
ได้อย่างต้องเสียอย่างจริงหรือ
ทั่วโลกพากันเรียกร้องปาวๆ ให้รัฐบาลพม่าหยุดข่มเหงนางออง ซาน ซูจี เสียที แต่เพื่อนบ้านอย่างอินเดียกลับปิดปากเงียบผิดสังเกต จนหลายฝ่ายเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าเคยเป็นปากเป็นเสียงให้แก่วีรสตรีประชาธิปไตยของพม่าผู้นี้มาก่อน แล้วอยู่ดีๆ ทำไมถึงเกิดมาหมางเมินกันไป
คำตอบก็คือเพราะผลประโยชน์ตัวเดียวเท่านั้น
อินเดียหันมาฝักใฝ่ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าตั้งแต่กลางทศวรรษ 90 เพราะเห็นว่าเรื่องความมั่นคงและพลังงานของประเทศตัวเองย่อมจะต้องมาก่อนประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในพม่า
ในปี 2536 ทางการอินเดียได้มอบรางวัลด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่นางซูจี แต่หลังจากนั้น รัฐบาลนิวเดลีกลับปูพรมแดงต้อนรับเหล่านายพลพม่าที่ตบเท้าเยือนอินเดียกันหัวบันไดไม่แห้ง รวมถึงพลเอกตัน ฉ่วย ผู้นำสูงสุดของพม่าด้วย
เพราะนอกจากจะต้องการให้ทางการย่างกุ้งช่วยแก้ปัญหาการแบ่งแยกดินแดนของชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนของ 2 ประเทศแล้ว อินเดียยังหมายตาแอ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพม่าตาเป็นมันอีกด้วย
นอกจากสร้างสายสัมพันธ์ทางการเมืองแล้ว ทางการอินเดียยังเข้าไปลงทุนในโครงการพลังงาน แล้วก็โครงการสาธารณูปโภคชิ้นใหญ่ๆ ในพม่าด้วย ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ตรงจุดนี้อินเดียไม่ได้ทำไปเพื่อเงินตัวเดียวเท่านั้น
แต่เป็นแผนยุทธศาสตร์ เพื่อป้องกันจีนเข้าไปมีอิทธิพลในพม่า ซึ่งมีพรมแดนติดกับตัวเองมากจนเกินไปนั่นเอง
อินเดียมีข้ออ้างที่ทำแบบนี้เช่นกันค่ะ นั่นก็คือการโวยวายว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นข้ออ้างที่ง่ายที่สุดที่ประเทศพัฒนาแล้วจะนำมาใช้เล่นงานประเทศกำลังพัฒนาเวลาที่ทุกอย่างเข้าทางของตัวเอง พร้อมกับท้าให้ไปดูสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศว่า ก็ไม่ได้ดีไปกว่าประเทศที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เลย
อินเดียยังชี้ให้เห็นการทำตัวแบบ 2 มาตรฐานของประเทศตะวันตกอีก โดยบอกว่าประเทศอย่างสหรัฐ อังกฤษ แล้วก็ฝรั่งเศสนั้นก็ร่วมมือกับรัฐบาลทหาร และรัฐบาลเผด็จการในโลกเหมือนกัน แถมยังทำมานมนานกาเลแล้วด้วย
แต่ดิฉันว่าทางการอินเดียถือคติ "ได้อย่างเสียอย่าง" หรือ "เลือกข้าง" มากไปหน่อยไหมคะ
พอหันไปจับมือกับรัฐบาลพม่าเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองแล้วก็ ตัดหางปล่อยวัด นางซูจีเลย ทั้งๆ ที่น่าจะจัดการทั้งสองเรื่องนี้ให้สมดุลกันได้
ในทางตรงข้าม ดิฉันมองว่าอินเดียน่าจะถือโอกาสเอาอิทธิพลทางเศรษฐกิจที่ตัวเองมีต่อพม่า มากดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในมากกว่าที่จะคำนึงถึงผลประโยชน์แต่อย่างเดียว
อย่าไปคิดเหมือนรัฐบาลประเทศที่อยู่ฝั่งขวาของพม่าเลยค่ะ
ทัศนีย์ สาลีโภชน์



