
เกมแมวจับหนูเหนือห้วงอวกาศโสมแดง
13 ก.พ. 2559
เวิลด์วาไรตี้ : เกมแมวจับหนูเหนือห้วงอวกาศโสมแดง : โดย...วัจน พรหโมบล
ความกังวลของประชาคมโลกต่อการทดลองระเบิดนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลของเกาหลีเหนือในช่วงไม่นานมานี้ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “แมวจับหนู” ที่นานาประเทศระดมเทคโนโลยีไฮเทคมาใช้ในเกมนี้อย่างเนืองแน่น ทำให้น่านฟ้าและห้วงอวกาศเหนือดินแดนโสมแดงกลายเป็นสมรภูมิของเกมไฮเทคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีวัตถุประสงค์เดียวกันนั่นคือ “การจับผิดโครงการพัฒนาอาวุธเกาหลีเหนือ”
ในการเล่นเกมข้ามโลกเกมนี้บรรดานักวิเคราะห์ต่างอาศัยข้อมูลที่ได้มาจากภาพถ่ายจากดาวเทียมความละเอียดสูง ที่ให้บริการในเชิงพาณิชย์ โดยสามารถสั่งซื้อภาพในพิกัดที่ต้องการได้มาวิเคราะห์ รีดเค้นข้อมูลที่บรรจุอยู่ในภาพถ่ายเหล่านั้นออกมาเพื่อหาความสามารถของเกาหลีเหนือในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธข้ามทวีป ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำสงครามระหว่างประเทศ
เพราะเมื่อหัวรบนิวเคลียร์มาผนวกเข้ากับขีปนาวุธข้ามทวีป ก็เท่ากับประเทศฝั่งตะวันตกมีภัยคุกคามเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งด้านนั่นเอง
เมื่อนำข้อมูลที่ได้จากภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลข่าวกรอง และข่าวสารในด้านอื่นๆ ก็ทำให้ประเทศที่จับตาเกาหลีเหนืออยู่นั้นรู้ตื้นลึกหนาบางของโครงการพัฒนาอาวุธในดินแดนแห่งนี้ได้
ที่จริงแล้วภาพถ่ายจากดาวเทียมนั้นมีการใช้งานมาแล้วหลายทศวรรษ แต่ช่วงที่ผ่านมาจะจำกัดสิทธิ์ให้รัฐบาลหรือหน่วยงานด้านการทหารเป็นผู้ใช้ประโยชน์เท่านั้น การใช้ภาพถ่ายดาวเทียมในเชิงพาณิชย์นั้นเพิ่งเริ่มต้นแพร่หลายในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 นี้เอง
ดาวเทียมที่ให้บริการถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ห้วงอวกาศเกาหลีเหนือนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 รายใหญ่คือ ดิจิทัลโกลบ (DigitalGlobe) กับแอร์บัส ดีเอส (Airbus DS) ที่เปิดโลกทัศน์มุมใหม่ให้แก่ดินแดนที่ปิดลับของโลกแห่งนี้
เป้าหมายที่ตกต้องเป็นเหยื่อการกดชัตเตอร์จากดาวเทียมในเกาหลีเหนือ หลักๆแล้วคือ สถานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ปุงยี-รี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ และฐานปล่อยดาวเทียมโซแฮ ในทางตะวันตกเฉียงเหนือ
ไม่น่าเชื่อว่าจากพฤติกรรมเกเรในสายตาประเทศตะวันตกของเกาหลีเหนือ ทำให้ทั้งสองบริษัทนี้มีงานยุ่งที่จะป้อนภาพถ่ายดาวเทียมพื้นที่ดินแดนโสมแดงให้แก่ผู้ที่ต้องการ มากกว่าภาพถ่ายของประเทศอื่นๆ เว้นแต่อิหร่าน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพถ่ายดาวเทียมของพื้นที่ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ปุงยี-เร ที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากเป็นพิเศษ
แต่อย่างไรเสีย เกาหลีเหนือ ที่มีผู้นำจากตระกูลเดียวกันสืบทอดกันมาแล้ว 3 รุ่นนั้นก็ยังไม่ไว้ลายเสือ มีไม้เด็ดในการปกปิดการสอดแนมจากดาวเทียมจอมจุ้นไม่ให้มองเห็นกิจกรรมที่แท้จริงที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ทดลองอาวุธ เนื่องจากเกาหลีเหนือสามารถจับระยะเวลาการโคจรและทิศทางการโคจรของดาวเทียมที่จ้องถ่ายภาพได้ จึงหลีกเลี่ยงการดำเนินกิจกรรมที่ผิดสังเกตในเวลานั้น
ไม่ก็เลือกที่จะทำงานในช่วงกลางคืน หรือช่วงเวลาที่มีเมฆมาก แม้แต่วันฝนตก เพื่ออาศัยเป็นม่านบังตาหลบเร้นจากดาวเทียมจอมจุ้นเหล่านั้น
ซึ่งจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงที่เกาหลีเหนือเตรียมการทดสอบระเบิด(ที่อ้างว่า)ไฮโดรเจนเมื่อช่วงต้นปี 2558 นี้ นักวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเห็นข้อผิดสังเกตที่ว่าเกาหลีเหนือมีกิจกรรมในบริเวณสถานที่ทดสอบอาวุธน้อยกว่าการทดลองระเบิดนิวเคลียร์เมื่อปี 2556
แสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือมีความชำนาญในการซ่อนพรางกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการทดลองอาวุธมากขึ้น และสามารถหลบซ่อนจากคมเลนส์ของดาวเทียมเชิงพาณิชย์ได้มากขึ้น โดยทำการปิดบัง หรือย้ายเครื่องมือที่จำเป็นลงไปทำงานอยู่ใต้ดินแทนการเปิดเผยถึงกิจกรรมที่แท้จริงในช่วงก่อนการทดลองอาวุธ
เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับฐานปล่อยดาวเทียมโซแฮ ที่มีการซ่อนหลบ “ของสำคัญ” จากสายตานกเหล็กในห้วงอวกาศ
แต่จะเป็นเช่นนี้ได้อีกนานไหม ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ แต่ที่แน่ๆ ในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะมีการปล่อยดาวเทียมสอดแนมเชิงพาณิชย์ขึ้นสู่อวกาศอีก 70 ดวงเพื่อเสริมศักยภาพการถ่ายภาพจากดาวเทียมที่ปัจจุบันอาศัยนกเหล็กในห้วงอวกาศเพียง 14 ดวง
ถึงเวลานั้น เกมแมวจับหนูเหนือน่านฟ้าเกาหลีเหนือ และพื้นที่อื่นๆ คงจะสนุกกว่านี้เยอะ



