
หิ้ว!มือฆ่าหั่นศพสาวเจ้าของสปาทำแผน
16 ก.พ. 2559
ตำรวจคุมตัวหนุ่มเชียงใหม่ไปทำแผนฯคดีฆ่าหั่นศพสาวเจ้าของร้านสปา หลังผู้ต้องหารับสารภาพโกรธแค้นผู้ตายคุยกับชายอื่น ก่อนใช้มีดแทงดับ-หั่นศพเผาอำพรางคดี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (16 ก.พ.) ที่บ้านเลขที่ 85/178 หมู่บ้านภัทรพรปาร์คโฮม ม.1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป2) พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายพิพัฒน์ กันธิมา อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 373/676 ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาคดี “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” โดยได้มีการฆ่าหั่นศพนางสุรีย์ อ่อนสนิท อายุ 46 ปี พร้อมทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ พบศพหญิงสาวถูกฆ่าและเผาภายในบ้านเลขที่ 85/178 หมู่บ้านภัทรพรปาร์คโฮม หมู่ที่ 1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยสภาพศพถูกหั่นเป็นส่วนจำนวน 6 ชิ้น จากการสืบสวนพบว่าผู้ตาย คือ นางสุรีย์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน สภาพศพขึ้นอืด ถูกไฟไหม้ โดยคนร้ายพยายามเผาศพเพื่อทำลายหลักฐาน
โดยจากการสืบสวนพบผู้ต้องสงสัยคือนายพิพัฒน์ ซึ่งเป็นแฟนกับผู้ตายได้อาศัยอยู่กินกันฉันท์สามีภรรยา โดยได้ทำธุรกิจร้านสปาในพื้นที่ จ.เชียงใหม่กับผู้ตายมาโดยตลอด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องสงสัย กระทั่งเมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมาได้พบตัวผู้ต้องสงสัย อยู่ที่สำนักวิปัสนาเกษตรใหม่ ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่
จากการตรวจสอบผู้ต้องสงสัยพบว่ามีบาดแผลถูกมีดบาดที่บริเวณมือทั้งหมดสองข้าง เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการควบคุมตัวเข้ามาสอบสวน ซึ่งจากการสอบสวนนายพิพัฒน์ สารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่านางสุรีย์ จริงเนื่องจากมีความขัดแย้งกันในเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวจึงได้เกิดการทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรงกระทั่งได้ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ก่อนทำการหั่นศพทำลายหลักฐานโดยการเผาเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สาเหตุที่ลงมือฆ่าผู้ตายนั้นเนื่องจากรู้สึกโกรธแค้นที่ผู้ตายได้มีการแอบไปคุยกับชายคนอื่น หลังจากที่ตนเองได้ไปทำงานหาเงินที่ต่างประเทศ และนำเงินมาให้ผู้ตายประมาณ 300,000 บาท ประมาณหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาหาผู้ตายที่บ้านและในช่วงกลางดึกผู้ตายได้เข้าไปอาบน้ำ
ในขณะนั้นตนซึ่งอยู่ภายในบ้านได้ยินเสียงไลน์โทรศัพท์ของผู้ตายดังขึ้นและได้เปิดโทรศัพท์ผู้ตายดูพบว่าผู้ตายได้มีการพูดคุยกับชายอื่นจึงรู้สึกโกรธแค้นเกิดการทะเลาะเบาะแว้งโดยได้มีการทำร้ายร่างกายผู้ตายก่อนที่ผู้ตายจะไปหยิบมีดมาเพื่อต่อสู้โดยมีดได้บาดบาดที่มือตนจึงเกิดโมโหแย่งมีดจ้วงแทงผู้ตาย 3-4 ครั้งทำให้ผู้ตายแน่นิ่งและเสียชีวิตไปทันที
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนรู้สึกโกรธแค้นและอยากทำลายหลักฐานจึงได้ทำการเลียนแบบในภาพบยนตร์และข่าวที่มีการฆ่าหั่นศพเพื่อทำลายหลักฐานโดยได้ใช้มีดภายในครัวนำมาหั่นศพผู้ตายใช้เวลาตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนจนถึงหกโมงเช้าของวันที่ 4 ก.พ. โดยทำการหั่นศพแบบไม่เคยรู้วิธีมาก่อน ก่อนที่จะนำชิ้นส่วนศพใส่ถุงโดยวางแผนที่จะนำชิ้นส่วนไปใส่รถยนต์ของผู้ตายที่จอดอยู่ในโรงจอดรถนอกบ้าน แต่เนื่องจากหากุญแจรถของผู้ตายไม่เจอ
ประกอบกับบาดแผลถูกมีดบาดที่มือเสียเลือดเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการเปลี่ยนแผน นำชิ้นส่วนศพที่หั่นทั้งหมดไปวางเรียงไว้บนเตียงนอนของผู้ตายในลักษณะประกอบเป็นร่างกายปกติ ก่อนจะนำเชื้อเพลิงที่เป็นไส้โคมลอยที่มีอยู่ภายในบ้านโดยได้มีการนำเทียนมาจุดเพื่อรอเวลาในการเผาจะทำให้เหมือนเกิดไฟไหม้ จากนั้นตนจึงได้รีบหนีออกไปโดยไม่รู้ว่าภายในบ้านไม่ได้เกิดเพลิงไหม้จนหมดก่อนที่จะหนีไปยังสำนักสงฆ์เพื่อที่จะขอทำการบวชเพื่อหลบหนีความผิด
"ตอนนี้ผมรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ได้ลงมือกระทำแต่ในวันนั้นที่ได้ลงมือก่อเหตุไม่ได้รู้สึกกลัวแต่อย่างใดมีเพียงแต่ความแค้นจนหน้ามืดตามัวจึงได้ลงมือก่อเหตุไป ทั้งนี้อย่างจะบอกว่าในสังคมโลกโซเชียลมีเดียมันอันตรายกับสังคมเป็นอย่างมาก” นายพิพัฒน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่บรรยากาศในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้มีประชาชนและชาวบ้านใกล้เคียงได้เดินทางเข้ามาดูเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาผู้ต้องหาเข้าไปในบ้านเพื่อชีร้ร่องรอยในการก่อเหตุ ซึ่งผู้ต้องหาได้ลงมือฆ่าผู้ตายและหั่นศพภายในห้องนอนก่อนที่จะลากศพออกมายังบริเวณห้องรับแขกและนำกลับไปเผาทำลายหลักฐานบนเตียงนอน โดยภายในบ้านยังมีคราบเลือดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ทั้งบริเวณตู้เย็น และห้องครัว



