ข่าว

SPCGจับมือเคียวเซร่าร่วมลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น

SPCGจับมือเคียวเซร่าร่วมลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น

09 ก.พ. 2559

SPCGจับมือเคียวเซร่าร่วมลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่น กำลังผลิต 30 เมกะวัตต์ คาดขายไฟได้ปี 60 เผยมีแผนลุยต่อทั้งในญี่ปุ่น เมียนมาร์และฟิลิปปินส์

               9ก.พ.2559 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล พลาซ่าลาดพร้าว วันที่ 9 ก.พ. บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG บริษัท Kyocera Corporation และบริษัท Century Tokyo Leasing Corporation หรือ TCL ร่วมทำพิธีลงนามสัญญาการร่วมทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์ม ขนาด 30 เมกกะวัตต์ ณ เมือง Tottori ประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้แทนสถานทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน

               น.ส.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยว่า บริษัทฯ เลือกลงทุนธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น เพราะเห็นโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ทั้งจากการสนับสนุนของรัฐบาลญี่ปุ่นและการส่งเสริมการลงทุนทางด้านนี้ของสถาบันต่างๆและบุคลากรต่างๆ โดยระยะแรกจะสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาด 30 เมกะวัตต์ ซึ่งในขณะนี้ได้เริ่มพัฒนาโครงการแล้วในพื้นที่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟไดเซน โครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 30 เมกะวัตต์แห่งนี้ จะใช้เวลาพัฒนาโครงการประมาณ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าได้ประมาณต้นปี 2560

               "สำหรับการลงทุนธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น บริษัทฯ ได้จับมือกับพันธมิตรอย่าง Kyocera และ TCL ลงทุนในโครงการโซลาฟาร์ม 30 เมกะวัตต์ เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจอีกมาก อีกทั้งไทยกับญี่ปุ่นยังมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมายาวนาน โดยบริษัท Kyocera Corporation เป็นผู้นำด้านการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีคุณภาพมานานกว่า 40 ปี และ บริษัท Century Tokyo Leasing Corporation หรือ TCL ยังเป็นผู้นำธุรกิจให้เช่าซื้อในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย"

               นอกจากนี้  บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นอีก 2-3 โครงการ มีกำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯ จะถือหุ้นสัดส่วน 1 ใน 3 และบริษัทฯ ยังมีการเจรจาร่วมลงทุนในเมียนมาร์และฟิลิปปินส์ กำลังการผลิตไม่ต่ำกว่า 100 เมกะวัตต์ ซึ่งในส่วนนี้บริษัทจะเข้าถือหุ้นในสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 50% โดยโครงการทั้งหมดนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2-3 ปี นี้

               ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี 2560 จากปัจจุบันที่มีรายได้จากในประเทศเพียงอย่างเดียว ส่วนการขยายกำลังการผลิตในประเทศจากโครงการโซลาร์ฟาร์มจากส่วนราชการและสหกรณ์นั้น บริษัทฯ ยังคงรอความชัดเจนจากภาครัฐอยู่ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงเดินแผน 5 ปี (58-62) มีกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือ 261 เมกะวัตต์ โดยวางงบลงทุนไว้ประมาณ 3-4 พันล้านบาท ซึ่งจะเน้นขยายไปยังต่างประเทศ อย่างเมียนมาร์และฟิลิปปินส์