ข่าว

คานชั้น7อาคารซ.นราธิวาสฯ18ไฟไหม้ร้าว

คานชั้น7อาคารซ.นราธิวาสฯ18ไฟไหม้ร้าว

07 ก.พ. 2559

นายกวิศวกรรมแห่งประเทศไทย-เจ้าหน้าที่กทม. เข้าตรวจสอบอาคารพักที่เกิดเพลิงไหม้ในซอยนราธิวาสฯ 18 เผย ต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 3 ขณะที่ชั้น 7เสียหายรุนแรงพื้นพังคานร้าว

           เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกวิศวกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ศ.ดร.อมร พิมาณมาศ เลขาสภาวิศวกร นายวัสวัตติ์ กฤชศิริธีรภาคย์ เลขาสมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยของอาคาร และนายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ รองปลัดกทม. เข้าตรวจสอบภายในอาคารสูง 10 ชั้น ในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 18 เขตยานนาวา กทม.ที่เกิดเหตุไฟไหม้ มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

           ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุอาคารดังกล่าว ในทางวิศวกรรมสามารถแบ่งความเสียหายเป็น 3 ระดับ ประกอบด้วย 1.เสียหายระดับรุนแรง คือ ความเสียหายเกินกว่า 8 ชั่วโมง โดยสังเกตได้จากฝ้ายุบตัวลง ผนังเอียง เป็นต้น 2.เสียหายระดับเฝ้าระวัง คือ อาคารที่ถูกไฟไหม้ไม้เกิน 3-4 ชั่วโมง สังเกตได้จากพื้นอาคารแอ่นตัว คอนกรีตที่ติดกับผิวเหล็กในจุดที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก กะเทาะร่อน เป็นต้น และ3.เสียหายระดับที่ต้องตรวจสอบเชิงลึก คือ อาคารที่ถูกไฟไหม้ไม่เกิน 30 นาที สังเกตได้จากจะมีรอยแตกร้าว และเขม่าควัน

           ศ.ดร.สุชัชวีร์ กล่าวต่อว่า จากการประเมินด้วยสายตา เบื้องต้นพบต้นเพลิงมาจากบริเวณชั้น 3 ด้านทิศตะวันตก ใกล้กับห้องครัว โดยไฟลุกลามอย่างรวดเร็วไปทางบันไดชั้น 4-7 และพบว่าชั้น 7 มีความเสียหายรุนแรงที่สุด เนื่องจากมีพื้นที่วิบัติ หรือคานมีรอยร้าวชัดเจน จึงไม่สามารถใช้การได้เหมือนเดิม ซึ่งจากการตรวจสอบสามารถระบุได้ว่า ชั้น 1-2 สามารถซ่อมแซม ปรับปรุง และอยู่ได้ตามปกติ ส่วนชั้น 3-7 ควรจะได้รับการตรวจสอบเป็นพิเศษ เนื่องจากคอนกรีดตร่อน และเริ่มเห็นเหล็กข้างใน และชั้น 8 เป็นชั้นที่จะต้องควบคุม เพราะได้รับความเสียหายมากที่สุด ส่วนการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ในการตรวจสอบนั้น คาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบถึงโครงสร้างต่างๆ ภายในอาคารไม่เกิน 7 วัน

           จากการตรวจสอบ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปภายในอาคาร ไม่พบสปริงเกลอร์ ถังดับเพลิง สัญญาณเตือนไฟ บันไดหนีไฟ เครื่องจับควัน เป็นต้น เนื่องจากอาคารดังกล่าวสร้างตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีกฎหมายควบคุมอาคารออกมา

           ศ.ดร.อมร กล่าวว่า วันนี้เป็นการตรวจสอบทางสายตา โดยมุ่งเน้นพื้นที่ต้นเพลิง พบว่าเสา และคานไม่มีความเสียหายมาก ซึ่งร้อยละ 5 ของพื้นมีการกะเทาะ เหล็กเส้นยังไม่เสียรูป ส่วนความสมดุลของอาคาร สามารถรับน้ำหนักได้ ส่วนการซ่อมแซมนั้น อาจทำได้ด้วยการปูพื้นใหม่

           นายภัทรุตม์ กล่าวว่า โดยรวมอาคารมีความมั่นคง แข็งแรง สภาพสามารถซ่อมแซม และกลับมาใช้งานได้ปกติ ส่วนการเข้มงวดกับเจ้าของอาคารนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีกับเจ้าของอาคารมาโดยตลอด ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นการสร้างความตระหนักให้แก่ทุกฝ่าย