ข่าว

เมื่อมีข้อมูลมาถึงที่ เราจะคิดต่อได้ดีแค่ไหน

เมื่อมีข้อมูลมาถึงที่ เราจะคิดต่อได้ดีแค่ไหน

11 ก.พ. 2559

สวัสดีเศรษฐกิจ : เมื่อมีข้อมูลมาถึงที่ เราจะคิดต่อได้ดีแค่ไหน : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                       จากการแชร์ข้อมูลผ่านไลน์ในเรื่อง “โลกอนาคต” จากนิตยสาร The Futurist ที่ระบุไว้ในข้อมูลที่ส่งต่อมายังผู้เขียน ได้กล่าวว่า นักอนาคตศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รูปแบบการดำรงชีวิตที่อาจเปลี่ยนแปลงหรือหายไปในอีกไม่กี่ปี
 
                       แล้วมันมีอะไรที่สะดุดใจผมให้ต้องนำเอามาคิดต่อ และอยากเชิญชวนท่านผู้อ่านมาคิดต่อ เพราะถ้าเรายังเฉย ไม่ตระหนัก ไม่คิดพิเคราะห์ต่อ ในอนาคตเราอาจเป็นคนแปลกแยกกับสิ่งที่เกิดขึ้นในพิภพนี้ก็ได้ ผมอยากเชิญชวนทุกท่านที่สนใจลองอ่านสิ่งที่ผมได้รับมานี้อย่างพินิจพิเคราะห์ ในใจลึกๆ ของผู้เขียนพบว่า หรือความฉลาดและการบ่มเพาะมาชั่วชีวิตจนถึงตอนนี้มันจะมีค่าเท่ากับศูนย์จริงๆ ข้อความที่ได้รับมีว่า...
 
 
 
ระบบการศึกษาในปัจจุบัน
 
 
                       เทคโนโลยีจะลบล้างระบบการศึกษาที่แบ่งกลุ่มนักเรียน นักศึกษาตามอายุ การเลื่อนระดับชั้นเรียนจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล (ผู้เขียน : ว่ากันตามตรงมันควรจะเลื่อนตาม competency ใช่หรือไม่) นักเรียน นักศึกษา จะมีโอกาสในการค้นพบและเลือกสาขาตามความเชี่ยวชาญได้เร็วขึ้น เช่นเดียวกับนักกีฬาในปัจจุบัน ที่นักกีฬาสามารถเลือกสาขากีฬาที่ตนชอบได้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ว่ากันตามความชอบ บวกความถนัด หรือจะว่ากันตามพรสวรรค์ก็แล้วแต่
 
                       แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะฟังดูดี แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ บริษัทผู้นำด้านโทรคมนาคมบางแห่งอาจจะกลายเป็นผู้ควบคุมการศึกษาของคนในอนาคต เพราะพวกเขามีเครื่องมือสื่อสารทั้งหมดอยู่ในมือ (เพราะธุรกิจที่มีสาระ มีเนื้อหาที่จะป้อน หรือ content ที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนรับเชื่อบวกปฏิบัติตาม เกิดมีสื่อหรือเครื่องมือที่จะเข้าถึงในระดับตัวต่อตัวอย่างลึกและกว้างขวางอยู่ในมือเช่นเดียวกัน)
 
                       แง่คิดที่น่าสนใจคือ คอมพิวเตอร์ช่วยทำให้เกิดความลึกของข้อมูล ขณะที่เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมก่อให้เกิดความกว้างในการแพร่กระจายเป็นอย่างมาก สองสิ่งนี้มาบวกเข้าไปกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ อันเป็นปัจจัยที่ห้าในการตอบจริตของความเป็นสัตว์สังคมในตัวมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม มันก็น่าจะไปกันแบบไม่มีที่สิ้นสุด หรือไปเท่าที่จินตนาการจะไปได้ถึง
ข้อความอีกตอนหนึ่งยิ่งตอกย้ำสิ่งที่ผู้เขียนได้เกริ่นนำไว้ข้างต้นคือ
 
 
 
ประสบการณ์แบบดั้งเดิมของมนุษย์
 
 
                       ในอนาคตจะไม่มีคำว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล” เพราะข้อมูลของตัวเรา หรือของใครต่อใคร ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นวันเดือนปีเกิด ประวัติการศึกษาหมายเลขบัตรเครดิต ประวัติการรักษาพยาบาล จะถูกบันทึกในระบบใดระบบหนึ่งและบุคคลอื่นๆ จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (ผู้เขียน : ทั้งที่เป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม) ต่อไปเราจะขาด “การไตร่ตรอง” เพราะโทรศัพท์และเทคโนโลยีการสื่อสารอื่นๆ ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ทุกเวลา 
 
                       นอกจากนั้น เทคโนโลยีในอนาคตจะสามารถตรวจรับการรับรู้ต่างๆ ของร่างกายเราได้ เช่น จังหวะการเต้นของหัวใจระหว่างการออกกำลังกาย และคอยให้คำแนะนำว่า เราควรจะหยุดหรือเร่งการออกกำลังกายเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เราไม่มีโอกาสที่จะครุ่นคิดและสื่อสารกับร่างกายของเรา
 
 
 
-------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : เมื่อมีข้อมูลมาถึงที่ เราจะคิดต่อได้ดีแค่ไหน : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)