ข่าว

การปรับตัวของประเทศเพื่อนบ้าน

การปรับตัวของประเทศเพื่อนบ้าน

15 ก.พ. 2559

การปรับตัวของประเทศเพื่อนบ้าน : มองมุมยุทธศาสตร์ เรือรบ เมืองมั่น

           ปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ลาวและเวียดนามมีการประชุมสมัชชาใหญ่ ในที่ประชุมไม่เพียงแต่แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคและบรรดาโปลิตบูโร แต่ก็ได้แต่งตั้งผู้นำพรรคด้วย ของลาวนั้นเลขาธิการใหญ่ของพรรคกับประธานประเทศเป็นคนเดียวกัน เลยอยู่ในวาระนี้แล้วทำให้เราก็ได้เห็นภาพผู้บริหารประเทศชุดใหม่กันไปด้วยเลย แต่ของเวียดนาม เป็นคนละคน เราจึงเห็นเฉพาะภาพพรรค แต่ก็พอเดาได้ไม่ยากว่าเดือนกรกฎาคมที่จะเปิดสภาจะมีการเลือกใครบ้างมาบริหารประเทศ งานนี้ภาพหลักเป็นภาพผสมของการรักษาเสถียรภาพของประเทศโดยคนรุ่นเก่ากับการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการก้าวทะยานทางเศรษฐกิจโดยคนรุ่นใหม่ ส่วนภาพรอง เราก็ได้เห็นทิศทางของความสัมพันธ์ของลาว เวียดนาม กับเพื่อนบ้านอย่างจีนอย่างไทยไปด้วยเลย

           ที่เมียนมาร์ ก็กำลังมีการถ่ายโอนอำนาจเหมือนกัน สภาเปิดแล้วเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ แล้วเราก็ได้เห็นการปรองดองซูจีสไตล์ว่าน่าจะเป็นของจริง ไม่ใช่หลอกแต่ปาก สภาล่างมีการแจกตำแหน่งผู้นำให้กับทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ขณะที่สภาสูงก็ให้ตำแหน่งแก่คนที่มิใช่เชื้อสายพม่าเป็นประธานและรอง อีกทั้งยังนำเอาสีหสุระฉ่วยมาน ซึ่งทหารบ้างกังขาบ้างเคารพมาเป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของสภาด้วย เรียกว่าซูจีเอาครบ และถ้าตกลงกันได้ ก็จะมีทหารเข้ามานั่งใน ครม.เพิ่มเติมจากที่ได้โควตากลุ่มกระทรวงความมั่นคงอยู่แล้ว เอื้อประโยชน์ให้ขนาดนี้ ซูจีคงหวังว่าฝ่ายตรงข้ามจะไม่ตีรวนในการบริหารประเทศ ตลอดจนเรื่องอื่น เช่น การเป็นประธานาธิบดีของประเทศ ส่วนกองทัพ อย่างน้อยที่สุดก็คงสบายใจว่านักการเมืองคงไม่ล้างแค้นตนและมีอะไรก็ร่วมปรึกษาแบบเห็นหัว เข้าทำนองต้องพึ่งกัน ไม่งั้นจะทะเลาะกันเละประเทศกลับไปยุ่งดังเดิม

           มองสามประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดไทยจะพบว่าพวกเขาปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ไม่เลว ลาวกับเวียดนามกำลังจะเปลี่ยนจากประเทศกำลังพัฒนาขึ้นไปอีกชั้นหนึ่ง เขาจึงเน้นเศรษฐกิจมาก มีหัวปฏิรูปเข้ามาร่วมคณะมากมาย แต่สันหลังก็ต้องคงไว้ด้วยผู้นำสายอนุรักษ์ ผลคือเศรษฐกิจน่าจะไปได้ดี เปิดกว้าง แต่อาจจำเป็นต้องปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนผ่านทางพวกคนแก่ที่เคยร่วมคอกันมาอย่างนี้ ผลคือ ความตึงเครียดกับจีนอาจลด แต่จำต้องยอมเสียเปรียบจีนมากขึ้น

           เมียนมาร์นั้นพยายามแสดงให้โลกเห็นว่าเป็นประชาธิปไตยและยอมรับในการมีส่วนร่วมของหลากหลายกลุ่มอย่างปรองดองเต็มที่ เพื่อดึงตะวันตกให้เข้ามาสนับสนุนและจะได้คานอิทธิพลจีนไปโดยปริยาย ใครจะเป็นประธานาธิบดีในเดือนมีนาคม ถ้ายังคงแนวทางนี้ ประเทศไปได้สวยแน่ ความขัดแย้งในด้านอื่นถึงยังมีอยู่แต่ไม่น่ากลบความรุดหน้าของประเทศ และในเมื่อประเทศเพื่อนบ้านกำลังเดินบนเส้นทางที่ถูก เราก็ควรย้อนมาดูไทยมั่งว่าดำเนินการสอดรับกับสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ประเด็นนี้บ้างแล้วขนาดไหน