
'เบอร์นี แซนเดอร์ส' สุภาพบุรุษนักการเมืองสายพันธุ์ใหม่
07 ก.พ. 2559
เปิดโลกวันอาทิตย์ : 'เบอร์นี แซนเดอร์ส' สุภาพบุรุษนักการเมืองสายพันธุ์ใหม่ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
สมัยโคบาลเฒ่า โรนัลด์ เรแกน สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 40 ของแดนดินถิ่นอินทรีนั้น สื่อไทยสื่อเทศแทบจะเรียกว่า "ปู่” เพราะตอนนั้นเรแกนมีอายุปาเข้าไป 70 ปีแล้ว เมื่อครบ 8 ปีของการครองทำเนียบขาว ปู่เรแกนก็มีอายุเกือบ 80 ปี แต่เมื่อเทียบกับเบอร์นี่ แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกจากรัฐเวอร์มอนต์ ผู้สมัครชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตแข่งกับฮิลลารี คลินตัน ปู่เรแกนคงต้องยอมชิดซ้าย เพราะขณะกำลังหาเสียงเลือกตั้งอยู่ในขณะนี้ แซนเดอร์สมีอายุปาเข้าไป 75 ปีแล้ว ถือเป็นผู้สมัครที่มีอายุมากที่สุดในศึกชิงทำเนียบขาวในช่วงศตวรรษที่ 21 หนำซ้ำ ยังเป็นนักสังคมนิยมหัวก้าวหน้าหรือสังคมประชาธิปไตยเพียงหนึ่งเดียวของประเทศนี้ที่ฝังตัวอยู่ในพรรคตราลามานานในฐานะ ส.ส.ถึง 16 ปี ก่อนจะยกระดับมาเป็น ส.ว.ได้แค่ 2 สมัย จากนั้นก็กระโจนสู่สนามเลือกตั้งชิงทำเนียบขาว
ตั้งแต่กลองศึกเลือกตั้งเริ่มดังแผ่วๆ เมื่อกลางปีที่แล้ว สื่อทุกสื่อต่างฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า ฮิลลารี คลินตัน ต้องได้เป็นตัวแทนพรรคตราลาแน่ชนิดนอนมาโดยไม่ต้องมีพระนำ แทบไม่มีสื่อใดเหลือบแลแซนเดอร์สแม้แต่น้อย เนื่องจากช่วงนั้นมีคะแนนนิยมตามหลังฮิลลารีถึง 30 จุด แต่สื่อเหล่านั้นคงไม่เคยอ่านตำราพิชัยสงครามที่ย้ำว่า "สงครามยังไม่สงบ ยังไม่ต้องนับศพทหาร” ฉันใด การหาเสียงยังอยู่ในช่วงแรก ก็ไม่ควรด่วนฟันธง ฉันนั้น
เหตุนี้ทั้งฮิลลารีและสื่อมะกันถึงกับอึ้งเป็นแถวๆ เมื่อผลการออกเสียงรอบแรกแบบคอคัสที่รัฐไอโอวาเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ แซนเดอร์ส ซึ่งมีเลือดยิวเต็มตัวทั้งสาแหรกข้างพ่อที่อพยพหนีภัยฮิตเลอร์มาจากโปแลนด์และสาแหรกข้างแม่ที่ตายายพาหนีมาจากโปแลนด์และรัสเซีย กลับได้คะแนนแทบจะเสมอกับฮิลลารี ห่างกันเฉียดฉิวไม่กี่คะแนน ถ้าพูดในมุมกลับก็ต้องบอกว่าฮิลลารีเป็นฝ่ายแพ้ จากที่เป็นม้าตีนต้นมีคะแนนนำลิ่วถึง 30 จุด กลับแผ่วปลาย ได้คะแนนเสมอกับม้านอกสายตาแซนเดอร์ส ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเริ่มออกวิ่งเท่านั้น
ชัยชนะของม้ามืดแซนเดอร์สทำให้ทุกสื่อต้องหันมาทบทวนตัวเองแล้วพบจุดอ่อนว่า ชัยชนะของแซนเดอร์สไม่ใช่เพราะฟลุกหรือเพราะมีปาฏิหาริย์ช่วย หากมีสัญญาณให้เห็นมาตลอดเพียงแต่สื่อมองข้ามไปเอง สัญญาณที่เห็นชัดเจนก็คือทุกครั้งที่แซนเดอร์สไปปราศรัยที่ไหน จะมีสาวกออนไลน์และคนรุ่นหนุ่มสาวไปฟังการปราศรัยอย่างคับคั่งร่วมหมื่นคนหรืออาจจะมากกว่านั้น แม้กระทั่งการปราศรัยที่ไอโอวาก่อนการออกเสียงแบบคอคัส ปรากฏว่ามีคนฟังมากของฮิลลารีเสียอีก
