ข่าว

กกต.ต้องไม่ยอมให้ศรีธนญชัยครองเมือง

กกต.ต้องไม่ยอมให้ศรีธนญชัยครองเมือง

29 ก.ค. 2552

น่าสนใจอย่างยิ่งที่ คุณสดศรี สัตยธรรม กรรมการของ กกต. บอกว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่า คุณทักษิณเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะตามข้อเท็จจริงที่พรรคเพื่อไทยแจ้งมายังนายทะเบียนพรรคการเมือง หัวหน้าพรรคชื่อ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ

ฉะนั้นจึงไม่สามารถเอาผิดคุณทักษิณ ที่โฟนอินเข้ามาเป็นระยะๆ ว่าเข้าข่ายการหาเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าได้ เพราะว่า กกต.ได้วินิจฉัยและมีบรรทัดฐานไปแล้วว่าไม่สามารถเอาผิดการโฟนอินได้

 คุณสดศรี บอกต่อว่า การที่คุณทักษิณพยายามทำความเข้าใจว่าเป็นหัวหน้าพรรค แต่นักข่าวก็บอกคุณสดศรีว่า คุณทักษิณ ก็พยายามทำตัวให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง

 คุณสดศรีบอกว่า กรณีอย่างนี้ไม่ใช่มีเพียงคุณทักษิณ และพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ยังมีหลายพรรคที่มีบุคคลที่ถูกตัดสิทธิเลือกตั้งแสดงบทบาทในลักษณะนี้ กฎหมายไม่ได้เขียนห้ามไว้กรณีแสดงตัวเป็นนอมินี ถ้าจะเอาผิดฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องตรากฎหมายให้ชัดเจน 

 คุณสดศรีบอกต่อว่า เมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุติบทบาททางการเมืองไปแล้วก็น่าจะหยุด เพื่อให้กฎหมายเกิดความศักดิ์สิทธิ์ แต่ที่มาแสดงตนให้เห็นว่ายังเป็นหัวหน้าพรรคหรือเป็นตัวแทนพรรค และกฎหมายก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เรื่องก็ไม่จบไม่สิ้น ฉะนั้นคุณสดศรีจึงบอกว่า ขณะนี้ทำได้อย่างเดียวคือต้องขอร้องกัน

 ในความเห็นของผม บทบาทของคุณทักษิณ กับบทบาทของนักการเมืองคนอื่นๆ ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะว่าคุณทักษิณนั้นได้แสดงตัวเป็นทั้งหัวหน้าพรรค เป็นทั้งเจ้าของพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน จึงไม่มีอะไรสงสัยว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทักษิณพูดหรือกระทำนั้น ทำเพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้ประโยชน์และเพื่อให้ตัวเองนั้นสามารถกลับมามีอำนาจทางการเมืองได้

 แน่นอนการตีความกฎหมายจะต้องเท่าเทียมกัน ฉะนั้น ไม่ว่าใครก็ตามแต่เมื่อถูกตัดสิทธิทางการเมืองแล้ว ยังแสดงบทบาทคล้ายๆ กับเป็นเจ้าของพรรคหรือว่าเป็นแกนสำคัญของพรรคนั้นๆ กกต.ก็จำเป็นที่จะต้องหาทางที่จะสร้างความกระจ่างในการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะมิฉะนั้นก็จะมีแต่ศรีธนญชัยเต็มบ้านเต็มเมือง 

 การเมืองไทยจึงไม่สามารถจะพัฒนาไปจากจุดนี้ เพราะว่าคนมีสตางค์ มีบารมียังควบคุมพรรค ยังส่งนอมินีของตัวเองมาเล่นการเมือง เพื่อตัวเองจะยังสามารถรักษาฐานะ บารมี และอำนาจเอาไว้

 หาก กกต.เห็นว่ากฎหมายไม่ชัดเจนอย่างที่คุณสดศรีว่า กกต.ก็จะต้องขอให้สภานิติบัญญัติตีความกฎหมาย หรือออกกฎหมายใหม่ หรือว่าขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความให้เกิดความชัดเจน มิฉะนั้นนักการเมืองเหล่านี้ก็จะตบหน้าประชาชนได้ทุกวัน วันละ 3 เวลา อย่างที่เราเห็นอยู่ทุกวันนี้

สุทธิชัย หยุ่น