
ทัวร์เสียหลักชนท้ายรถขนน้ำมันเจ็บระนาว
06 ก.พ. 2559
หวิดดับหมู่! รถทัวร์คณะ สท.-ผญบ.-ชาวบ้าน กลับจากพาหลวงพ่อไปรับพัดยศเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกน้ำมัน เจ็บกว่า 20 คน
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 ร.ต.ท.เอกพงษ์ เดชพรมรัมย์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์พุ่งชนท้ายรถบรรทุกน้ำมันบนถนนทางหลวงสายบุรีรัมย์ – นางรอง บริเวณกิโลเมตรที่ 7–8 ตรงข้ามกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ตำบลบ้านบัวอ.เมืองบุรีรัมย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายจึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัยฯใกล้เคียง รุดไปยังที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุเป็นถนนสายบุรีรัมย์ – นางรอง บริเวณกิโลเมตร 7–8 ต.บ้านบัว พบรถทัวร์สีเหลือง หมายเลขทะเบียน 30–1998 นครราชสีมาในสภาพชนท้ายอัดก็อปปี้ติดคาอยู่กับท้ายรถพ่วง 22 ล้อ หมายเลขทะเบียน 70–1370 ร้อยเอ็ด ที่ใช้สำหรับบรรทุกน้ำมันจากการตรวจสอบพบมีผู้ที่นั่งมาในรถทัวร์คันดังกล่าวได้รับบาดเจ็บมากกว่า 20 คน จากที่นั่งมาในรถทั้งหมดกว่า 50 คน ซึ่งมีทั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน ทั้งเด็ก และผู้สูงอายุ ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยฯ จากหลายพื้นที่ต้องช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอาการบาดเจ็บ ทั้งนี้ยังพบผู้บาดเจ็บอีก 1 รายถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่ด้านหน้ารถทัวร์ ทราบชื่อคือ นายสนธยา ลาภมาก ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฯ ต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดนำร่างผู้ใหญ่บ้านออกจากซากรถเพื่อนำส่งโรงพยาบาลซึ่งพบว่ามีอาการสาหัส ท่ามกลางความชุลมุนของเจ้าหน้าที่และผู้โดยสารที่ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
จากการสอบถามนายสัมฤทธิ์ จำเนียรกูล อายุ 56 ปีชาวบ้านที่นั่งมาในรถทัวร์คันเกิดเหตุ เล่าว่าทางวัดและกรรมการหมู่บ้านได้เช่าเหมารถทัวร์ 2 คัน เพื่อพา สท.ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน และผู้สูงอายุจำนวน 4 หมู่บ้านใน ต.หนองปล่องอ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ไปร่วมพิธีรับพัดยศของพระครูวิฑูรย์เจ้าอาวาสวัดตาเหล็ง ที่วัดมหาวนาราม จ.อุบลราชธานี พอเสร็จพิธีรับพัดยศเสร็จเรียบร้อยก็จะเดินทางกลับบ้านที่ อ.ชำนิโดยรถทัวร์ทั้ง 2 คันวิ่งไล่ตามกันมาแต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุรถทัวร์คันที่นั่งมาได้พุ่งชนท้ายรถพ่วงบรรทุกน้ำมันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากดังกล่าว
ด้านนายณรงค์ศักดิ์ มิ่งมณี อายุ 27 ปี คนขับรถทัวร์คันเกิดเหตุบอกว่า ได้ขับรถทัวร์ไล่ตามกันมา 2 คันจากจ.อุบลราชธานี แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุพบว่ารถพ่วงบรรทุกน้ำมันได้หักหลบรถจักรยานยนต์ 3–4 คันที่ขับเกาะกลุ่มและส่ายไปมากลางถนน ทำให้คนขับรถบรรทุกพ่วงเหยียบเบรกอย่างกะทันหันจนหัวรถพ่วงหักพับขวางถนน เป็นเหตุให้เบรกไม่ทันและได้พุ่งชนท้ายรถพ่วงอย่างจัง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้เข้าเก็บหลักฐานที่เกิดเหตุพร้อมทั้งจะได้เรียกผู้เห็นเหตุการณ์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป
ชลบุรี - เขม่นยิงตาย 2 ศพงานเลี้ยงฉลองวันเกิด
เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.พิชัยธนศิลป์ สินพิชัย พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.เมืองชลบุรี รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายที่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 5 ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี ผกก.สภ.เมืองชลบุรี
