
ตร.รู้ตัวมือฆ่าหั่นศพ-เผาสาวเชียงใหม่แล้ว
15 ก.พ. 2559
รองโฆษก ตร. เผยรู้ตัวคนร้ายฆ่าหั่นศพ-เผาสาวใหญ่เจ้าของร้านสปาที่เชียงใหม่แล้ว เร่งรวบรวมหลักฐานออกหมายจับ พุ่งปมหึงหวง
จากกรณีคนร้ายฆ่าหั่นศพแล้วเผาสาวใหญ่เจ้าของร้านนวด เหตุเกิดในบ้านเลขที่ 85/178 หมู่บ้านพัชรพรปาร์คโฮม หมู่ที่1 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยสภาพศพถูกตัดคอ ตัดแขน ตัดขา แยกอวัยวะเป็นออกเป็น 6 ชิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดอาจจะเกิดจากสาเหตุการขัดแย้งธุรกิจมืด และชู้สาว ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก จากการสอบถามข้อมูลกับนายตำรวจที่รับผิดชอบในพื้นที่ เบื้องต้นมีการตรวจสอบพยานหลักฐานและรู้ตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่กำลังเร่งไล่ล่าตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษ เบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายเคยมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ พอแยกทางกันก็ได้ทรัพย์สินมาส่วนหนึ่งก่อนจะมาเปิดธุรกิจสปา หลังจากนั้นก็มีชายหนุ่มอีกคนมาติดพัน หลักจากนั้นความสัมพันธ์กับหนุ่มรายนี้ก็ระหองระแหงกันมาเรื่อยๆ จึงเชื่อได้ว่าผู้ชายคนนี้อาจจะมีความเชื่อมโยงกัน ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นการสังหารไว้ที่เรื่องหึงหวงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ขอให้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน เพื่อรอการออกหมายจับต่อไป
‘รองโฆษก ตร.’ ระบุไม่มีการเคลื่อนไหวของ พงส. ย้ำร้อยละ66 อยากออกนอกสายงาน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ก.พ. 59 พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการเคลื่อนไหวของพนักงานสอบสวน ที่ออกมาคัดค้านคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ฉบับที่ 6 และ 7/2559 เรื่องการยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ว่า ขณะนี้จากการข่าวได้มีการยุติการเคลื่อนไหวแล้วโดยสิ้นเชิง โดยจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาในการขับเคลื่อนคำสั่งดังกล่าว เพื่อปฏิรูปองค์กรตำรวจให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ยืนยันการปรับเปลี่ยนตำแหน่งพนักงานสอบสวนจะเกิดผลดี ซึ่งผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะต้องพิจารณาไม่ให้เกิดผลกระทบกับพนักงานสอบสวนและประชาชน พร้อมเชื่อว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่และประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ในกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ในวันนี้จะมีตัวแทนบางส่วนยื่นข้อเรียกร้องผ่านคณะทำงานของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.ที่จะมีการประชุมคณะทำงานเพื่อหารือเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่พนักงานสอบสวนจะได้รับ พร้อมยืนยันว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มีความเป็นห่วงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกครั้ง และเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะดีขึ้นกว่าเดิมทั้งสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนต่างๆ
พล.ต.ต.ทรงพล เปิดเผยอีกว่า มีพนักงานสอบสวนเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ที่เห็นว่าคำสั่งยกเลิกพนักงานสอบสวนของ คสช.จะมีผลกระทบ โดยยังไม่ได้ทำการศึกษาว่า แนวทางการดำเนินการเป็นอย่างไร ซึ่งจากการสำรวจที่ผ่านมามีจำนวน ร้อยละ 66 ของพนักงานสอบสวนที่อยากออกมานอกสายงาน และอยากเจริญเติบโตในหน้าที่การงาน เพื่อขยับขึ้นเป็นผู้บริหารสายงานตามระดับชั้น โดยเชื่อว่าการพัฒนาพนักงานสอบสวนนั้น ผู้นำขององค์กรต้องนำไปสู่การพัฒนาที่ดีต่อไป



