ข่าว

รบ.หนุนเต็มที่สินค้าโอทอปดันจัดงานเดือนส.ค.

รบ.หนุนเต็มที่สินค้าโอทอปดันจัดงานเดือนส.ค.

28 ก.ค. 2552

"อภิสิทธิ์" ยัน รบ.พร้อมหนุนสินค้าโอทอป เต็มที่ ช่วยสร้างอาชีพ รายได้ให้ประชาชน ชี้วิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็งจะเป็นพื้นฐานที่ดีทางเศรษฐกิจ พร้อมดันจัด โอทอป ซิตี้ ให้ได้ในเดือน ส.ค.

 เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่  28 ก.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับกลุ่มผู้ประกอบการสินค้า 1 ผลิตภัณฑ์ 1 ตำบลหรือโอทอปที่เข้าร่วมสัมมนาสมัชชาโอทอปไทยครั้งที่ 1 จำนวน 1,000 คน ที่ตึกสันติไมตรี เพื่อนำผลสรุปผลการสัมมนาเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ให้รัฐบาลดำเนินการ

 ทั้งนี้นายพรพล เอกอรรถพร รองประธานกรรมการ บริหารเครือข่ายโอทอประดับประเทศ กล่าวว่า จากการสัมมนามีข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณา 3 ประเด็น คือ การกำหนดคุณสมบัติการเป็นผลิตภัณฑ์โอทอปที่ควรวางมาตรฐานการคัดสรรคุณภาพ(จัดระดับดาว)ที่ชัดเจน การส่งเสริมกระบวนการพัฒนาผลิต ภัณฑ์โอทอป ความเข้มแข็งของผู้ประกอบการและเครือข่ายโดยเฉพาะต้องการให้ดำเนินโครงการ KOB ( Knowlage Based OTOP)ที่ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาโอทอประดับ 1-3 ดาวต่อไป และการส่งเสริมด้านการตลาดและการเพิ่มช่องทางการตลาดโดยเฉพาะให้มีการจัดงาน OTOP Midyear ในเดือนส.ค.และงาน OTOP City ในเดือนธ.ค. เป็นประเพณีของผู้ประกอบการโอทอป และต้องจัดงานที่เมืองทองธานี เนื่องจากผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นตรงกันเพราะการจัดที่เมืองทองธานีมียอดขายสูงสุดกว่าที่อื่น

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ช่วงที่ตนเข้ามารับหน้าที่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในช่วงปลายเดือนธ.ค.และแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียกได้ว่าเป็นวันทำการวันสุดท้ายของปีที่แล้ว เริ่มต้นเข้าบริหารเต็มที่ช่วงต้นปี 2552 อาจจะมีปัญหาความสับสนหลายเรื่อง ซึ่งคงจะนึกออกในแง่ของภาพรวมการเมืองที่มีความไม่แน่นอนอยู่มาก ทุกครั้งมีปัญหาการเปลี่ยนแปลงจะมีหลายวิตกเกี่ยวกับความต่อเนื่องของนโยบายซึ่งตนเข้าใจดี

 อยากย้ำว่าตนเป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยถ้าจะบอกว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจะต้องไปรื้อนโยบายทุกเรื่อง หมายความว่าของเก่าต้องรื้อทิ้งหมดและทำเฉพาะของใหม่ซึ่งตนไม่คิดว่าแนวทางอย่างนั้นเป็นประโยชน์ สิ่งที่ตนพยายามทำคือการประเมินดูทุกนโยบายถ้าเป็นนโยบายที่ถูกต้อง มีหลักการที่ดี ประสบความสำเร็จก็ต้องสานต่อ และถ้าเป็นนโยบายที่ดีแต่การบริหารจัดการยังมีปัญหาก็ควรจะปรับปรุง นโยบายไหนอยู่บนพื้นฐานความคิดอาจไม่ตรงเป้าหมายของรัฐบาลหรือล้มเหลวไม่สามารถเดินต่อได้รัฐบาลคงจะยกเลิก

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า หลายคนที่ติดตามการทำงานทางการเมืองของตนคงทราบว่า กรณีโครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์หรือโอทอป เป็นสิ่งที่ทุกพรรคการเมืองบอกว่าเอยากเห็นการเติบโตของวิสาหกิจชุมชน อยากเห็นการนำทุนที่ไม่ใช่เงินที่เป็นภูมิปัญญาที่มีในทุกภาคทุกจังหวัดนำออกมาใช้สร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชน ดังนั้นที่มีความไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะสนับสนุนหรือไม่นั้นตนยืนยันว่าไม่ต้องกังวล เพราะวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็งจะเป็นพื้นฐานที่ดีทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี 

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนทราบว่ามีการระงับการจัดงาน 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ในช่วงปลายรัฐบาลที่แล้วทำให้เกิดปัญหา สุดท้ายรัฐบาลนี้จึงจัดงานโอทอป ซิตี้ ขึ้นในช่วงหลังจากนั้นอีกไม่กี่เดือนซึ่งยอมรับว่ามีข้อจำกัดหลายอย่างทั้งการเปลี่ยนแปลง และระยะเวลาที่กระชั้น รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจ ตนอยากย้ำว่าขณะนี้รัฐบาลต้องการสนับสนุนนโยบายนี้อย่างต่อเนื่อง ทางคณะกรรมการบริหารโครงการโดยนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีและนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะนำข้อเสนอจากการสัมมนาไปประมวลรวบรวมเสนอต่อครม.เพื่อมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อไป และตนจะไปพิจารณาว่าจะทำอย่างไรที่จะจัดงานโอทอปในเดือนส.ค.ให้ได้

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เพื่อรักษายี่ห้อและเป็นหลักประกันในคุณภาพทุกราย เช่นเดียวกันการจัดระดับดาวต้องเป็นมาตรฐาน ตนได้รับเรื่องร้องเรียนมาก่อนหน้านี้ว่าไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นเกณฑ์ที่จะให้ว่าเป็นกี่ดาว บางรายร้องเรียนว่าปีที่แล้วยังมีหลายดาวแต่ปีนี้สินค้าเหมือนเดิมทุกอย่างแต่ดาวหายไป ซ้ำร้ายมีคนนินทาว่าในอดีตมีการแปลงดาวเป็นทุนไปก่อนหน้านี้แล้วแต่ไม่ใช่ทุนของผู้ประกอบการโอทอป แต่เป็นทุนของคนให้ดาว ตรงนี้ตนยืนยันจะไม่ให้มีเด็ดขาด นอกจากนี้ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้ซื้อ รวมทั้งต้องมองตลาดอาเซียนที่มีความต้องการสินค้าโอทอปของไทยมากขึ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับผู้ประกอบการโอทอปทั่วประเทศที่ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ จำนวน 1,000 คนครั้งนี้ ได้เดินทางมาสัมมนากันที่โรงแรมปริ้นซ์ พาเลซ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.โดยทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้เชิญผู้ประกอบการโอทอป โดยประกาศให้ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนาวันที่ 26 ก.ค.และระดมความเห็นสัมมนากันในวันที่ 27 ก.ค.ก่อนจะข้อสรุปนเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ในวันที่ 28 ก.ค. ทั้งนี้ทางสำนักปลัดสำนักนายกฯได้ออกค่าเดินทางและค่าห้องพักโรงแรมปริ๊นซ์ พาเลซให้ทุกคน