
สมยศประกาศยกเครื่องบอลใหม่ซิโก้อยู่ต่อ
บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่นายกสมาคมฟุตบอลคนที่ 17 ประกาศยกเครื่องลูกหนังไทยใหม่หมด ลั่นให้ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองเป็นกุนซือทีมชาติต่อ
การเลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่อินดอร์ สเตเดียม การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมี “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลาง ที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แต่งตั้งให้ดำเนินการเลือกตั้งเป็นประธาน พร้อมกันนี้ยังมี นายนิโคลา ลูกา ผู้จัดการฝ่ายกิจการสมาคมฟุตบอลของฟีฟ่า, นายพูรูต ชอตตัม ฝ่ายประสานงานฟุตบอลนานาชาติ ของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) รวมถึงตัวแทนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ร่วมสังเกตุการณ์
หลังจากนั้นเป็นการนับคะแนน เริ่มจากตำแหน่งนายกสมาคมฯ ปรากฎว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้สมัครหมายเลข 02 ได้ 62 คะแนน ชนะการเลือกตั้งทันที ส่วน ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้สมัครหมายเลข 04 ได้ 4 คะแนน, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้สมัครหมายเลข 05 ได้ 1 คะแนน ขณะที่ นายธวัชชัย สัจจกุล ผู้สมัครหมายเลข 01, นายพินิจ สะสินิน ผู้สมัครหมายเลข 03 และ พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ ธรัช ฤทธิ์เต็ม ผู้สมัครมายเลข 06 ไม่มีคะแนน โดยมีบัตรที่ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ
ส่วนผลการเลือกตั้งอุปนายก 5 คน ผู้สมัครหมายเลข 06 -10 ในทีมของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ชนะเลือกตั้ง ประกอบด้วย นายทรงธรรม เพียรพัฒนาวิทย์ 62 คะแนน, นายศุภสิน ลีลาฤทธิ์ 63 คะแนน, นายธนศักดิ์ สุระประเสริฐ 63 คะแนน, นายวิทยา เลาหกุล 65 คะแนน และ พล.อ.อดุลย์เดช อินทะพงษ์ 64 คะแนน ส่วนผู้สมัครคนอื่น นายกล้าณรงค์ จันทึก 3 คะแนน, นพ.ทศพร เสรีรักษ์ 1 คะแนน, นายภิญโญ นิโรจน์ 3 คะแนน, ดร.ธัญญา โพธิ์วิจิตร 3 คะแนน, พล.อ.จิรศักดิ์ บุตรเนียร 4 คะแนน, ดร.องอาจ ก่อสินค้า 3 คะแนน, นายธเนศ เครือรัตน์ 1 คะแนน
ขณะที่ผลการเลือกตั้งสภากรรมการ 13 คน ผู้สมัครหมายเลข 14-26 ในทีม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ชนะแบบยกทีมเช่นกัน ประกอบด้วย นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ 61 คะแนน, นายชาติชาย เจียมสิริพงศ์ 61 คะแนน, นายทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ 60 คะแนน, นายสุวิทย์ พิพัฒน์วิไลกุล 61 คะแนน, นายสมเกียรติ กิตติธรกุล 62 คะแนน, นายทรงยศ เทียนทอง 60 คะแนน, พล.ร.อ.นาวิน ธนเนตร 60 คะแนน, นายธวัช อุยสุย 60 คะแนน, น.ส.นันทนี วงศ์อำนิษฐกุล 60 คะแนน, ดร.วิชิต คนึงสุขเกษม 60 คะแนน, นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล 62 คะแนน, นายธนวัชร์ นิติกาญจนา 62 คะแนน และ นายณัฐ ชยุติมันต์ 60 คะแนน
สำหรับ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ถือเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนที่ 17 ต่อจาก พระยาประสิทธิ์ศุภการ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ), หม่อมเจ้าชัชวลิต เกษมสันต์, พระยานเรนทรราชา (หม่อมหลวงอุรา คเนจร), พระยาอนิรุทเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ), พระเจริญศิวกรรม (เจริญ เชนะกุล), พระยาวิเศษศุภวัตร (เทศสุนทร กาญจนศัพท์), หม่อมเจ้าสมาคม กิติยากร, พล.ร.ต.หลวงเจียรกลการ (เจียม เจียรกุล), พล.ต.เผชิญ นิมิบุตร, พล.อ.จำเป็น จารุเสถียร, พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ ยมนาค, นายประชุม รัตนเพียร, พ.อ.อนุ รมยานนท์, พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ (ยศขณะนั้น), นายวิจิตร เกตุแก้ว และ นายวรวีร์ มะกูดี ที่ดำรงตำแหน่งมา 4 สมัย
นอกจากนั้น พล.ต.อ.สมยศ อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเป็นนายตำรวจคนที่ 3 ที่ได้เป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต่อจาก พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ ยมนาค และ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ
หลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง พล.ร.อ.สุรวุฒิ ประธานคณะกรรมการกลาง ทำการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งและเปิดแถลงข่าวว่า คณะกรรมการกลางจะส่งผลการเลือกตั้งให้กับ ฟีฟ่า และ เอเอฟซี ภายในเวลา 1 ชั่วโมงหลังจากเลือกตั้งเสร็จ จากนั้นหาก ฟีฟ่า และ เอเอฟซี รับรองกลับมาก็จะส่งต่อให้ กกท. เพื่อทำการรับรองต่อไป ทั้งหมอคือการทำงานตามขั้นตอน ตามข้อบังคับและลำดับเวลา ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
