
'สมยศ'ควบนายก-ประธานเชิ้ตดำ
15 ก.พ. 2559
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่นายกบอลไทย ตั้งตัวเองเป็นประธานผู้ตัดสิน พร้อมสั่งฟันโทษ 'แบนตลอดชีวิต' หากเปารับสินบน
15 ก.พ. 59 ที่ตึกเฉลิมพระเกียรติ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลาง ที่แต่งตั้งโดยฟีฟ่า เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการกลางครั้งสุดท้ายก่อนหมดวาระในวันเดียวกัน พร้อมเชิญผู้ชนะการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลและสภากรรมการชุดใหม่ คือ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายก ร่วมประชุมด้วย
หลังการประชุม “เสธ.โต” เผยว่าขณะนี้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า), สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) และสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ซึ่งถือเป็นองค์กรฟุตบอลระดับนานาชาติ ส่งหนังสือรับรองผลการเลือกตั้งมาแล้ว แต่ทุกอย่างจะเป็นทางการก็ต่อเมื่อ กกท. ให้การรับรอง จึงจะสามารถเริ่มงานได้อย่างเป็นทางการ
“การประชุมครั้งนี้เป็นการส่งมอบงานต่อให้ว่าที่นายกสมาคมคนใหม่ และสภากรรมการรับเรื่องไปทำต่อ โดยที่คณะกรรมการกลางถือว่าหมดวาระตามที่ฟีฟ่ากำหนดไว้คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เพราะฉะนั้นเราก็จำเป็นต้องส่งมอบงานและหน้าที่ให้สภากรรมการทำงานต่อ รวมถึงเอกสารและหนังสือต่างๆ ที่มีการร้องเรียนเข้ามา โดยคณะกรรมการกลางจะไม่ยุ่งอีกแล้ว”
ขณะที่ “บิ๊กอ๊อด” แถลงต่อว่า หารือกับคณะกรรมการกลางซึ่งมี 3-4 เรื่องที่ต้องแก้ไข คือ การฟ้องร้องของสโมสรต่างๆ โดยเฉพาะสิทธิ์ในการบริหารทีมที่ซ้ำซ้อน การจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพทุกดิวิชั่น ฟุตซอลลีก และปัญหาที่แฟนบอลทำร้ายผู้ตัดสินในเกมระหว่าง สตูล กับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในศึกดิวิชั่น 2 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ซึ่งเรื่องนี้ เอเอฟซี ส่งเรื่องสอบถามมาด้วยตัวเอง
“นอกจากเรื่องที่คณะกรรมการกลางส่งมาให้ดำเนินการแล้ว ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมและสภากรรมการต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน คือ การจัดการเกี่ยวกับสัญญาต่างๆ ขององค์กร บริษัท ห้างร้าน หรือบุคคล ที่ทำไว้กับ สมาคมฟุตบอล โดยขอเรียนเชิญทุกท่านติดต่อเข้ามาภายใน 7 วัน แสดงแสดงตัวและเปิดเผยสัญญา หากมีการเซ็นสัญญาถูกต้องก็จะสามารถร่วมงานต่อไป แต่หากมีการทำนิติกรรมใดๆ ที่ไม่ถูกต้องก็ต้องพูดคุยกัน ซึ่งผมพร้อมจะยึดความเป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับสมาคเป็นหลัก พร้อมกันนี้จะจัดการปัญหาการขายบัตรฟุตบอลเกินราคา ซึ่งผมจะเป็นประธานคณะกรรมการ แก้ไขเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”
นอกจากนั้น “บิ๊กอ๊อด” เผยรายชื่อการแต่งตั้งบุคคลต่างๆ ในการดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ดังนี้ อุปนายกสมาคมฝ่ายเทคนิค วิทยา เลาหกุล, อุปนายกสมาคมฝ่ายจัดการแข่งขัน ศุภสิน ลีลาฤทธิ์, อุปนายกสมาคมฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนะศักดิ์ สุระประเสริฐ, อุปนายกสมาคม ฝ่ายสิทธิประโยชน์ ทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์, อุปนายกสมาคมฝ่ายบริหาร พล.อ.อดุลยเดช อินทะพงษ์, ประธานพัฒนาฟุตซอล อดิศักดิ์ เบ็ญจศิริวรรณ
“เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก, รองเลขาฯ ฝ่ายต่างประเทศ พาทิศ ศุภะพงษ์, รองเลขาฯ ฝ่ายกฎหมาย ชนินท์ แก่นหิรัญ, ผอ.ฝ่ายพัฒนาและตรวจสอบคลับไลเซนซิง มร.เบนจามิน ตัน ส่วนเรื่องผู้ตัดสินผมจะเป็นคนดูแลเรื่องนี้ในฐานะประธานด้วยตัวเอง และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากเอเอฟซี มาร่วมเป็นที่ปรึกษา ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อผมดูแลเรื่องนี้เองก็จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ตัดสินที่รับสินบนคือแบนตลอดชีวิตสถานเดียว ส่วนประธาน บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก เชิญบุคคลหนึ่งที่เป็นที่รู้จักในสังคมไทยมาทำหน้าที่แต่ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ เพราะต้องรอให้ท่านขออนุญาตหน่วยงานก่อน ขณะที่ประธานบริษัท ลีกภูมิภาค คือ พล.ต.ท.พิสัณห์ ที่ควบตำแหน่งเลขาธิการ ด้วย” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
ว่าที่นายกสมาคมเผยต่อว่า ได้ย้ายที่ทำการสมาคมมาอยู่ที่ตึก กกท. แต่ปัจจุบันยังไม่เรียบร้อย จึงเช่าอาคารชาญอิสสระ 1 ชั้น 2 ถ.พระราม 4 เป็นสถานที่ตั้งชั่วคราวไว้ก่อน
ด้าน “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคม และประธานบริษัท ลีกภูมิภาค กล่าวว่า สำหรับฟุตบอลดิวิชั่น 2 ที่เตะไปแล้วจะยกเลิกผลแข่งขัน จากนี้เร่งตรวจสอบสิทธิ์ของแต่ละทีมที่ทับซ้อน จากนั้นอาจปรับโซนใหม่ โซนละประมาณ 12-14 ทีม อาจแบ่งเป็น 8 โซน ส่วนโปรแกรมแข่งขันอาจเลื่อนไปเปิดเดือนมีนาคม
สำหรับ พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3 เคยดำรงตำแหน่งสภากรรมการสมาคมฟุตบอลในยุคของ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลสมัยที่ผ่านมา และเคยประกาศตัวลงสมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอล ก่อนจะถอนตัว หลังจากฟีฟ่า แต่งตั้งให้คณะกรรมการกลางจัดการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ก่อนที่ พล.ต.อ.สมยศ จะได้รับตำแหน่ง
ขณะที่ “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตอนนี้ได้รับหนังสือรับรองการเลือกตั้งนายกสมาคมจากคณะกรรมการกลางแล้ว แต่ต้องรอบันทึกจากตัวแทน กกท. ที่ร่วมสังเกตการณ์ในวันเลือกตั้งมาประกอบด้วย แต่เบื้องต้นรับรายงานมาว่าการเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ ดังนั้นคาดว่าภายใน 1-2 สัปดาห์น่าจะมีการเซ็นรับรองการเลือกตั้งได้



