ 2 ช้อนชา ใบชาเอิร์ลเกรย์ 2 ช้อนชา ใส่ลงในกาน้ำชาขนาดเล็ก การชงชาด้วยใบชาจะทำให้ได้รับรสชาติที่เข้มข้น และความหอมของชาอย่างเต็มที่ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วเทผ่านที่กรองชาใส่ถ้วยชา ที่เหลืออย่าพึ่งทิ้งเก็บใส่กระติกน้ำไว้พกพา หรือเก็บใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้รับประทานภายหลัง รสชาติที่เข้ากันได้ดีของเก๋ากี่ที่เปรี้ยวนิดๆ และชาเอิร์ลเกรย์รสขมอ่อนๆ และยังหอมมะกรูด เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกชุ่มคอ เป็นการผสมผสานระหว่างของดีฝั่งตะวันออก และตะวันตก
พูคคุยหรือเสนอแนะความคิดเห็นต่างๆ กับ “มิ้งค์” ได้นะคะ ที่ [email protected] หรือไลน์ natprapa_ch



