ข่าว

เสียหายตรงไหน

เสียหายตรงไหน

29 ก.ค. 2552

คงจะงง ไปตามๆ กัน เมื่อคำเฉลยที่มาของการตอบโต้กันใน "ทวิตเตอร์" สื่อออนไลน์ที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหนีคุก เพิ่งจะเปิดใช้ กับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในวันเกิดของ ทักษิณ นั้น มาจาก อาสาสมัคร ที่มาช่วยงานนายกฯ พิมพ์ข้อความลงไปแทน อภิสิท

ก็เข้าใจหรอกว่า งานของนายกรัฐมนตรีนั้น มันมากมายเหลือคณานับ

 แต่ไม่เข้าใจว่า การตอบโต้ หรือจะเรียกว่า อวยพร วันเกิดให้ ทักษิณ นั้น ให้ระดับ "อาสาสมัคร" เท่านี้ก็ทำได้แล้วหรือ

 ที่สำคัญ อาสาสมัคร ที่ว่านั้น ได้รับอนุญาตให้เข้ารหัสที่น่าจะเป็นชั้นความลับสูงสุด เพราะการใช้ชื่อ "นายกรัฐมนตรี" ไปพูดไปคุยกับใครก็ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของก่อนก็ได้อย่างนั้นหรือ

 รัฐมนตรีน้องเดียว พูดอย่างนี้ ก็เข้าใจว่าเพื่อให้อะไรต่อมิอะไรมันคลี่คลาย และค่อยๆ สงบลง

 แต่มันฟังแล้วตลกสิ้นดี !

 คนระดับนายกรัฐมนตรีที่ควรมีชั้นความลับที่ยากแก่การเข้าถึงข้อมูล ควรจะต้องมีระเบียบข้อบังคับ ที่สลับซับซ้อนมากกว่านี้

 ที่สำคัญ ควรจะมีความรับผิดชอบมากไปพร้อมกันด้วย

 ไม่ใช่ว่าอนุญาตให้เขาใช้รหัสเข้าไปทำการแทนได้ แต่เมื่อเขาทำไปแล้วกลับพูดจาเหมือนกับว่า ละลาบละล้วง ทำเองโดยพลการไปเสียอย่างนั้น

 ทั้งที่ข้อความที่ส่งไปยัง ทักษิณ ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหาย หรือพิสดารไปมากกว่าที่พูดข้างนอก ขณะเดียวกัน ข้อความที่ ทักษิณ ตอบกลับมาดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไรด้วยซ้ำไป

 หรือเป็นปัญหาก็อีตรงที่ อภิสิทธิ์ เคยลั่นวาจาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า สำหรับ ทักษิณ ไม่มีอะไรที่ต้องคุยกันอีก

 พูดนั้นก็พูดได้ แต่ถามว่า ถ้าพูดจากันแล้วไม่เสียหลักการ ไม่ล้มล้างคำพิพากษา พูดคุยกันมันจะเสียหายตรงไหน ?

 ถึงจะผิดหวังเจ็บปวดมาตั้งแต่การเจรจากันตั้งแต่ปี 2549 ก่อนที่จะมีการยึดอำนาจ ที่ ทักษิณ จะเปิดสภาให้อภิปราย แต่สุดท้ายก็ยุบสภาหนี มาก่อนก็เถอะ

 แต่ถ้าหากแนวทางการพูดคุย การเจรจาเพื่อให้ประเทศชาติสงบสุข แต่ไม่เสียหลักการ ก็ไม่เห็นว่ามันจะน่าอับอายตรงไหน ที่ให้ "อาสาสมัคร" พิมพ์ข้อความไปถึง ทักษิณ

 ออกมายืดอกยอมรับว่า เป็นคนให้ส่งข้อความไปเองน่าจะดูดีมีสง่ามากกว่าออกมาปฏิเสธ การทำงานของคนที่ถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ตั้งแต่แรก

 เรื่องเล็กๆ น้อยๆ และส่งผลกระทบแบบที่ไม่คาดคิดอย่างนี้ ไม่น่าเชื่อว่าเมื่ออยู่ในระดับหนึ่งแล้ว จะมองไม่เห็นกัน