
'ปืน'ปึ้กบู๊จิ้งจอก'เรือ'หนักรับแข้งไก่
13 ก.พ. 2559
อาร์เซนอล ยังใช้ทีมชุดเก่งเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เลสเตอร์ จ่าฝูง วันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. ขณะที่ เรือใบสีฟ้า เปิดรังดวล ไก่เดือยทอง
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ มีศึกบิ๊กแมทช์ที่สนามเอมิเรตส์ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ที่มี 48 แต้มจาก 25 นัด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ จ่าฝูงที่มี 53 แต้ม ในเวลา 19.00 น. โดยแม้ว่าทั้งสองทีมจะห่างกันอยู่ 5 แต้ม แต่หากว่าอาร์เซนอลชนะในเกมนี้ การลุ้นแชมป์จะกลับมาเปิดกว้างอีกครั้ง
อาร์แซน เวนเกอร์ น่าจะมีการปรับทีมจากชุดที่บุกไปชนะ บอร์นมัธ 2-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นชัยชนะนัดแรกในรอบ 5 นัดในลีกของทีม โดยแนวรับยังคงใช้ กาเบรียล เปาลิสตา ยืนเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ โลรองต์ กอสเซลนี ทำให้ แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ยังน่าจะต้องเป็นตัวสำรองไปก่อน ขณะที่ฟูลแบ็กไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็น เอคตอร์ เบเญลิน กับ นาโช มอนเรียล
แดนกลาง เวนเกอร์ จะตัดสินใจอีกครั้งว่าจะให้ใครลงมาคู่กับ แอรอน แรมซีย์ หลังจากที่ ฟรานซิส โกเกแลง เรียกความฟิตกลับมาได้เต็มที่แล้ว ทำให้ มาติเยอ ฟลามินี อาจจะหลุดเป็นตัวสำรอง ขณะที่แนวรุกไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้ เมซุต โอซิล, อเลกซ์ แชมเบอร์เลน และอเลกซิส ซานเชซ เล่นร่วมกับ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ หัวหอก
ฝั่ง เลสเตอร์ จะใช้ทีมชุดที่บุกไปชนะ แมนฯ ซิตี ในเกมที่แล้วลงสนามทั้งชุด โดย เคลาดิโอ รานิเอรี ยังไปเยือนด้วยความหวังที่จะเก็บ 3 แต้มเต็มเหมือนเดิม แนวรับมี เวส มอร์แกน กัปตันทีมยืนคู่กับ โรเบิร์ต ฮูธ ที่ทำคนเดียว 2 ประตูในเกมล่าสุด
แดนกลางใช้ เอ็นโกโล คานเต คุมพื้นที่ร่วมกับ แดนนี ดริงวอเตอร์ และเกมรุกมีทั้ง มาร์ค อัลไบรตัน, ริยาด มาห์เรซ, ชินจิ โอคาซากิ และ เจมี วาร์ดี
ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 4 ที่มี 47 แต้ม จะพบกับ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ที่มี 48 แต้ม ในเวลา 21.00 น. เป็นการแย่งแต้มกันเพื่อลุ้นแชมป์ต่อไป ซึ่งก่อนเกมนี้ มานูเอล เปเยกรินี มีข่าวดีเมื่อ แวงซองต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมที่เจ็บไปนาน กลับมาซ้อมได้เต็มที่แล้ว และมีโอกาสผ่านการทดสอบความฟิตลงสนามในเกมนี้
กอมปานี มีโอกาสกลับมายืนคู่กับ นิโคลัส ออตตาเมนดี เนื่องจาก เอเลียควิม มองกาลา ยังเจ็บ ขณะที่แดนกลาง แฟร์นันโด มีโอกาสเบียด ฟาเบียน เดลพ์ เป็นตัวสำรองมายืนคู่กับ แฟร์นันดินโญ แต่เกมรุกไม่มี ดาวิด ซิลบา, เฆซุส นาบาส และเควิน เดอ บรอยน์ ที่เจ็บไปพร้อมๆ กัน รวมทั้งต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ วิลเฟรด โบนี ทำให้ ยายา ตูเร ต้องทำเกมรุกร่วมกับ ราฮีม สเตอร์ลิง และส่งดาวรุ่งอย่าง เคเลชี อิเฮียนาโช ลงมาเป็นกองหน้าร่วมกับ เซร์คิโอ อาเกโร
ด้าน สเปอร์ส ที่กำลังฟอร์มดีชนะติดต่อกันมาแล้ว 6 นัดในทุกถ้วย และชนะในพรีเมียร์ลีกถึง 5 นัดติดต่อกัน กุนซือ เมาริซิโอ โปเชตติโน มีปัญหานักเตะเจ็บแค่ 2 ตำแหน่งคือ แยน แฟร์ทองเกน ในแนวรับ และคลินตัน เอ็นชี ในแนวรุก
ทำให้แนวรับจะเป็น เควิน วิมเมอร์ ที่เป็นเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ขณะที่แดนกลางยังเป็น มุสซา เดมเบเล คู่กับ เอริค ไดเออร์ และ เดล อาลี จะกลับมาเป็นตัวจริงในเกมรุกร่วมกับ คริสเตียน อีริคเซน และเอริค ลาเมลา ส่วนหัวหอกจะเป็น แฮร์รี เคน เหมือนเดิม
ส่วนเกมอีกคู่ในเวลา 23.05 น. “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะออกไปเยือน “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา ทีมบ๊วย โดย เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือทีมเยือนอาจจะส่ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ลงเป็นหัวหอกตัวจริง แต่ยังไม่มี เดยัน ลอฟเรน, มาร์ติน สเคอร์เทล และโจ อัลเลน ที่ยังเจ็บ ขณะที่เจ้าถิ่นต้องลุ้นทดสอบความฟิต คาร์ลอส ซานเชซ กับ รูดี เกสเทด สองกองกลางที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่า
----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



