ข่าว

'ประชามติ'แก้บน?

'ประชามติ'แก้บน?

12 ก.พ. 2559

'ประชามติ'แก้บน? : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

            กำหนดวันลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญกันไปเรียบร้อยแล้ว ว่าน่าจะเป็นวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือร่วมกับตัวแทนรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

            ส่วนร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่านการลงประชามติ ต้องรอลุ้นกันต่อไป

            แต่มีประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นภายหลังจาก “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการบริหารงานการเลือกตั้ง ออกมาเปิดเผยหลังได้หารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าที่ประชุมได้เห็นด้วยกับการที่ กกต.เสนอว่า ที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) กำหนดว่า ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ทุกครัวเรือนของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงให้ได้อย่างน้อย 80 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดซึ่งต้องจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ 16.7 ล้านเล่ม ถึงจะลงประชามติได้นั้น กกต.ได้ขอเปลี่ยนแปลงหลักการนี้ โดยไม่ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ซึ่งทำให้จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญแค่ 1 ล้านเล่ม ทำให้ประหยัดงบประมาณในการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญได้ถึงจำนวน 600 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องใช้จำนวน 800 ล้านบาท เหลือเพียงจำนวน 200 ล้านบาท

            “กกต.ต้องไปคิดเอาเองว่าจะทำอย่างไรที่จะส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยังประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง เช่น ส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยังชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงเรียน ร้านค้า และอื่นๆ เท่าที่จำเป็น”

            ฟังอาจารย์สมชัยอธิบายแล้ว ก็ดูมีเหตุผลเหมือนกัน ที่เห็นชัดๆ ก็คือเรื่องงบประมาณแผ่นดินที่ประหยัดไปได้ถึง 600 ล้านบาท

            ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ ทำให้การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้แน่ๆ เพราะเดิมการลงประชามติจะเกิดขึ้นได้ กกต.ต้องส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเสียก่อน จึงจะกำหนดวันลงประชามติกันได้ แต่หากส่งร่างรัฐธรรมนูญไม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือนผู้มีสิทธิ์ออกเสียง การลงประชามติก็เกิดขึ้นไม่ได้แต่เมื่อยกเลิกเรื่อง 80 เปอร์เซ็นต์ และเปลี่ยนใหม่เป็นว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีส่งร่างรัฐธรรมนูญถึง กกต. ให้จัดให้มีการลงประชามติภายใน 120 วัน จึงเป็นที่มาของการกำหนดวันลงประชามติในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

            อย่างไรก็ตาม ก็มีคนแสดงความเป็นห่วงในเรื่องนี้ว่า การที่ กกต.ยกเลิกกฎเรื่อง 80 เปอร์เซ็นต์ไป โดยลดจำนวนจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญจาก 16.7 ล้านเล่ม เหลือเพียง 1 ล้านเล่ม จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไปถึงมือผู้มีสิทธิ์ออกเสียงได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึงหรือไม่เพราะลำพังการส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยังสถานที่ราชการ ผู้นำชุมชน ร้านค้า ชาวบ้านจะมีโอกาสได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญมากน้อยแค่ไหน

            อย่างเช่น เวลาประชาชนไปติดต่อสถานที่ราชการ หรือ โรงเรียน ก็ต้องมีธุระของตนเองอยู่แล้ว จะมีเวลาที่ไหนไปนั่งอ่านร่างรัฐธรรมนูญ อีกทั้งเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ต้องใช้เวลาในการอ่านจึงจะเข้าใจ

            เราอาจจะเห็นภาพร่างรัฐธรรมนูญไปกองอยู่ตามสถานที่ต่างๆ อย่างไร้ค่า

             หรือว่า กกต.อาจคิดว่า คนไทยไม่ชอบการอ่านหนังสืออยู่แล้ว ดังนั้นถึงแม้จะส่งร่างรัฐธรรมนูญไปถึงบ้าน แต่จะมีชาวบ้านสักกี่คนที่จะมานั่งอ่านเนื้อหาทำความเข้าใจ สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ จึงทำเป็นแค่ “พิธีกรรมแก้บน” ไปอย่างนั้นเอง ในเรื่องการส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยังประชาชนก่อนลงประชามติ