ข่าว

ไทยแลนด์ แดนเจอรัส?

ไทยแลนด์ แดนเจอรัส?

29 ก.ค. 2552

เมื่อปลายปีที่แล้ว สื่อสิงพิมพ์เทเลกราฟ ของอังกฤษ เสนอรายงานเรื่อง “ดินแดนที่อันตรายที่สุดในโลก 20 แห่ง” โดยจัดลำดับประเทศที่อันตรายและสาเหตุแห่งอันตรายเอาไว้ตามความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งสยามเมืองยิ้มของเราถูกจัดไว้ในลำดับที่ 9 ครับ

สำหรับประเทศที่ อันตรายอันดับ 1 เป็นไปตามความคาดหมาย คือประเทศอิรัก ซึ่งแม้ว่าสงครามในประเทศนี้จะยุติไปหลายปีแล้ว แต่การเคลื่อนไหวของสงครามกองโจรและกลุ่มก่อการร้ายก็หาได้จบสิ้นลงไปด้วย ขณะเดียวกันประชาชนในอิรักเองก็ยังมีความขัดแย้งกันทั้งเรื่องเชื้อชาติและลัทธิศาสนา ส่งผลให้ทั่วประเทศไร้ซึ่งความปลอดภัย เต็มไปด้วยการวางระเบิดลอบสังหาร และการลักพาตัวชาวต่างประเทศ ไม่เว้นแต่ละวัน

 อัฟกานิสถาน อยู่ใน อันดับ 2 ด้วยสาเหตุและพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับอิรัก แต่ตามความเป็นจริงนั้นวิกฤตการณ์ในอัฟกานิสถานเริ่มต้นมาตั้งแต่ความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศในปี 1973 และการยึดครองของโซเวียตในปี 1979 และถูกต่อต้านโดย กองโจรมูจาฮีดิน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ และปากีสถาน ตามมาด้วยความขัดแย้งและความวุ่นวายไม่รู้จบ ทำให้อัฟกานิถานเป็นดินแดนแห่งสงคราม การก่อการร้าย การลักพาตัว

 ตามมาติดๆ คือซูดาน ซึ่งมีรากเหง้ามาจากความขัดแย้งระหว่างชาวอาหรับซึ่งนับถือศาสนาอิสลามทางตอนเหนือของประเทศกับชาวแอฟริกันนิโกรทางตอนใต้ที่นับถือศาสนาคริสต์จนเกิดสงครามกลางเมืองในช่วงทศวรรษ 1900 ที่คร่าชีวิตชาวซูดานไปกว่า 1 ล้านคน จนถึงปัจจุบันนี้ปัญหาและความรุนแรงดังกล่าวก็ยังคงคุกรุ่นอยู่

 ดินแดนที่อันตรายอันดับต่อไป ได้แก่โซมาเลีย ซึ่งผ่านการปฏิวัติรัฐประหารและสงครามกลางเมืองอย่างโชกโชน โซมาเลียก็กลายเป็นประเทศที่ขาดเสถียรภาพและไร้อำนาจรัฐ โจรสลัดโซมาเลียออกอาละวาดจับเรือบรรทุกน้ำมันและสินค้าที่ผ่านเข้ามาในน่านน้ำไปเรียกค่าไถ่จำนวนมหาศาล ขณะที่ภาคพื้นดินก็ไม่ได้ปลอดภัยไปกว่ากัน

 ความขัดแย้งทางเชื้อชาติระหว่างชาวทมิฬที่นับถือศาสนาฮินดู กับชาวสิงหลที่นับถือศาสนาพุทธ ทำให้ ศรีลังกาที่เคยได้ชื่อว่าไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย กลายเป็นไข่มุกสีเลือดที่ขาดความปลอดภัยแม้กระทั่งในกรุงโคลอมโบ เมืองหลวงของประเทศ

 การปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหาร การเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนและนักศึกษา และการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำให้พม่าเป็นดินแดนอันตรายสำหรับชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องการแสดงท่าทีหรือคำพูดซึ่งขัดแย้งกับรัฐบาล

 ติมอร์ตะวันออก อยู่ในลำดับที่ 7 เนื่องมาจากเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยการประท้วงที่นิยมใช้ความรุนแรงมากกว่าการเจรจาด้วยเหตุผล 

 เยเมนยังคงเป็นดินแดนที่อันตราย เนื่องจากมีพรมแดนติดต่อกับซาอุดีอาระเบียทำให้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสู่เยเมนโดยง่าย ต่างชาติชาวตะวันตก จึงมักตกเป็นเป้าหมายของการก่อการร้ายในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการโจมตีอาคารสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 18 คน

 แล้วก็มาถึงลำดับที่ 9 คือประเทศไทย ด้วยสาเหตุการชุมนุมประท้วงของผู้ชุมนุมจำนวนมาก การประกาศภาวะฉุกเฉิน การยึดสนามบิน การยึดทำเนียบรัฐบาล และถนนราชดำเนินนอก กองบัญชาการตำรวจนครบาล และรัฐสภา รวมถึงการปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาบริเวณปราสาทพระวิหาร ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบางพื้นที่ของ จ.สงขลา

 แม้ว่าการจัดอันดับดังกล่าวนั้น เป็นการจัดทำขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว และปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยคลี่คลายไปจากเดิมแล้วก็ตาม แต่ก็แสดงให้เห็นว่าสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรานั้น ล้วนอยู่ในสายตาของชาวโลกตลอดเวลา และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การลงทุน การค้า และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม

 การฟื้นฟูความเชื่อมั่น หรือทำให้ประเทศไทยกลับคืนสู่การเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจึงไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้ง่ายๆ หรือภายในเวลาอันรวดเร็วหรอกครับ