
บิ๊กเซอร์ไพรส์มาร์ครับมือแม้ว
ต้องยอมรับว่าหลังจากรัฐบาลโดยการนำของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี พารัฐนาวาออกเดินทางได้ร่วม 7 เดือนเศษ
กระแสความนิยมในรัฐบาลกลับมีสัญญาณลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับกระแสความนิยมในตัวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ยิ่ง "ทักษิณ" ประสบผลสำเร็จ ด้วยการจัดงานฉลองแซยิดอย่างยิ่งใหญ่ สามารถยึดครองพื้นที่สื่อได้ทุกแขนงพร้อมทั้งประกาศเซอร์ไพรส์ ด้วยการตั้งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมร่วม 100 ช่อง หรือ "วอยซ์ ทีวี" ที่ครอบคลุมทั่วทุกมุมโลก
โดยมี "จุดขายในไทย" 3 ช่องหลักเพื่อสังคม ได้แก่ ทีวีเพื่อการศึกษา จัดติวเตอร์มาสอนเด็กผ่านดาวเทียม ช่องขายสินค้าโอท็อป สินค้าเอสเอ็มอี และช่องเรียลิตี้แก้ปัญหาความยากจน
นี่เป็นความพยายามของ "ทักษิณ" ในการใช้ยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศไทย ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและทุนมากมายมหาศาล การผุดช่องทีวีดาวเทียมร่วม 100 ช่อง จึงไม่น่าจะมีวัตถุประสงค์อื่น นอกจากจะเป็นการปูทางเพื่อพา "ทักษิณ" กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการใช้อำนาจสื่อดาวเทียม ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาล
จึงน่าสนใจยิ่งเมื่อนำมาเทียบกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ในการเตรียมการณ์ตีปี๊บ "แถลงผลงานรัฐบาล" ในรอบ 6 เดือน เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้ตัดสินวัดกระแสความนิยม
แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลยังไล่หลังยุทธศาสตร์ของ "ทักษิณ" แบบก้าวต่อก้าว
เพราะหลังจากเห็นผลความสำเร็จของ "ทักษิณ" จากการจัดงานแซยิดอย่างยิ่งใหญ่ทั่วประเทศ รัฐบาลโดยการจัดการของ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เตรียมจัดแถลงผลงานรัฐบาล ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ ทันที
และก็ไม่รู้ว่าเป็นความจงใจ หรือบังเอิญกันแน่ ที่การแถลงนโยบายครบรอบ 6 เดือนของรัฐบาลครั้งนี้ ตรงกับวันเบิร์ธเดย์ของ "หนุ่มมาร์ค" ที่จะครบรอบ 45 ปี ในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ เช่นเดียวกัน
แม้ว่าแม่งานอย่าง "สาทิตย์" จะออกตัวล่วงหน้าว่าไม่มีนัยสำคัญทางการเมือง แต่เป็นความบังเอิญ ที่ตรงกับวันเกิดของนายกรัฐมนตรีก็ตาม
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มองได้ว่าเป็นความจงใจของรัฐบาล ที่ต้องการ "เทียบฟอร์ม" ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง "อภิสิทธิ์" กับ "ทักษิณ"
ในเมื่อ "ทักษิณ" มี บิ๊กเซอร์ไพรส์ งานครบรอบวันเกิด "นายกฯ มาร์ค" ก็มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ ครบรอบวันเกิดได้เช่นเดียวกัน
ท่ามกลางวิกฤติรัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง ภายหลังจาก "เอแบคโพลล์" เผยผลสำรวจความนิยมของประชาชนพบว่า แนวโน้มความนิยมชมชอบของประชาชนต่อ "ทักษิณ" กำลังเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ความนิยมชมชอบของประชาชนต่อ "อภิสิทธิ์" กลับลดลง
