ข่าว

พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18

พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18

06 ก.พ. 2559

พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารสูง 10 ชั้นของ ‘วิกรม อัยศิริ’ ที่ถูกไฟไหม้ ในซ.นราธิวาส 18

 
       จากกรณีเหตุไฟไหม้อาคารสูง 10 ชั้น เลขที่ 2204/5 ซ.นราธิวาส 18 ถ.นราธิวาส เขตยานนาวา กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักของครอบครัวนายวิกรม อัยศิริ อดีต สว.จ.ระนอง โดยไฟได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นภรรยาของเจ้าบ้าน ที่ติดค้างอยู่บนระเบียงชั้น7 โดยที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า ต้นเพลิงมาจากชั้นที่ 3 ของอาคาร ส่วนสาเหตุของเพลิงเกิดจากการไหว้เจ้า ช่วงสายของวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมอาสาสมัครดับเพลิง ที่เข้ามาช่วยดับเพลิง แต่อาศัยจังหวะลักทรัพย์ จนตำรวจสามารถจับกุมตัวเอาไว้ได้ ซึ่งเจ้าตัวปฏิเสธตลอดข้อหาและได้ประกันตัวไปแล้ว
 
พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18
 
       ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.อ นำเกียรติ ธีระโรจน์ ผกก.สน.บางโพงพาง พร้อมพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง เจ้าหน้ากองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) เจ้าหน้าที่ทหาร และพ.ต.ท.ดร.บัณฑิต ประดับสุข อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันเข้าตรวจสอบบ้านหลังที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างทำการตรวจสอบ โดยเฉพาะชั้นที่เป็นต้นเพลิง
 
พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18
 
       ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าของบ้านได้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงว่า มีเหตุเพลิงประทุขึ้นมาอีกภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้เดินทางมาตรวจสอบ ปรากฏว่า  เป็นเพียงผนังปูนคลายความร้อน  ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเดินทางกลับไป
 
พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18
 
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณด้านหน้าบ้านที่เกิดเหตุ ได้ถูกปิดประตู ไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน แต่จากการสังเกตุการณ์ พบญาติเจ้าของบ้าน ต่างทยอยเข้ามาให้กำลังใจ และมีการให้คนงานก่อสร้างเข้ามาทำความสะอาดอาคารบางส่วนอีกด้วย รวมทั้งมีสื่อมวลชนจำนวนมาก ต่างเดินทางมาปักหลักเพื่อรอทำข่าว
 
พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18
 
       นอกจากนี้ยังพบว่า บริเวณกำแพงหน้าบ้าน มีการนำป้ายประกาศ จากสำนักงานเขตยานนาวา เลขที่กท.4503/00920 ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ แจ้งมายังเจ้าของบ้าน ว่า เนื่องจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารแห่งนี้ อาจกระทบถึงโครงสร้างของอาคาร ทำให้อาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือน ต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาติดไว้ด้วย
 
พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18
 
       ขณะเดียวกันได้มีนายชวลิต กิจศุภนนท์  อายุ 75 ปี เจ้าของบริษัท ซี เค เรสซิเด้นท์ จำกัด ซึ่งเปิดเป็นรูปแบบบริษัทประกอบกิจการอพาร์เมนต์ สูง 7 ชั้น อยู่ในซอยเดียวกันกับอาคารหลังที่เกิดเหตุ โดยตั้งอยู่ห่างเพียง 100 เมตร ได้เดินทางเข้าชี้แจงกับทางสื่อมวลชน ที่มารอทำข่าวว่า อยากจะขอให้สื่อแก้ไขข้อมูล กรณีที่ลงข้อมูลคลาดเคลื่อนในเรื่องของสถานที่ ชื่อบริษัท ชื่อเจ้าของสถานที่เป็นชื่อตน ทำให้ธุรกิจของตนได้รับความเสียหาย
 
พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18
 
       “ตนเองเป็นเจ้าของอาคารบริษัทซีเค เรสซิเดนท์ จำกัด เลขที่ 42 ซึ่งเป็นอาคาร 7 ชั้น เปิดเป็นอพาร์ทเมนท์ให้เช่าจำนวน 14 ห้อง หลังทราบข่าวจากทางอินเทอร์เนต และมีผู้โทรศัพท์สอบถามถึงข่าวที่มีการนำเสนอเมื่อวานนี้ ว่าอาคารที่ถูกไฟไหม้คืออาคารซีเค เรสซเดนท์ เป็นข้อมูลที่ผิด ซึ่งตนขอยืนยัน ไม่มีความเกี่ยวข้อง และไม่เคยรู้จักกับอาคารหลังที่เกิดไฟไหม้แต่อย่างใด ข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบถามกับทางเขตยานนาวา เพื่อให้ชี้แจงเกี่ยวกับความผิดพลาดของข้อมูลที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ อยากจะให้เจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจง และรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นผู้ให้ข่าวออกไป รวมทั้งนำประกาศเรื่องกำหนดเขตเพลิงไหม้ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาปิดที่บ้านของนายวิกรม ที่ถูกไฟไหม้” นายชวลิต กล่าว
 
พฐ.ลงพื้นที่ตรวจอาคารไฟไหม้ซ.นราธิวาส18    
 
       ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางครอบครัวของอาคารที่เกิดเหตุ ได้นำรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีดำ หมายเลขทะเบียน ฒฒ-3384 กรุงเทพมหานคร เข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน จากนั้นได้มีเจ้าหน้าทหารกว่า 10 นาย ต่างทยอยกันขนของบางส่วนที่ยังคงสภาพดีจากภายในบ้านขึ้นท้ายรถ แล้วรีบขับออกไปทันที
 
 
ตั้ง 2 ปมเหตุเพลิงไหม้ ‘จุดธูปไหว้เจ้า-ไฟฟ้าลัดวงจร’
 
 
       เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ก.พ.59 พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์  ผกก.สน.บางโพงพาง  พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางโพงพาง เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้เวลาในการตรวจสอบภายในอาคารที่เกิดเหตุเป็นเวลากว่า 4 ชั่วโมง พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า เป็นการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นวันที่ 2 ซึ่งตรวจสอบอย่างละเอียดทุกชั้นของตัวบ้าน เน้นบริเวณชั้น3 ซึ่งเป็นในส่วนของห้องนั่งเล่น ที่คาดว่าจะเป็นห้องต้นเพลิง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ พฐ.ได้เก็บหลักฐานทั้งหมดไปตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อย ต้องรอผลการตรวจจากเจ้าหน้าที่ พฐ.จึงจะสรุปเหตุการณ์ดังกล่าวได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะมีการเรียกพยานและบุคคลภายในบ้านมาสอบปากคำอีกครั้งหลังเทศกาลตรุษจีน ในวันนี้ไม่มีบุคคลภายในครอบครัวอยู่ มีเพียงคนดูแลบ้านเท่านั้นที่พาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
 
       ด้าน พ.ต.ท.บัณฑิต ประดับสุข อุปนายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลอาคารดังกล่าวว่า เป็นอาคารสูง 9 ชั้นสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2535 ซึ่งโครงสร้างภายนอกมีการออกแบบถูกต้อง มั่นคงแข็งแรงและมีบันไดลิง ซึ่งเป็นไปตามการออกแบบโครงสร้าง กฎกระทรวงฉบับที่ 33 ปีพ.ศ.2535 ในสมัยนั้น  ทั้งนี้ภายในตัวอาคารพบมีการติดตั้งระบบตรวจสอบควันเพื่อตรวจสอบกลุ่มควันที่อาจเกิดขึ้นภายในอาคารด้วย   สำหรับสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ และการลุกลามของเพลิงนั้น เบื้องต้นคาดว่า เกิดจากการปูพื้น ผนัง และเพดาน ด้วยไม้ปาร์เก้ ทุกชั้น และมีการตกแต่งด้วยไม้สัก ทั้งนี้ภายในแต่ละชั้นไม่มีการสร้างประตูปิดกั้น จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลให้เพลิงเกิดการลุกลามอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป
 
       รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากตรวจสอบที่บริเวณชั้น3ของบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อสัญนิษฐานการเกิดเพลิงไหม้ไว้ 2 ประเด็น คือ การจุดธูปไหว้เจ้า และ เหตุไฟฟ้าลัดวงจร จากพัดลมตั้งพื้นที่อยู่ในจุดใกล้เคียง