ข่าว

เวลาที่เหมาะสม?

เวลาที่เหมาะสม?

15 ก.พ. 2559

เวลาที่เหมาะสม? : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

            ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาลจะยอมแก้ไข “รัฐธรรมนูญชั่วคราว” เพื่อรองรับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้เบื้องต้นว่าจะทำประชามติวันที่ 31 กรกฎาคม ปีนี้

            เนื้อหาที่จะแก้ไขในรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ชัดเจนแล้วว่า จะแก้ใน 2 เรื่องแน่ๆ คือ จำนวนเสียงที่ใช้ในการผ่านประชามติ กับกฎเกณฑ์ในการส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนก่อนทำประชามติ

            เรื่องเสียงที่ใช้ในการผ่านประชามตินั้น หลังจากฝ่าย คสช.พยายามตีความให้ต่างไปจากตัวบทที่เขียนไว้ว่า “ผู้มีสิทธิออกเสียงโดยเสียงข้างมาก” ว่าหมายถึง “เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ” ในที่สุด “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ออกมาให้ความชัดเจนว่า จะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดข้อความลงไปให้ชัด

            ความจริง “แหล่งข่าว” ฝ่ายรัฐบาลเองก็ยอมรับมานานแล้วว่า เขียนกฎหมาย “พลาด” เพียงแต่ไม่มีการพูดกันออกมาตรงๆ แถมยังพยายามดึงดันตีความอย่างที่อยากให้เป็น

            อีกประเด็นคือ เรื่องเกณฑ์ในการส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ผู้มีสิทธิลงประชามติ โดยในรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดให้ส่งให้ประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของครอบครัวผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 16.7 ล้านครัวเรือน มาล่าสุด กกต.เสนอว่าควรปรับเปลี่ยน ไม่ต้องล็อกที่ร้อยละ 80 ของครัวเรือน

            ตามเคย เหตุผลหนึ่งที่มีการหยิบยกมาเพื่อยกเลิกกติกานี้คือ เพื่อประหยัดงบประมาณ โดยจะหาทางส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชน “อย่างกว้างขวาง” ซึ่งก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งอย่างไร

            แต่อีกเหตุผลที่ไม่ได้พูดออกมาชัดๆ น่าจะเป็นเรื่องกรอบเวลาในการทำประชามติ เพราะตามเกณฑ์เดิม ให้ทำประชามติหลังจากส่งร่างรัฐธรรมนูญครบร้อยละ 80 ของครัวเรือน ซึ่งจะไม่รู้ได้ว่าเมื่อไรจะครบ แบบนี้จะกำหนดวันทำประชามติลำบาก จึงแก้ไขใหม่เป็นให้ทำประชามติภายใน 120 วัน หลัง กกต.ได้รับร่างรัฐธรรมนูญจาก ครม.

            ชัดเจนว่ารัฐบาลจะจัดให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นนี้ก่อนมีการทำประชามติ

            แต่ประเด็นสำคัญอีกประเด็นที่มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวและกำหนดกฎเกณฑ์ไปให้ชัด คือ “หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจะทำอย่างไร” รัฐบาลแสดงท่าทีว่าจะ “ดึง” เอาไว้ก่อน รอให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจริงๆ ค่อยแก้ไข

            “วิษณุ” อีกเช่นเคย ที่ออกมาอธิบายเหตุผลที่จะยังไม่แก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวในประเด็นนี้

            มีเหตุผลหลักๆ 3 ข้อ ที่ทำให้ยังไม่อยากแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวในประเด็นนี้ก่อนทำประชามติ คือ จะทำให้คนไม่สนใจเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความขัดแย้ง และยังไม่รู้เลยว่าคะแนนรับไม่รับประชามติจะต่างกันแค่ไหน จะรู้ได้อย่างไรว่าควรจะกำหนดเงื่อนไขอย่างไร

            ในมุมของรัฐบาล คงมองว่าเหล่านี้เป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักที่สุด แต่หากมองในแง่ของกติกาที่เป็นสากล การให้ประชาชนลงประชามติโดยที่ไม่รู้ว่าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนี้จะได้อะไร มีการมองว่าไม่ค่อยเป็นธรรมนัก

            อย่างไรก็ตาม การจะเรียกร้องหาความเป็นธรรมอาจจะไม่ใช่เวลา เพราะตอนนี้ประเทศไทยอยู่ใน “สถานการณ์พิเศษ” ซึ่งหากดูตามยุทธศาสตร์ของ คสช.แล้ว คงยื้อไปก่อน เพื่อ “รอเวลาที่เหมาะสม”

            เป็น “เวลาที่เหมาะสม” ในมุมมองของ คสช.!