ข่าว

วิธีคิดที่่ต่างกัน

วิธีคิดที่่ต่างกัน

09 ก.พ. 2559

วิธีคิดที่่ต่างกัน : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

           สิ่งที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ถูกถล่มชิดที่เรียกกันว่าเละเทะ นอกจากเรื่องการออกแบบโครงสร้างทางการเมืองแล้ว ยังมีเรื่องอื่นประกอบด้วย เช่น เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือเรื่องการกระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น

           หลายคนเรียกแบบแรงๆ ว่า ร่างฉบับนี้เป็นร่างฉบับถอยหลังเข้าคลอง เพราะไม่มีการประกันเรื่องต่างๆ เอาไว้เหมือนในรัฐธรรมนูญสองฉบับหลังที่ผ่านมา

           เราจะเห็นว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นโดยคณะรัฐประหารคือ ความพยายามประกันหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อที่จะนำมาชดเชยกับระบบโครงสร้างอำนาจทางการเมืองที่พวกเขาต้องการสถาปนาขึ้นมาใหม่และอาจไม่ถูกใจของประชาชน

           แต่กับฉบับนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น จึงไม่แปลกที่จะมีเสียงประสานวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง

           อย่างไรก็ตามหากฟังคำชี้แจงของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเราจะเห็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้น นั่นคือปัญหาด้านมุมมองหรือหลักคิดของการเขียนรัฐธรรมนูญที่ยังมีความเหลื่อมและต่างกันอยู่มาก

           กรรมการร่างรัฐธรรมนูญพยายามบอกว่าวิธีคิดของพวกเขาในการเขียนรัฐธรรมนูญครั้งนี้คือ การเขียนเฉพาะเรื่องหลักการสำคัญและเขียนเฉพาะเรื่องที่ห้ามเอาไว้เท่านั้น ส่วนเรื่องที่ไม่ห้ามก็ไม่จำเป็นต้องเขียน เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นหลักของกฎหมาย

           ขณะที่คนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลับมองในมุมตรงกันข้ามว่า ที่ผ่านมาบ้านเรามีปัญหาเกี่ยวกับระบบการบังคับใช้กฎหมาย หรือทำให้กฎหมายเป็นจริงได้ โดยเฉพาะมีนักมองหาช่องโหว่ของกฎหมายเต็มไปหมด

           การไม่บัญญัติให้ทำอะไรหรือประกันอะไรไว้ ก็เชื่อขนมกินได้เลยว่า จะไม่กระทำตามนั้นแน่นอน ยกตัวอย่างเรื่องการกระจายอำนาจ ที่แม้ทั้งรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 กำหนดให้ทำเอาไว้ แต่เอาเข้าจริงแล้วเรื่องยังไม่เดินหน้าไปถึงไหน

           พวกเขาจึงบอกว่า นี่ขนาดเขียนเอาไว้ยังไม่เดินหน้า ดังนั้นถ้าไม่เขียนไว้ก็เป็นการยากที่ราชการจะกระทำตามหลักการกระจายอำนาจ

           เราไม่แน่ใจว่า กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเชื่อในหลักการนั้นจริงหรือไม่ แต่ที่รู้ๆ คือ หากวิธีคิดต่างกันแล้วการยอมรับกันก็ยากที่จะเกิดขึ้น