
ผลสำรวจประชาชนหนุนฟื้นฟูรถไฟ
เอแบคโพลล์เผยผลสำรวจความเห็นต่อบริการของรถไฟ ระบุส่วนใหญ่เห็นด้วยเดินตามแผนฟื้นฟูกิจการ เร่งลดขาดทุนหารายได้จากค่าเช่าที่ดิน แต่ยังเสียงแตกตั้งบริษัทลูกพัฒนาสินทรัพย์
ศูนย์วิจัยเอแบคโพลล์ นวัตกรรมทางสังคมการจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นต่อการให้บริการของรถไฟไทย ซึ่งการศึกษาแบ่งออกเป็นจากตัวอย่างประชาชน 17 จังหวัด 1,209 ครัวเรือน ระหว่างวันที่ 26-27 กรกฎาคม และกลุ่มประชาชนผู้ใช้บริการ 909 ตัวอย่าง ในช่วงวันที่ 24-27 กรกฎาคม 2552 โดยทั้ง 2 กลุ่ม เห็นตรงกันว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ควรปรับเปลี่ยนการบริหารให้มีประสิทธิภาพ จัดตั้งบริษัทเดินรถทำหน้าที่ดูแลด้านการเดินรถ เร่งจัดหารายได้จากที่ดินเช่าให้ครบจำนวน แก้ไขปัญหาหนี้สินสะสมที่สูงถึง 72,850 ล้านบาท และปรับค่าโดยสารตามราคาต้นทุน รวมถึงควรแยกกิจการที่ทำกำไรออกจากการลงทุนในโครงการระบบราง ส่วนการจัดตั้งบริษัทพัฒนาสินทรัพย์เพื่อบริหารที่ดิน ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าผลประโยชน์อาจตกอยู่กับผู้บริหาร
ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชะอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ร.ฟ.ท.ขาดทุนมาโดยตลอด และรัฐจ่ายเงินชดเชยปีละ 1 หมื่นล้านบาท เป็นการชดเชยค่าโดยสารเชิงสังคม 2,000-2,500 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ ร.ฟ.ท.มีที่ดินมากกว่า 2.3 แสนไร่ ใช้ในการบริหารงาน 2 แสนไร่ และไม่เกี่ยวกับการเดินรถ 3.7-3.8 หมื่นไร่หากนำที่ดินส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเดินรถมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะมีรายได้มากขึ้น
ด้านนางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า เห็นด้วยกับแผนฟื้นฟูกิจการรถไฟ แต่ภาครัฐควรดูแลพนักงานด้วยการแยกสภาพการจ้างงานและการบริหารงานองค์กรออกจากกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้สหภาพแรงงาน