ที่เกิดเหตุพบว่าเป็นบ้านชั้นเดียว มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ ซึ่งเป็นบ้านของนายสมพจน์ พูลเจริญ อายุ 37 ปี พบศพผู้เสียชีวิต 2 คนคือ นายพรชัย ผิวทอง อายุ 28 ปี ถูกยิงเข้าหน้าผาก 1 นัด และนายชัยยศ ปานฤทธิ์ อายุ 40 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณเบ้าตา 1 นัด ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 3 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุในครั้งนี้คือ นายสนธยา พูลศิริ อายุ 36 ปี อยู่ในอาการเมามายค้นในตัวพบปืนสั้นขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก ซุกไว้ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย ตำรวจได้เข้าค้นรถเก๋งโตโยต้า สีดำ หมายเลขทะเบียน ขง 736 ชลบุรี รถของนายสนธยาพบปืนขนาด 357 มม.อยู่ในรถอีก 1 กระบอก
จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายสมพจน์เจ้าของบ้านได้จัดงานเลี้ยงวันเกิด จึงได้เชิญญาติและเพื่อนๆมาเลี้ยงสังสรรค์กันตั้งแต่หัวค่ำ หลังจากนั้นได้ทยอยกันกลับ เหลือนายสนธยา นายพรชัย และนายชัยยศ นั่งดูคาราโอเกะ หลังจากนั้นได้เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง นายสนธยาจึงได้ชักปืนยิงนายพรชัย และนายชัยยศ จนเสียชีวิต หลังจากนั้นได้เดินวนเวียนอยู่ในบ้านที่เกิดเหตุ จนกระทั่งตำรวจจับกุมตัวไว้ได้
จากกาสอบปากคำนายสนธยาได้ให้การวกวนไปมา เพราะอยู่ในระหว่างมึนเมา จึงได้นำตัวไปคุมขังที่ สภ.เมืองชลบุรี หลังจากหายเมาแล้วจะสอบปากคำอีกครั้งหนึ่ง
นายสมพจน์ พูลเจริญ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งอยู่ด้วย พูดคุยกันดีไม่มีแขวะ ไม่มีเขม่น ช่วงที่เดินเข้าห้องน้ำ กลับมาอีกครั้งยิงกันตายเสียแล้ว เลยไม่รู้สาเหตุที่ยิงกันครั้งนี้
สลด! หนุ่มโคราชเครียด ซดเหล้าย้อมใจก่อนผูกคอดับคาบ้านพัก
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลา 19.20 น. พันตำรวจโท มนต์ศักดิ์ แก้วอ่อน สารวัตรเวรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งมีผู้ผูกคอตัวเองเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านเลขที่462หมู่ที่10ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน ประจำจุดตำบลหนองบัวศาลา และแพทย์เวรชันสูตร โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ในที่เกิดเหตุอยู่ภายในหมู่บ้านการเคหะแห่งชาติ9ภายในบ้านที่เกิดเหตุ พบมีการปิดล็อคประตูจากด้านใน เจ้าหน้าที่จึงใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป ภายในบ้านบริเวณหน้าประตูห้องนอน พบศพ นายปิยะบุตร ถาวรพรม อายุ32ปี เจ้าของบ้าน สภาพใช้เชือกไนล่อนสีแดงผูกคอตัวเองกับประตูห้องนอน คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า48 ชั่วโมง และจากการตรวจสอบภายในห้องพักไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างไร
จากการสอบถาม นางสาว กิ่งดาว อายุ 29 ปี ภรรยา ทราบว่า นายปิยะบุตร สามี มีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ อยู่ศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่งในเขต อ.โชคชัย ส่วนตนทำงานเป็นลูกจ้างอยู่แถวบ้านพักในเขต อ.โนนไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ2วัน ตนไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับสามีได้ ด้วยความเป็นห่วง จึงตัดสินใจชักชวนเพื่อนขับรถจักรยานยนต์มาจาก อ.โนนไทย เพื่อมาตามหาสามี แต่เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปก็พบว่าสามีใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองเสียชีวิตแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า นายปิยะบุตร ผู้ตาย น่าจะมีปัญหารุมเร้า และเกิดความเครียดสะสม โดยก่อนจะตัดสินใจผูกคอตัวเอง ได้ดื่มสุราเพียงลำพัง ก่อนจะลงมือผูกคอตัวเองเสียชีวิต ซึ่งจะได้ส่งศพไปให้แพทย์ชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนมอบศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป



