ข่าว

สัญญาณศก.ฟื้นส่งออกจ้างงานเพิ่มห่วงท่องเที่ยวยังติดหล่มรายได้รากหญ้า-เอสเอ็มอีหด

สัญญาณศก.ฟื้นส่งออกจ้างงานเพิ่มห่วงท่องเที่ยวยังติดหล่มรายได้รากหญ้า-เอสเอ็มอีหด

29 ก.ค. 2552

แบงก์ไทยพาณิชย์ประเมินเศรษฐกิจพ้นต่ำสุดแล้ว เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ลูกค้าส่งออกจ้างงานเพิ่ม ห่วงท่องเที่ยวฟื้นช้า กระทบรายได้รากหญ้า-เอสเอ็มอี คาดไตรมาส 2 จีดีพีติดลบ 4.5% ดัชนีธุรกิจกรุงไทยสะท้อนความเชื่อมั่นเริ่มดีขึ้น แต่ยังเสี่ยงเรื่องเศรษฐกิจโลกและราค

 นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวแล้ว โดยลูกค้าส่งออกของธนาคารมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น จากก่อนหน้าที่ปรับลดพนักงาน และปริมาณการส่งออกปรับตัวดีขึ้น แม้ราคาจะยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ยังมีความไม่แน่นอนนักว่าจะฟื้นตัวเมื่อไร ดังนั้นในครึ่งปีหลังธนาคารยังต้องดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง และเตรียมปรับตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะต้องขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก โดยภาคการท่องเที่ยวยังน่าเป็นห่วงมาก เพราะมีผลต่อภาคธุรกิจอื่นๆ และส่วนใหญ่ผู้เกี่ยวข้องก็เป็นกลุ่มรากหญ้า หรือเอสเอ็มอี ซึ่งคาดว่าจีดีพีของไทยจะเป็นบวกเร็วสุดในไตรมาส 4 ของปีนี้ หรือช้าสุดในไตรมาสแรกของปีหน้า

 "เศรษฐกิจไทยน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว โดยคาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีในไตรมาส 2 จะติดลบราว 4.5% ส่วนไตรมาส 3 จีดีพีน่าจะปรับตัวในทิศทางดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 ซึ่งเป็นฤดูกาลปกติ ส่วนไตรมาส 4 ตัวเลขคงยังไม่น่าจะเป็นบวก อัตราเติบโตคงใกล้ๆ ระดับ 0% หรือหากเป็นบวกก็คงไม่มากนัก" ดร.เศรษฐพุฒิกล่าว

 นางพัชรศิริ เกียรติกำจาย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานบริหารความเสี่ยงและกำกับ ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงผลการจัดทำดัชนีธุรกิจกรุงไทย ซึ่งเป็นดัชนีความเชื่อมั่นของนักธุรกิจที่เป็นลูกค้าสินเชื่อทั่วประเทศ ระบุว่า ในไตรมาสที่ 2 ดัชนีได้ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นในองค์ประกอบด้านภาวะการเงิน และด้านต้นทุนการผลิตยังคงปรับลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เนื่องจากแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน

  สำหรับผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้า ได้ปรับตัวสูงขึ้น และสูงกว่าระดับปกติเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส สะท้อนว่านักธุรกิจเชื่อมั่นว่าภาวะเศรษฐกิจและภาวะธุรกิจในไตรมาสที่ 3 ปี 2552 จะเริ่มฟื้นตัวขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักธุรกิจให้กลับลดลงได้อีก ได้แก่ เศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในภาวะหดตัว แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และสถานการณ์ทางการเมือง

 ด้านนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโดยรวมในครึ่งปีแรกยังติดลบอยู่ แต่ตัวเลขสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ณ มิถุนายน อยู่ที่ 5.41% คิดเป็นมูลค่า 406,625 ล้านบาท ปรับตัวลดลงมาจากเดือนพฤษภาคม ส่วนสาเหตุการลดลงจะแถลงให้ทราบอย่างเป็นทางการวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
 สำหรับการหารือกับ 7 สมาคมนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ระบุว่ามีปัญหาในการขอสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ โดยอ้างว่าติดขัดเกณฑ์ของ ธปท. ซึ่งจุดนี้ ธปท.รับจะไปหารือกับแบงก์พาณิชย์