
โลกของความรุนแรง (ตอนจบ)
กล้าป่าว ถ้อยคำสั้นๆ ที่เหล่าบรรดาเด็กซุ้ม (บางแห่งเรียกว่าแก๊ง) ท้าทายดิฉัน หลังจากที่ดิฉันพยายามที่จะก้าวเข้าสู่วิถีซุ้ม โลกความรุนแรงเพื่อค้นหาคำอธิบายเหตุที่มาที่ไปว่า อะไรทำให้เด็กและเยาวชนไทยในสังคมปัจจุบัน ฮึกเหิมกล้าที่จะเสี่ยงต่อการถูกเจ้าหน้
นอกเหนือจากการปรับตัวในเรื่องของการแต่งกาย การใช้ภาษาท่าทาง กิริยา คำพูดให้มีลักษณะที่แรง เร้าใจเพื่อให้เกิดความคล้ายคลึงเป็นพวกเดียวกันกับพวกเขาเหล่านั้นแล้ว สมาชิกซุ้มได้สร้างแบบฝึกหัดในการทดสอบความกล้าของดิฉันว่าจะสามารถ “ผ่าน” เข้าสู่ความเป็นสมาชิกของผู้นิยมความรุนแรงได้หรือไม่
"หนูอยากถูกข่มขืน หนูอยากถูกข่มขืน” คือถ้อยคำที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อให้ดิฉันทดสอบความกล้า ถ้อยคำดังกล่าวถูกเปล่งขึ้นพร้อมกับที่ดิฉันจะต้องขี่รถจักรยานยนต์และเร่งท่อไอเสียเสียงดังบริเวณด้านหน้าสถานีตำรวจ การกระทำดังกล่าวจะได้รับการประเมินผลว่า “ผ่าน” เมื่อเหล่าบรรดาตำรวจพากันออกมาดูว่า “พวกไหน” ที่อาจหาญมาท้าทายถึงหน้าบ้าน
การท้าทายตำรวจนั้นถือเป็นแบบฝึกหัดที่เหล่าบรรดาสมาชิกซุ้มถือว่าเป็นกระบวนการขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องทำให้ได้ อย่างเช่น การปาขวดบริเวณป้อมตำรวจ การขับรถยั่วตำรวจโดยการบีบแตรเสียงดัง ขี่ปาดหน้า เร่งเครื่องยนต์ให้มีเสียงดังเป็นต้น
หากอธิบายว่า การกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องสนุกสนานปกติธรรมดาของคนวัยคึกคะนอง ก็อาจจะสามารถกระทำได้แต่หากพิจารณาอย่างประณีตลึกซึ้งจะเห็นถึง อาการของการต่อต้านอำนาจของเหล่าบรรดาคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม
ทำไม เด็กวัยรุ่นเหล่านี้จึงกระทำการต่อต้านการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างสนุกสนาน? พวกเขาเหล่านั้นต่อต้านเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้นหรือ? ยุทธวิธีการต่อต้านต่ออำนาจของเด็กวัยรุ่นแสดงออกในลักษณะเช่นไรได้บ้าง? พวกเขาเหล่านั้นกระทำสิ่งเหล่านั้นไปเพื่ออะไร?
ในสังคมสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยการนิยมความเจริญทางวัตถุ เทคโนโลยี และเงินตราส่งผลกระทบทั้งด้านบวกที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตในขณะเดียวกัน การไม่เสมอภาค การไม่เท่าเทียมในสังคมสมัยใหม่นี้ก็ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ต่ำสูง กดขี่ ขูดรีด เอารัดเอาเปรียบ ทั้งในโลกของวัยรุ่นและโลกของตำรวจ
“เขาเส้นดี แบ็กดี แข็งปั๋ง ยังไงก็ไม่โดนย้าย” คำพูดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พูดถึง นาย ของตนเอง นั้นแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกเบื่อหน่าย อึดอัด และอยากให้นายย้าย มากกว่าที่จะชื่นชมยกย่อง
ความเหลื่อมล้ำ ต่ำสูง กดขี่ ขูดรีด เอารัดเอาเปรียบที่แผ่ซ่านก่อร่างอยู่ในวังวนของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก่อเกิดความไม่เป็นธรรม และความเครียด
“คนที่สุขภาพจิตไม่ดี จะไปพิทักษ์ดูแลใครได้” เจ้าหน้าที่ตำรวจระบายถึงปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องในการทำงานของตนเองที่มีผลต่อการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนอย่างไม่เสมอภาค ไม่เท่าเทียม และไม่เป็นธรรม
เมื่อการศึกษาวิจัยเรื่องอำนาจ การเมือง วัฒนธรรม:เบ้าหลอมความรุนแรงของเด็กและเยาวชนเสร็จสิ้นลงดิฉันมีข้อสังเกตประการหนึ่งคือ การใช้ความรุนแรงของเด็กวัยรุ่นคือภาพสะท้อนการใช้อำนาจที่ไม่เสมอภาค ไม่เป็นธรรมของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนไทยนั่นเอง
ปนัดดา ชำนาญสุข



