
รวบหนุ่มหั่นศพสาวเจ้าของสปา
15 ก.พ. 2559
จับหนุ่มเชียงใหม่ฆ่าหั่นศพเมียสาวเจ้าของร้านนวดสปา กบดานสำนักปฏิบัติธรรม สารภาพชำแหละ 6 ส่วน อ้างไม่ตั้งใจฆ่า หลังทะเลาะเหตุหึงหวง
15 ก.พ. 59 ความคืบหน้ากรณีมีผู้พบศพนางสุรีย์ อ่อนสนิท อายุ 46 ปี เจ้าของร้านนวดสปา “จัสมิน” อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถูกคนร้ายฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วนออกเป็น 6 ชิ้น เตรียมเผาอำพรางคดี เหตุเกิดภายในบ้านเลขที่ 85/178 หมู่บ้านพัชรพรปาร์คโฮม หมู่ 1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของผู้ตาย แต่ไฟไหม้เพียงเล็กน้อยไม่ลุกลามถึงศพ จากการตรวจสอบคาดว่า ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 10 วัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งปมชู้สาว กับขัดแย้งธุรกิจ ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผกก.1 บก.สส.ภ.5 พ.ต.ท.ไกรศรีจุฬพรรค์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฐานันดร วิทยาวุฑฒิกุล นักวิทยาศาสตร์ สบ 3 พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยเบื้องต้นได้ขจัดคราบเขม่าควันที่กระจายอยู่ทั่วบ้านเพื่อหารอยนิ้วมือแฝงของตัวคนร้ายและรอยลากศพ ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าคนร้ายได้ฆ่าและหั่นศพผู้ตายภายในห้องนอนก่อนจึงลากศพออกมาเพื่อจะนำไปทิ้งทำลายหลักฐาน ก่อนคนร้ายจะเปลี่ยนใจลงมือเผาศพภายในบ้าน
พ.ต.ท.ฐานันดร กล่าวว่า จากการตรวจชันสูตรศพ พบว่าถูกฆ่าและตัดชิ้นส่วนศพเป็น 6 ชิ้น แยกเป็นส่วนหัว ลำตัว แขน และขา บรรจุถุงพลาสติก โดยเชื่อว่าตอนแรกคนร้ายตั้งใจนำชิ้นส่วนศพใส่รถไปทิ้งข้างนอก แต่ภายหลังเปลี่ยนใจ โดยใช้เทียนไข และเชื้อไฟของไส้โคมลอย ตั้งเวลาจุดไว้หวังที่จะให้ไฟไหม้ทั้งที่นอน ศพ และบ้าน เพื่ออำพรางคดี เพราะกว่าไฟจะไหม้นั้นต้องใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง แต่เนื่องจากตัวบ้านค่อนข้างปิดมิดชิด ทำให้ออกซิเจนภายในบ้านมีน้อย เมื่อออกซิเจนหมดจึงทำให้ไฟดับ หลังจากไฟไหม้เป็นบางส่วน ช่วงนั้นเองคนร้ายก็หลบหนีไปโดยไม่ทราบว่าศพไม่ได้ถูกไฟไหม้ แต่ด้วยชิ้นส่วนศพส่วนหนึ่งถูกไฟไหม้เสียหาย และเริ่มเน่าเปื่อย ทำให้ระบุตัวผู้เสียชีวิต และวิธีการฆาตกรรมได้ไม่ชัดเจน จึงต้องเก็บวัตถุพยาน และหลักฐานต่างๆ ก่อนที่จะส่งชิ้นส่วนศพทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์ที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายพิพัฒน์ กันธิมา อายุ 41 ปี จึงติดตามไปจับกุมตัวที่บ้านพักในย่านถนนมหิดล ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงได้รับแจ้งจากญาติว่า นายพิพัฒน์ไปปฏิบัติธรรมที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเดินทางไปยังสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าว และควบคุมตัวนายพิพัฒน์ไว้ได้ และนำตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพิพัฒน์ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือชำแหละชิ้นส่วนศพนางสุรีย์จริง ซึ่งตนกับผู้ตายนั้นอยู่กินด้วยกันมานานหลายปีแล้ว ก่อนหน้านี้ตนทำงานก่อสร้างอยู่ในประเทศตุรกี เดินทางไปมาระหว่างไทยและตุรกีบ่อยครั้ง ช่วงที่ทำงานอยู่ก็ส่งเงินมาให้นางสุรีย์ใช้จ่ายไม่เคยขาดเป็นจำนวนหลักล้านบาท หลังกลับจากตุรกีได้เพียงเดือนกว่าๆ ก็มาอยู่กับผู้ตายที่บ้านหลังเกิดเหตุ และทราบว่าผู้ตายนำเงินไปลงทุนเป็นร้านนวดจนหมด
นายพิพัฒน์ให้การต่อว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ขณะที่นางสุรีย์เข้าไปอาบน้ำนั้น ก็มีเสียงแอพพลิเคชั่นไลน์จากโทรศัพท์มือถือดังตลอด ด้วยความสงสัยจึงเปิดดู ก็พบว่ามีการพูดคุยกับชายหนุ่มคนอื่นลักษณะชู้สาว หลังจากนางสุรีย์อาบน้ำเสร็จ จึงได้สอบถามนางสุรีย์ ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง กระทั่งบันดาลโทสะลงมือตบตี เพราะคิดว่านางสุรีย์นำเงินที่ส่งมาให้ใช้จ่ายและเก็บไว้ นำไปเลี้ยงดูชายอื่น ต่อมานางสุรีย์เดินไปหยิบมีดมาข่มขู่ จึงเข้าแย่งมีดทำให้ถูกมีดบาดที่มือซ้าย ขณะยื้อแย่งกันทำให้มีดพลาดแทงเข้าลำตัวนางสุรีย์ ก่อนจะล้มลงกับพื้นและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
"ผมไม่ได้ตั้้งใจฆ่า ผมกลัวความผิดและคิดว่าจะจัดการหาวิธีอำพรางคดีดังกล่าวไม่ให้ถูกจับได้อย่างไร ประกอบกับเคยดูหนังเกี่ยวกับคดีฆ่าหั่นศพมาก่อน จึงเลียนแบบหนังดังกล่าว ด้วยการหั่นศพออกเป็นชิ้นๆ แล้วตั้งใจจะนำไปทิ้งลงในแม่น้ำปิง และแม่น้ำอื่นๆ โดยแยกชิ้นส่วนกันไป แต่เพราะมือเจ็บ จึงทำให้หั่นศพได้เพียงแค่ 6 ชิ้นเท่านั้น จากนั้นจึงได้หาหนทางใหม่ ให้ดูเหมือนว่าที่บ้านเกิดไฟไหม้ และนางสุรีย์ถูกไฟคลอกเสียชีวิต จึงได้วางแผนเพื่อเผาอำพราง ด้วยการนำเทียนมาวางไว้บนไส้ที่ใช้สำหรับจุดโคมลอย จากนั้นก็ได้หลบหนีออกไปบวชที่สำนักปฏิบัติธรรม ก่อนจะถูกติดตามจับกุมดังกล่าว



