ข่าว

รักด้วย‘ทำ’ใช่เพียงคำพูด

รักด้วย‘ทำ’ใช่เพียงคำพูด

16 ก.พ. 2559

ไลฟ์สไตล์ : รักด้วย‘ทำ’ใช่เพียงคำพูด

 
      ในโอกาสครบ 4ปีแห่งการก่อตั้ง มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกับ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน จัดงาน “เทิด ด้วย ทำ” โดยมีเป้าหมายหลักคือการร่วมกันลงมือทำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการฟื้นฟู ดูแล รักษา ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า และสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ เป็นประธานเปิดงาน บริเวณลานพระราชวังดุสิต (สนามเสือป่า) เช้าวันก่อน
 
      หลังจากเปิดพิธีงาน และเยี่ยมชมบูธผลิตภัณฑ์จากชุมชนต่างๆ แล้ว เป็นการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “เทิด ด้วย ทำ” โดย ดร.สุเมธ กล่าวอิงกระแสวันแห่งความรักว่า ในวันวาเลนไทน์คนจะนิยมซื้อดอกไม้ให้กัน โดยเฉพาะดอกไม้สีแดง ซึ่งคนที่ดีใจก็จะเป็นเจ้าของสวนดอกไม้ เพราะราคาพุ่งขึ้นสูงกว่าปกติมาก ส่วนคนที่ได้รับดอกไม้ก็ดีอกดีใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปดอกไม้เหล่านั้นก็จะเหี่ยวแห้งและกลายเป็นขยะไปในที่สุด
 
      "ผมว่าเรามาถวายความรักแด่พระเจ้าอยู่หัวของเราดีกว่า เวลาผมไปไหนมักจะได้ยินคำถามว่า จะทำอะไรถวายพระในหลวงดี เพราะคนมักจะน้อยเนื้อต่ำใจที่ไม่สามารถเข้าถึงพระองค์ท่าน ในขณะที่ผมมีโอกาสถวายงานใกล้ชิด แต่ที่จริงพระองค์ท่านอยู่ใกล้เรามาก ผ่านทางความรู้สึก จิตใจ ความศรัทธา ความรักที่เรามีอยู่ตลอดซึ่งคนไทยมองเห็นแต่ไม่มอง คนไทยฟังแต่ไม่ได้ยิน สิ่งที่พระองค์ท่านมอบให้ตลอดคือองก์ความรู้เกี่ยวกับธรรมะปฏิบัติ และนอกเหนือจากส่งผ่านความรู้ในรูปแบบต่างๆ แล้ว พระองค์ทรงทำให้ดูเป็นต้นแบบด้วย สิ่งที่ท่านพยายามถ่ายทอด 70 กว่าปีมาแล้ว ซึ่งคนทั่วไปก็มองเห็นผ่านสายตา แต่กลับนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรถวายพระองค์ท่านดี" ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์เผย
 
      ดร.สุเมธ กล่าวต่อว่า ในวาระสำคัญต่างๆ ที่พระเจ้าอยู่หัวออกมามีพระราชกระแสรับสั่งขอให้ทำอะไรให้พระองค์ท่านบ้าง สิ่งที่ทรงขอนั้นเรียบง่าย คือ ทำหน้าที่ของเราในฐานะคนไทยให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งหน้าที่ของคนไทยก็คือ รักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ดีที่สุด เพื่อลูกหลานของเรา
 
      "พระเจ้าอยู่หัวทรงรักษาแผ่นดินมา 70 ปีแล้วตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงทำ ทรงสอน ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในรูปแบบโครงการ รูปแบบหนังสือแปลให้คนได้อ่านกัน หรือบางครั้งทรงวาดเป็นการ์ตูนให้เข้าใจได้ง่าย ฯลฯ ผมมองว่าสิ่งที่น่าจะทำที่สุดคือการรักษาแผ่นดินนี้ไว้ให้ได้ แต่พอพูดถึงแผ่นดินหลายคนมองว่าใหญ่เกินไป อยู่ห่างเกินไป เป็นนามธรรมเกินไป แต่ความจริงไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของประเทศเราก็อยู่บนแผ่นดิน สูดอากาศจากแผ่นดิน ดังนั้นเราจึงต้องพยายามรักษาสิ่งนี้ไว้ให้ได้ เพราะเป็นชีวิตของเรา และแผ่นดินกับชีวิตไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ถ้าไม่มีประเทศท่านจะยืนที่ใด ใช้อากาศที่ไหน กินอาหารที่ไหน ใช้ทรัพยากรต่างๆ จากไหน ยกตัวอย่างภายในงานนี้หลายกลุ่มมาจากต่างจังหวัด เวลาเขาต้องการน้ำต้องไปเอาจากภูเขา หลายคนต้องเดินเป็นกิโลเพื่อตักน้ำมาใช้ในหมู่บ้านซึ่งมันยากเย็นมาก หลายแห่งโอดครวญว่าน้ำแห้ง น้ำแล้ง นั่นเพราะป่าไม้ถูกทำลาย สาเหตุก็มาจากมนุษย์นี่ล่ะเป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายไปพร้อมกัน พระเจ้าอยู่หัวทรงสอนให้รักษาดิน น้ำ ลม ไฟให้อยู่ไปจนชั่วลูกชั่วหลาน หยุดทำลาย เพราะที่ผ่านมาเราทำลายป่า ท่านทรงปลูก เราทำลายแหล่งน้ำ ท่านไปสร้าง ไปช่วย ไปบำบัด ตอนนี้มีโครงการมากมายที่คนต่างจังหวัดลุกขึ้นมาช่วยกัน ตัวอย่างที่เดือดร้อนเรื่องน้ำแล้ง 10 แห่งอย่างที่หนองคาย อุบลราชธานี เชียงใหม่ บุรีรัมย์ ปทุมธานี นครปฐม ฯลฯ ตอนนี้ไม่เดือดร้อนมีน้ำเก็บไว้ใช้เพียงพอตลอดทั้งปี ทั้งยังสามารถแบ่งปันให้คนอื่นได้ใช้ด้วย ตามคำสอนของพระเจ้าอยู่หัวที่สอนให้รู้จักแบ่งปัน" ดร.สุเมธ เล่าถึงสิ่งที่พระเจ้าอยู่หัวทรงทำเพื่อพสกนิกร
ก่อนจบปาฐกถา ประธานกรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ยังฝากทิ้งท้ายว่า ในฐานะประธานมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งขึ้น อยากเชิญชวนชาวกทม.ร่วมกันจัดการทรัพยากรน้ำ โดยเริ่มต้นที่คลองมหาสวัสดิ์ เชื่อมต่อคลองทวีวัฒนา มาถึงคลองลัดมะยม เข้าสู่คลองบางหลวง คลองบางจาก ซึ่งขณะนี้มีผู้สนับสนุนแล้ว เหลือเพียงแต่คนในท้องถิ่นจะสนองตอบอย่างไร เพื่อให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ สมชื่อกรุงเทพฯ ที่แปลว่า เมืองที่เทพและเทวดาอยู่