ดังนั้นในช่วงนี้จึงต้องเร่งประโคมข่าวผลงานของรัฐบาล โดยเริ่มกดปุ่มเดินหน้าตีปี๊บตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคมนี้ ไปอีก 1 เดือนข้างหน้า
ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ บิลบอร์ด ทั่วประเทศ ด้วยสโลแกน "ความสุขของคนไทย คือเป้าหมายของรัฐบาล"
โดยเน้นนโยบายเรียนฟรี 12 ปี เบี้ยยังชีพ และ 5 มาตรการ 6 เดือน ที่รัฐบาลรับช่วงต่อจากรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช พร้อมทั้งมีการจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านทาง "วิทยุชุมชน" ด้วยการเชิญผู้จัดรายการวิทยุชุมชนมาพูดคุย
รวมทั้งจะทำ "หนังสือผลงานรัฐบาล" ออกเผยแพร่ เป็นฉบับเต็ม 1 หมื่นฉบับ สำหรับ แจก ส.ส. ส.ว. สื่อมวลชน
และฉบับย่อด้วยภาษาที่กระชับเข้าใจง่าย 2 แสนเล่ม สำหรับแจกจ่ายให้ทุกหมู่บ้าน ห้องสมุดของโรงเรียน และตามชุมชนทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ "มาร์คออนทัวร์" ภายหลังประสบผลสำเร็จจากการเดินทางลงพื้นที่บุรีรัมย์ และได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างล้นหลามจนฝุ่นตลบ
โดยเตรียมใช้ยุทธศาสตร์ "บุรีรัมย์โมเดล" ขยายฐานความนิยมไปทั่วประเทศ
ด้วยการส่ง "นายกฯ มาร์ค" ลงพื้นที่ "จ.สงขลา" ในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ เพื่อประกาศสนับสนุนนโยบายสวัสดิการชุมชน ผ่านชุมชนต้นแบบใน อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ที่มีการบริหารจัดการสวัสดิการชุมชนชาวบ้าน มีการจัดสวัสดิการตั้งแต่เกิดจนตาย มีเงินออม มีปราชญ์ชาวบ้านในการสร้างชุมชนเข้มแข็ง ตามนโยบายชุมชนพอเพียงของรัฐบาล
ต่อด้วยสัปดาห์ถัดไปคาดว่าในวันที่ 8 สิงหาคม "นายกฯ มาร์ค" ได้เตรียมลงพื้นที่ "จ.สุพรรณบุรี" พื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา
เอาใจ "ป๋าเติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา ในการลงพื้นที่ดูแลปัญหาสินค้าทางเกษตรโดยเฉพาะ "ข้าว" ซึ่ง จ.สุพรรณบุรีถือเป็นพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ
ทั้งนี้ รัฐบาลได้วางโปรแกรมให้ "นายกฯ มาร์ค" ตะลอนทัวร์ลงพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะเริ่มจากพื้นที่ฐานเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล และย่านปริมณฑล
ก่อนจะตีโอบขยายไปยังพื้นที่ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย และพื้นที่สีแดง
เพื่อเป็นการกรุยทาง และจัด "เรียลิตี้โชว์" ให้ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานได้ดูผ่านตา ก่อนที่ "อภิสิทธิ์" จะลงพื้นที่จริง
โดยจะเริ่มจาก "อุบลราชธานี" ฐานที่มั่นของประชาธิปัตย์ ในดินแดนที่ราบสูง ก่อนจะเปิดตัว "โครงการไทยเข้มแข็ง" อย่างเป็นทางการ ในกลางเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นของรัฐบาลกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
นี่คือแผนการรับมือของรัฐบาล "อภิสิทธิ์" ในการต่อกรกับเจ้าพ่อสื่อตัวฉกาจอย่าง "ทักษิณ"
ส่วนจะทำคะแนน "ตีตื้น" ขึ้นมาได้มากน้อยแค่ไหน "แฟนพันธุ์แท้" พรรคประชาธิปัตย์คงต้องลุ้นกันเหงื่อหยดเหมือนกัน
บัญชา แข็งขัน



