
รถทัวร์ชนพ่วงดับ6เจ็บระนาว
16 ก.พ. 2559
เกิดอุบัติเหตุรถบัส 2 ชั้นชนกับรถ 18 ล้อ มีผู้เสียชีวิต 6 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก สาเหตุคาดหลับใน-แซงไม่พ้น
วันที่ 16 ก.พ.59 เมื่อเวลา 02.30 น. พ.ต.ต.ยุทธนา พุกสุข พนักงานสอบสวน สภ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ได้รับแจ้งเหตุรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้นชนกับรถพ่วง 18 ล้อ มีผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ที่บริเวณถนนพหลโยธิน ขาขึ้น หลักกิโลเมตรที่ 413 บ้านถนนงาม หมู่ 1 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร จึงเร่งรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน
ที่เกิดเหตุพบว่า ถนนพหลโยธินเปิดให้ใช้ช่องทางจราจรขาขึ้นทางเดียวจึงมีรถวิ่งสวนกันเนื่องจากช่องทางการจราจรขาล่องกำลังอยู่ระหว่างซ่อมแซมปรับปรุงทำถนนใหม่ ทำให้มีรถวิ่งสวนทางกันจำนวนมาก โดยในช่องทางรถล่องพบว่า รถบัสโดยสารสีขาว ของบริษัทเพชรประเสริฐ จำกัด สายแม่สอด-ตราด หมายเลขทะเบียน 10-2033 ตราด ชนประสานงาสภาพหน้ารถยับเยินติดอยู่กับรถพ่วง 18 ล้อ ของบริษัทโชคสิทธิการ จำกัด หัวลากหมายเลขทะเบียน 70-0677 นครสวรรค์ ตัวพ่วง ทะเบียน 80-8470 นครสวรรค์ที่สภาพหน้ารถเสียหายเช่นกันคนขับทั้ง 2 คัน เสียชีวิตติดอยู่ในรถ
จากการตรวจสอบภายในรถบัสปรับอากาศ 2 ชั้น ที่บรรทุกผู้โดยสารมาทั้งหมด 48 คนมีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 13 ราย และบาดเจ็บไม่สาหัสอีก 25 ราย ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลคลองขลุงไปก่อนหน้านี้ และส่งไปยังโรงพยาบาลกำแพงเพชร โดยมีผู้เสียชีวิต คือนายวิรัตน์ ชัยทอง 50 ปี คนขับรถทัวร์ นายไพทูรย์ สิทธิ์การ 56 ปี คนขับรถพ่วง นายวสันต์ สิทธิ์การ ผู้โดยสารรถพ่วง อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150/17 หมู่ 4 ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นพ่อลูก นายโคโคไนท์ ชาวเมียนมา นายชีปะ ชาวเมียนมา นางสาวอีเอ่อ ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นผู้โดยสารรถทัวร์
สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่ารถบัสโดยสารต้นทางออกจาก จ.ระยอง ในเวลา 16.30 น. มีจุดหมายปลายทางที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยเมื่อเวลา 22.30 น.มีการเปลี่ยนคนขับเป็นนายวิรัตน์ ชัยทอง ผู้เสียชีวิต ขณะแวะพักรับประทานอาหารที่ จ.สิงห์บุรี ส่วนรถพ่วงบรรทุกน้ำตาลทรายเต็มคัน กำลังจะนำไปส่งที่จ.พระนครศรีอยุธยา
เบื้องต้นได้ ให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างนำศพ ผู้เสียชีวิตทั้ง 6 ราย ส่งโรงพยาบาลคลองขลุง เพื่อให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุในครั้งนี้ สันนิษฐานเบื้องต้นว่าก่อนเกิดเหตุรถบัสโดยสารอาจจะแซงรถด้านหน้า แต่รถถูกล็อกความเร็วไม่สามารถเร่งเครื่องได้มาก จึงหลบไม่พ้นชนประสานงากับรถพ่วงที่วิ่งสวนมาดังกล่าว หรืออาจเป็นเพราะคนขับหลับใน ซึ่งจะต้องรอสอบสวนผู้โดยสารและพยานแวดล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



