
แก๊งโจ๋เขม่นกันยกพวกรุมชักช้อนส้อมแทงกว่า21แผลดับ
08 ก.พ. 2559
ก๋วนโจ๋มองหน้าเขม่น ยกพวกรุมก่อนชักช้อนส้อมแทงกว่า21แผล ดับอนาถ
วันที่ 8 ก.พ.59 เมื่อเวลา 01.30 น. ร.ต.ท.วรายุท พวงนาค พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุทะเลาะวาททำร้ายร่างกายถูกแทงด้วยของมีคมจนมีผู้บาดเจ็บ 3 ราย บริเวณใต้สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง ช่วงหน้าห้างบิ๊กซี สาขาวงศ์สว่าง แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาค ผกก.สน.ประชาชื่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวชฯรพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณช่องทางกลับรถใต้สะพานพบนายชินวัตร งามเนตร อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่1/76 หมู่9 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี สวมเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีขาวเปลื้อนเลือดนองเต็มตัว นุ่งกางเกงยีนขายาว นอนหายใจโรยริน จึงรีบประสานรถพยาบาล ทีมแพทย์ช่วยกันยื้อชีวิต แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบพบบาดแผลฉกรรจ์ถูกของมีคมแทงที่ลำตัวด้านหน้า 8 แห่ง ด้านหลังอีก 13 แห่ง
ใกล้กันพบช้อนส้อมสภาพหักงอมีคราบเลือดติดอยู่ และมีหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ 2 ใบ ตกอยู่กระจัดกระจาย ห่างไปไม่ไกลพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 125ไอ สีดำ หมายเลขทะเบียน อบป 339 กรุงเทพมหานคร จอดทิ้งไว้ นอกจากนี้บริเวณริมถนนฝั่งตรงกันข้ามพบช้อนซ้อม 1 อัน แว่นตากันแดด 1 อัน และนาฬิกาแบบผู้ชายตกอยู่ 1 เรือน ถัดไปประมาณ 50 เมตรพบรถจักรยายนต์ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่เบาะท้ายรถมีคราบเลือดไหลติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนรีบนำศพส่งชันสูตรที่ นิติเวชฯรพ.ตำรวจ
นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายทราบชื่อ นายธัชพงษ์ กิจเมรี อายุ 21 ปี ถูกของมีคมแทงเข้าที่หน้าอก 1 แผล ก่อนรีบนำตัวส่ง รพ.วชิระ ไปแล้วก่อนหน้านี้ และนายเปรม พุ่มขจร อายุ 19 ปี ถูกแทงเข้าที่ข้อเท้าซ้าย 1 แห่ง บาดเจ็บเล็กน้อย
จากการสอบสวนนายเปรม ให้การว่าก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 4 ทุ่มตนพร้อมผู้ตายและเพื่อนรวม 8 คนได้นัดกันดูถ่ายทอดสดฟุตบอลและดื่มกินกันที่ร้านที บาร์ ย่านประชาชื่น เมื่อบอลจบ ตนพร้อมด้วยนายธัชพงศ์ และนายชินวัตร ขอตัวกลับบ้านพักในซอยวงศ์สว่าง4 โดยขับและซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์อัด 3 มามีนายธัชพงศ์ เป็นคนขับ ตนเองนั่งกลางและนายชินวัตร ซ้อนท้ายคนสุดท้าย เมื่อมาถึงบริเวณแยกวงศ์สว่าง พบกลุ่มวัยรุ่นขับจักรยานยนต์จำนวน 3 คันซ้อนท้ายกันมาคันละ 2 คนติดไฟแดงอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งต่างคนต่างมองหน้ากัน พวกตนไม่ได้คิดอะไรขับรถต่อไปเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้ขับตามมาก่อนจะลงมาทำร้ายพวกตนจนทำให้นายนายชินวัตร เสียชีวิต นายธัชพงศ์ ถูกแทงเข้าที่หน้าอก 1 แผล ส่วนตนถูกแทงเข้าที่ข้อเท้าด้านซ้าย บาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งตนยืนยันว่าขณะที่ดื่มกินอยู่ที่ร้านที บาร์ กลุ่มของตนไม่ได้มีปัญหาหรือทะเลาะกับใครแต่อย่างใด แต่ผู้ตายจะมีเรื่องกับใครก่อนหน้านั้นตนไม่ทราบ
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุเกิดจากกลุ่มคู่กรณีขับขี่รถจักรยานยนต์มองหน้าเขม่นกัน จนเป็นเหตุให้ทำร้ายร่างกายจนมีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ต้องทำการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง และติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นักร้องหนุ่มร้านอาหารซิ่งเก๋งชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำ หวิดม้วย
เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 8 ก.พ.59 ร.ต.ท.ณัฐพล รัตนสุภาพงศ์ พนักงานสอบสวน สน.บางเขน รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนตร์ชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนรามอินทรา ขาเข้า ก่อนขึ้นสะพานข้ามแยกลาดปลาเค้า ปากซอยรามอินทรา 4/3 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน แพทย์ รพ.พญาไท นวมินทร์ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ที่เกิดเหตุเป็นบนพื้นผิวถนนก่อนขึ้นสะพานดังกล่าว พบรถเก๋งนิสสัน อาเมล่า สีขาว หมายเลขทะเบียน กบ3241 หมวดจังหวัดนครปฐม พลิกคว่ำหงายท้องอยู่กลางถนน สภาพรถด้านหน้าและกระจกหน้ารถพังยับเยิน และยางทั้ง 4 เส้นแตก ตรวจสอบภายในรถพบนายศุภชัย เกณฑ์กอบศรี อายุ 27 ปี มีอาชีพเป็นนักร้องนำวงมอเตอร์เวย์ ของร้านอาหารชื่อดัง (ร้านชายคา) ย่านลาดพร้าว ได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกและแผ่นหลังจากการกระแทกเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือออกมาก่อนนำส่ง รพ.พญาไท นวมินทร์ เบื้องต้นอาการปลอดภัยอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์นอกจากนี้ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบเสาไฟฟ้าริมฟุตบาทหน้าร้านอาหารไฝทอง หักคาอยู่ และมีร่องรอยการไถลของล้อรถยนตร์ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บไปทำงานตามปกติ พอเลิกงานกำลังขับรถกลับบ้าน แต่ใช้ความเร็วสูง มาถึงจุดเกิดเหตุควบคุมรถไม่อยู่เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าแล้วพลิกคว่ำดังกล่าว เบื้องต้นทางตำรวจยังไม่แจ้งข้อหาแต่อย่างใด เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังไม่สามารถให้การได้ อยู่ระหว่างการรักษาตัว หลังจากนี้จะเรียกมาทำการสอบปากคำ รวมทั้งวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนทำการแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รวบอดีตนักมวยอับโชค ก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์
เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 8 ก.พ.59 พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร ผกก.สน.ปทุมวัน พร้อมด้วย พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส สว.สส.สน.ปทุมวัน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวรรณรงค์ กรวดกระโทก อายุ 27 ปี หรือชื่อในวงการมวย สิงห์ดำ เคทียิมส์ อดีตนักมวยเวทีราชดำเนิน พร้อมด้วยของกลาง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น จำนวน 5 ใบ โดยสามารถจับกุมได้
สืบเนื่องจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับร้องเรียนว่ามีเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ย่านจุฬาบ่อยครั้ง ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน จึงได้วางกำลังซุ่มโป่งตรวจสอบตามพื้นที่เสี่ยง จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันก่อนเจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัย ที่มีลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงกับที่ได้จากการลงพื้นที่หาข้อมูล จึงได้เชิญตัวมาสอบถามที่ สน.ปทุมวัน
จากการสอบสวน นายวรรณรงค์ ให้การว่าเนื่องจากตนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ อย่างรุนแรงจนต้องผ่าตัดที่ศรีษะ จึงไม่สามารถชกมวยได้อีกและไม่มีงานทำ ตนจึงได้หันไปตระเวนก่อเหตุลักทรัพย์ตามสถานที่ต่างๆ มาตั้งแต่ต้นปี 2558 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน โดยจะเลือกก่อเหตุในขณะที่ผู้เสียหายเผลอ สำหรับเงินที่ได้จากการก่อเหตุในแต่ละครั้งก็จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ เพื่อประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด โดยมิชอบในการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน “ก่อนนำส่ง พงส.สน.ปทุมวัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย



