
ตะลุยเที่ยวคาเฟ่..แก๊งปล้นทองจนมุม
นานร่วมเดือนที่ตำรวจกองปราบปราม จ.สมุทรปราการ และตำรวจภูธรภาค 1 ติดตามเบาะแสแก๊งปล้นรถขนทองคำแท่ง 15 กิโลกรัม พบว่ามีการวางแผนเป็นขั้นตอนและทำลายหลักฐานเพื่อป้องกันไม่ให้ตำรวจสาวถึง ตามแบบฉบับของภาพยนตร์แนวสืบสวน ที่หัวหน้าแก๊งชื่นชอบเป็นพิเศษ !?!
นับตั้งแต่รถขนทองคำแท่งบริษัท บางกอกแอสเสย์ ออฟฟิศ จำกัด ถูกคนร้ายปล้นบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 22 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน เป็นต้นมา ทีมสืบสวนโดยการนำของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ก็พยายามรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญ เพื่อไล่ล่าหาตัวคนร้ายที่เชื่อว่าน่าจะมีคนในร่วมรู้เห็นด้วย เนื่องจากการขนทองคำจากบริษัทไปส่งยังร้านขายทองย่านเยาวราช กรุงเทพฯ มักจะใช้เส้นทางเดิมเป็นประจำทุกครั้ง รวมถึงภายในรถมีวิทยุสื่อสารติดต่อกับบริษัทได้โดยตรง
เมื่อวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมคนร้ายที่ตรงเข้าทำร้ายพนักงานก่อนจะมีโอกาสได้ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งกลับบริษัท ทำให้ชุดสืบสวนค่อนข้างมั่นใจว่า จะต้องมีพนักงานหรืออดีตพนักงานบริษัทร่วมทีมปล้นด้วยอย่างแน่นอน
ดังนั้น ชุดสืบสวนจึงประสานขอประวัติรายชื่อพนักงานตั้งแต่เปิดบริษัทจนถึงปัจจุบันที่มีอยู่นับร้อยรายมาตรวจสอบ พล.ต.ท.อัศวินได้มอบหมายให้ทีมงานของ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 บก.ป.ดำเนินการในส่วนนี้ รวมถึงการตรวจสอบแหล่งแปรสภาพทองคำและข้อมูลรถต้องสงสัยทั้งหมด ส่วนการหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ ตลอดจนการจำลองแผนประทุษกรรมของคนร้าย และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตัวที่ชุดสืบสวนเชื่อว่า สามารถบันทึกภาพคนร้ายที่กำลังจอดรถซุ่มดูลาดเลาก่อนลงมือนั้น มอบหมายให้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 กับ พล.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ยุกตะทัต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ดำเนินการ
แล้วความพยายามของชุดสืบสวนก็สัมฤทธิผล เมื่อทีม พ.ต.อ.อัคราเดช ได้ข้อมูลเชิงลึกจากสายข่าวใน จ.ชัยนาท แจ้งว่าคนร้ายที่ลงมือน่าจะเป็นคนใน จ.สุพรรณบุรี จึงรายงานให้ผู้ช่วย ผบ.ตร.รับทราบและได้รับแนวทางดำเนินการแล้วจึงลงพื้นที่มีเป้าหมายอยู่ที่ "สมัชญ์ แซ่ตัน" วัย 44 ปี ประวัติและการดำเนินชีวิตตลอดเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ถูกนำมาตรวจสอบละเอียดยิบ กระทั่งพบว่าช่วงปลายเดือนมิถุนายนเป็นต้นมาสมัชญ์มีชีวิตความเป็นอยู่หรูหราฟู่ฟ่า เที่ยวคาเฟ่แทบทุกคืน และมีเงินใช้จ่ายไม่ขาดมือ