จากนั้นตัวแทนของเอเอฟซี ได้มอบของที่ระลึกเพื่อแสดงความยินดีต่อ พล.ต.อ.สมยศ ที่ชนะการเลือกตั้งตามธรรมเนียมของเอเอฟซี ก่อนที่ “บิ๊กอ๊อด” จะนำทีมงานที่ชนะเลือกตั้งอีก 18 คนชูมือประกาศชัยชนะ และเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางทันที โดยกล่าวว่า ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้การเลือกตั้งลุล่วงด้วยดี และขอบคุณผู้สมัครทุกท่านที่แสดงสปิริตด้วยการแสดงความยินดีกับตน โดยก่อนการเลือกตั้งมั่นใจว่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 60 เสียง ขอยืนยันว่าจะทำงานอย่างเต็มที่และตามนโยบายที่เคยประกาศเอาไว้
“วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ จะมีการประชุมทีมงานเพื่อวางกรอบการทำงานและแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ ซึ่งตำแหน่งประธาน บจก.ไทยพรีเมียร์ลีก ประธานลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 และประธานผู้ตัดสิน จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ส่วนจะเป็นใครเข้ามาทำหน้าที่นั้น จะต้องหารือกับทีมงานอีกครั้ง”
“บิ๊กอ๊อด” กล่าวต่อว่า จะย้ายสถานที่ทำการของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จากใต้ถุนสนามศุภชลาศัย มาเป็นตึกการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมให้ทุกสโมสรมีส่วนร่วมในการบริหารงาน ส่วนเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ที่จะมาจากการแต่งตั้งนั้น ตอนนี้มีอยู่ในใจแล้ว รอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
“แน่นอนว่าผมต้องเข้าไปดูสิ่งที่สภากรรมการชุดเก่าทำเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารงานหรือนิติกรรมที่ทำไว้กับองค์กรเอกชน ซึ่งเรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ หากทำถูกต้องก็จะสานต่อ แต่หากเข้ามาอย่างไม่ถูกต้องก็จะต้องเปลี่ยนแปลง แต่ยืนยันว่าทุกทีมจะได้รับสิทธิ์ประโยชน์โดยเฉพาะเรื่องเงินสนับสนุนเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นสโมสรที่ไม่สนับสนุนผมในการเลือกตั้ง ก็พร้อมจะให้ความเป็นธรรมและทำให้ทุกทีมยอมรับตัวเองให้ได้”
อย่างไรก็ตามยังมีเหตุการณ์คัดค้านการเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อ นายภาคิน จินาภักดิ์ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เป็นตัวแทน นายนรินทร์พงษ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมาย สมาคมฯ เข้ายื่นหนังสือต่อ “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ห้องผู้ว่าการ กกท. ชั้น 11 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ กกท. เพื่อขอให้ระงับการเซ็นรับรองการเลือกตั้ง สมาคมกีฬาฟุตบอล
นายภาคิน เปิดเผยว่า การยื่นหนังสือให้ กกท. เพื่อขอให้ระงับ พิจารณา และทบทวน การเลือกตั้งสมาคมกีฬาฟุตบอลฯที่เพิ่งจบไป เนื่องจากผู้ว่ากกท.ต้องเป็นนายทะเบียนรับรองผลการเลือกตั้งฯ ภายใน 15 วันจึงได้มายื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯเพื่อขอให้ลองพิจารณาและทบทวนว่าการเลือกตั้งฯ ครั้งนี้ฝ่าฝืนข้อบังคับของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ หรือไม่ รวมถึงการเลือกตัวแทน 30 เสียงจากดิวิชั่น 2 ก็ไม่เป็นไปตามข้อบังคับของลีกภูมิภาค ขณะที่ ระเบียบข้อบังคับการเลือกตั้งฉบับใหม่ปี 2559 ก็ดูจะขัดต่อข้อบังคับ และไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ขณะที่ นายสกล ที่มารับหนังสือด้วยตัวเองกล่าวว่า ขั้นตอนของการเลือกตั้ง หลังจากนี้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะต้องแจ้งจดทะเบียนภายในเวลา 15 วัน แต่เมื่อมียื่นหนังสือร้องเรียนเข้ามาทาง กกท. จะได้มีพิจารณาว่ามีการผิดข้อบังคับหรือไม่ โดยกำหนดให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 3 วัน คาดว่าในวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์น่าจะได้ข้อสรุป
“หากสโมสรสมาชิก คิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีความถูกต้องหรือผิดข้อบังคับใดๆก็สามารถส่งหนังสือร้องเรียนมาได้ที่ กกท. หากว่าเมื่อมีการพิจารณาแล้วเห็นว่ามีการกระทำผิดจริงก็อาจจะต้องจัดเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้าตรวจสอบแล้วไม่ได้มีการกระทำผิดช้อบังคับก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการจดทะเบียนรับรอง โดยยืนยันว่า กกท. ปฏิบัติหน้าที่อย่างยุติธรรมและสอดคล้องของกับฟีฟ่าแน่นอน” บิ๊กเสือ กล่าวยืนยัน



