ข่าว

สัมพันธ์เวียดนาม-ลาว ถูกท้าทาย

สัมพันธ์เวียดนาม-ลาว ถูกท้าทาย

16 ก.พ. 2559

สัมพันธ์เวียดนาม-ลาว ถูกท้าทาย : คอลัมน์ โลกสาระ โดย... กวี จงกิจถาวร

 
          ในอดีต เวียดนามและลาวมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ร่วมกันทางการเมืองมายาวนานในฐานะเป็นประเทศสหายคอมมิวนิสต์และได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาตลอด ชัยชนะของพรรคคอมมิวนิสต์ลาวในปี ค.ศ.1975 นั้น มีเวียดนามอยู่เบื้องหลังเป็นสหายช่วย
 
          ในปัจจุบันทั้งสองประเทศได้มีการพัฒนาและปฏิรูปเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เรียกได้ว่าเกือบเต็ม เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนและได้รวมกระบวนการบูรณาการเศรษฐกิจกับประชาคมอาเซียน
 
          ทั้งสองประเทศกลายเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงมาก
 
          ในอันดับต้นของเอเชีย ธนาคารโลกได้เรียกเศรษฐกิจลาวว่าเป็นเสือน้อยตัวใหม่
 
          ทั้งสองประเทศต้องเผชิญความท้าทายเหมือนกันคือจะปฎิบัติตัวอย่างไรกับเพื่อนบ้านยักษ์ใหญ่ประเทศจีนที่อยู่ข้างบ้านทางทิศเหนือ ในช่วงที่ลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังเฟื่องฟู ทั้งสามประเทศเป็นสหายรักมีความสามัคคีและภราดรภาพ ต่อมาความขัดแย้งระหว่างจีนและเวียดนามที่พยายามเก็บกดกันมานานก็ระเบิดตัวออกมาในรูปของการทำสงครามชายแดนในปี ค.ศ.1979 ทำให้มิตรภาพสามสหายต้องพังทลายลง
 
          ต่อมาหลังสงครามเย็น สามประเทศนี้ได้พยายามสร้างสายสัมพันธ์ใหม่ที่มีแรงจูงใจทั้งด้านเศรษฐกิจเข้ามาเป็นปัจจัยหลัก จีนได้ก้าวหน้าและพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วจนเป็นที่ชื่นชมของบรรดาสหายคอมมิวนิสต์ที่ได้ตัดสินใจมุ่งเดินหน้าปฎิรูปเศรษฐกิจโดยเลียนแบบจีน และเพิ่มหรือเสริมแต่งให้เข้ากับสภาพการเมืองภายในประเทศ
 
          อิทธิพลจีนพร้อมกับอำนาจเศรษฐกิจแพร่ขยายไปทั่วโลกในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยเฉพาะบรรดาประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายที่มีชายแดนติดกับประเทศจีน ซึ่งมีอยู่ถึง 14 ประเทศ จึงไม่แปลก จีนต้องเข้ามามีบทบาทในการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจในลาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
          ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ลาวมีความใกล้ชิดกับจีนมากขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องมาจากความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและการลงทุน โดยเฉพาะทางด้านโครงสร้างใหญ่ เช่น เขื่อน โรงงานไฟฟ้า ถนนหนทางและเครือข่ายคมนาคมทั่วประเทศ รวมทั้งแผนงานล่าสุดในการสร้างทางรถไฟสายด่วนจากเมืองคุนหมิงภาคใต้ของจีนมายังนครเวียงจันทน์ ในอนาคตเส้นทางรถไฟนี้จะต่อกับของไทย มาเลเซียและไปลงเอยที่สิงคโปร์
 
          ในช่วงที่ผ่านมา เวียดนามต้องอดทนและพยายามยับยั้งตัวเองไม่เข้ามาเพิ่มแรงกดดันหรือแทรกแซงการเมืองภายในลาว ปล่อยให้ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในคณะกรรมการกลางนั้นหาความสมดุลกันเองระหว่างอำนาจต่างๆ
 
          ในการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์ลาวที่นครเวียงจันทน์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ปรากฏว่ารองประธานประเทศบุนยัง วอละจิต ได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานคนใหม่แทน จุมมะลี ไชยะสอน ต้องพ้นออกจากหน้าที่ อีกไม่นานจะมีการประกาศคณะรัฐบาลใหม่ที่คาดว่าจะมีตัวนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่
 
          กลุ่มใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทในช่วงที่ลาวเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ จะเป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิดกับผู้นำเวียดนาม ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เช่นกัน
 
          มีแนวทางอนุรักษนิยมเหมือนกัน คืออยากเห็นการปฏิรูปเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
 
          ลาวเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ ในอาเซียนต้องพยายามสร้างดุลยภาพของสัมพันธ์กับยักษ์ใหญ่ข้างบ้าน ปีนี้ต้องติดตามดูว่าประธานอาเซียนจะมีท่าทีอย่างไรในการจัดการเรื่องข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ระหว่างอาเซียนกับจีน โดยเฉพาะในเวลาที่ต้องออกแถลงการณ์ร่วมท่าทีของอาเซียนออกมา
 
          อีกไม่นาน ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ลาวและเวียดนามจะพบกัน เพื่อประสานนโยบายและผลประโยชน์แห่งชาติให้มีความพ้องจองกัน ประเด็นนี้สำคัญเพราะการทูตในภูมิภาคกำลังมีการเปลี่ยนแปลง หาพรรคหาพวก มหาอำนาจเช่นจีนและสหรัฐอเมริกาพยายามเต็มที่ในเรื่องความเชื่อมโยงกับอาเซียน
 
          ในที่สุดเวียดนามและลาวต้องพยายามรักษาและพยุงสัมพันธ์ทวิภาคีให้มันอยู่รอดปลอดภัยต่อไป ภายใต้การเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดของจีน ทั้งสามประเทศรู้ดีว่าการประจัญหน้าไม่ว่าจะเป็นไปในบริบทอาเซียน หรือข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ล้วนแต่จะสร้างความอับอายให้แก่ประเทศทั้งสามในค่ายเดียวกัน (แม้กระทั่งจีนและเวียดนามยังต้องปรามตัวเองในฐานะเป็นพรรคคอมมิวนิสต์เหมือนกัน)