ไม่เฉพาะสมัชญ์เท่านั้นที่ถูกตรวจสอบ คนรอบข้างของเขาก็เช่นกัน ไม่นานตำรวจก็รู้ว่าเขามีความสนิทสนมกับ "สมหมาย สำราญพันธุ์" วัย 35 ปี ลูกพี่ลูกน้องกับสมัชญ์ ข้อมูลหนึ่งที่ดึงความสนใจชุดสืบสวนคือ ทั้งสองเคยเป็นอดีตพนักงานบริษัทบางกอกแอสเสย์ ทีมสืบสวนจึงลงพื้นที่หาข่าวอีกครั้งจนได้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุสมัชญ์กับสมหมายเดินทางไปที่ จ.สมุทรปราการ หลายครั้ง ประกอบกับสมัชญ์มีประวัติอาชญากรในคดีชิงทรัพย์ในพื้นที่นครบาล เมื่อนำภาพถ่ายไปปนกับบุคคลอื่น ผู้เสียหายพนักงานขับรถขนทองก็ยังคงจำได้แม่นยำว่า สมัชญ์เป็นคนที่ลงมือพันธนาการทั้งสองก่อนหลบหนีไป
เมื่อพยานหลักฐานแน่นหนาชุดสืบสวนจึงขออนุมัติหมายจับกุมทั้งสองคนและสามารถติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมา จากการสอบสวนทั้งสองให้การซัดทอดทีมปล้น ได้แก่ สมหมาย สำราญพันธุ์ อายุ 35 ปี หัวหน้าทีมปล้น วัฒนชัย คงศิริ อายุ 30 ปี ขับรถให้ทีมปล้น สมชาย จูทีม อายุ 77 ปี ดูลาดเลาและขับรถรับทีมปล้นหลบหนี ทั้งสามเป็นอดีตพนักงานบริษัทบางกอกแอสเสย์ฯ ส่วน รำเพย สาลาด อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ขับรถปิดทางหนีรถขนทอง อำนาจ ไชยวงศ์ อายุ 43 ปี จัดหาพาหนะและอาวุธ อนุชา อุ้มเครือ อายุ 39 ปี ทำหน้าที่อำพรางรถด้วยการเปลี่ยนสีและทำลายรถของกลาง และเอกพล เหลืองสดใส อายุ 41 ปี รับซื้อทองจากคนร้าย
"นายสมหมายค่อนข้างฉลาดมากสารภาพว่า วางแผนปล้นครั้งนี้เกือบ 2 เดือน ด้วยความที่ชอบดูหนังแนวสืบสวนสอบสวน จึงนำมาใช้หลบหนีการสืบสวนติดตามของตำรวจ มีการให้ทีมงานปล้นทำลายหลักฐาน มีการเปลี่ยนสีรถก่อนลงมือ เสร็จงานแล้วก็กลับมาใช้สีเดิม มีการเช่ารถแท็กซี่ขับตระเวนดูลาดเลาตามเส้นทางที่จะลงมือก่อเหตุ จากนั้นจัดเตรียมรถ 3 คัน คือรถที่ใช้ประกบรถขนทอง 2 คัน กับรถที่ใช้ดูต้นทางและส่งสัญญาณปล้น รวมถึงพาคนร้ายหลบหนีอีก 1 คัน" พ.ต.อ.อัคราเดชกล่าว
ชุดสืบสวนยังสามารถยึดของกลาง ได้แก่ รถกระบะมิตซูบิชิ แกรนดิส สีเทาดำ ทะเบียน กง 1481 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งมิตซูบิชิ อีคาร์ สีแดง ทะเบียน กบ 6880 ชลบุรี ชิ้นส่วนรถเก๋งมาสด้า 626 ที่ใช้ก่อเหตุแล้วนำไปชำแหละอำพรางคดี ปืน .22 ทองคำแท่ง 10 แท่ง หนัก 1 กิโลกรัม ทองคำแท่งขนาด 10 กรัม มีสัญลักษณ์บริษัทบางกอกแอสเสย์ฯ 1 แท่ง เงินสด 2 ล้านบาท และทรัพย์สินอีกหลายรายการ
ด้านสมัชญ์อธิบายถึงแผนปล้น เริ่มจากสมชายขับรถไปสังเกตการณ์หน้าบริษัทบางกอกแอสเสย์ฯ เมื่อเห็นรถขนทองออกจากบริษัทจะโทรศัพท์แจ้ง แล้วขับรถไปรอยังจุดนัดพบรอรับเพื่อนที่ลงมือเสร็จแล้ว ส่วนอีกทีมประกอบด้วยสมชายและตัวเขา ใช้รถเก๋งอีคาร์มีวัฒนชัยเป็นคนขับปาดหน้า ด้านรำเพยขับรถเก๋งมาสด้าตามบล็อกหลังป้องกันถอยหนี จากนั้นสมหมายกับสมัชญ์ใช้เหล็กทุบกระจก เอาปืนจี้พนักงาน 2 คนเข้าไปอยู่เบาะหลังใส่กุญแจมือ ใช้ผ้าปิดปาก-ตา ขับรถมาจอดทิ้งริมถนนบางนา-ตราด กม.21 แล้วขนทองคำใส่รถอีกคัน ก่อนจะแยกไปขนลงรถของสมชายที่รอรับอยู่แล้วหลบหนีไป ระหว่างทางสมหมายกับสมัชญ์แยกตัวขึ้นรถแท็กซี่ ส่วนทีมปล้นก็ขับแยกย้ายกันไป แล้วนัดพบแบ่งทองกันที่บ้านของสมหมาย แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดถูกจับในที่สุด !?!