นั่นหมายความว่าแม้จะเป็นผู้สมัครที่มีอายุมากที่สุดถึง 75 ปี แต่ผู้สนับสนุนปู่แซนเดอร์สกลับเป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ผู้เป็นสาวกของสื่อออนไลน์ รวมไปถึงเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ และรู้จักปู่จากสื่อออนไลน์ที่แซนเดอร์สใช้เป็นอาวุธสำคัญในการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกตั้ง ถึงขนาดที่ว่าเพียงแค่หาเสียงผ่านสื่อออนไลน์ได้ไม่นาน ก็มีสาวกสื่อออนไลน์ช่วยกันหาเงินบริจาคให้ปู่ถึงกว่าล้านดอลลาร์
กระนั้น การใช้สื่อออนไลน์เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ก็อาจจะได้ผลเพียงบางส่วน อย่างเก่งแค่ปลุกกระแสความสนใจและความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้คนกลุ่มนี้หันมาสนับสนุนแซนเดอร์สอย่างจริงจังโดยไม่รังเกียจรังงอนว่าแก่เกินบางแคแล้วก็คือ การกระทำที่เป็นสุภาพบุรุษและนโยบายหาเสียงที่ไม่เพ้อฝัน แต่มีความจริงใจที่จะสร้างความเป็นธรรมขึ้นในสังคม มุ่งมั่นแก้ไขความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย ต่อต้านระบอบทุนนิยม ไม่ใช่คนประเภท “มือถือสาก ปากถือศีล” หรือคนประเภท “ต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก” ชิงชังความชั่วร้ายเป็นที่สุด
ทั้งหมดนี้เห็นตัวอย่างได้จากผลงานของแซนเดอร์สช่วงที่เป็นนายกเทศมนตรีเมืองเบอร์ลิงตัน เมืองใหญ่สุดของรัฐเวอร์มอนต์เมื่อช่วงทศวรรษ 2523 คราวที่ยืนหยัดคัดค้านกลุ่มทุนใหญ่ที่พยายามผลักดันโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนผืนที่ดินริมชายน้ำให้เป็นคอนโด-โรงแรม-สำนักงานสุดหรู แต่แซนเดอร์สซึ่งขณะนั้นมีอายุแค่ต้น 40 ปี ยืนยันว่า "เบอร์ลิงตันไม่ได้มีไว้ขาย” พร้อมกับปรับเปลี่ยนเป็นโครงการเคหะฯ สวนสาธารณะและพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับคนทั่วไป ขณะนี้พื้นที่นี้มีสวนสาธารณะหลายแห่งและชายหาดสาธารณะ รวมทั้งถนนสำหรับขี่จักรยาน โรงเรือและศูนย์วิทยาศาสตร์ ความสำเร็จจากการยืนหยัดต่อต้านอำนาจของกลุ่มทุนใหญ่ทำให้แซนเดอร์สได้รับรางวัลจากยูเอสนิวส์เมื่อปี 2530 ว่าเป็นหนึ่งในนายกเทศมนตรีที่ดีที่สุดของอเมริกา และขณะนี้เมืองเบอร์ลิงตันก็ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศนี้
ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลการสำรวจความเห็นปรากฏว่ามะกันชนถึง 83 เปอร์เซ็นต์ เชื่อในเรื่อง “ความซื่อสัตย์ และจริงใจมุ่งมั่น” ของแซนเดอร์สสมกับเป็นนักสังคมนิยมตัวจริงเพียงหนึ่งเดียวของแดนดินแห่งนี้ กระทั่งได้รับสมญาว่า "สุภาพบุรุษนักการเมืองสายพันธุ์ใหม่”
สุภาพบุรุษเพราะไม่เคยหาเสียงด้วยการโจมตีจุดอ่อนของใคร โดยเฉพาะฮิลลารีซึ่งมีจุดอ่อนให้โจมตีมากมาย โดยเฉพาะเฟซบุ๊กที่ถูกกล่าวหาว่าเต็มไปด้วยข้อมูลลับ อีกทั้งไม่เคยแอบอ้างว่าชนะใคร ไม่เหมือนฮิลลารีที่รีบแถลงว่าชนะที่ไอโอวาทั้งๆ ที่ได้คะแนนเสมอกัน ส่วนที่ได้รับสมญาว่าเป็นนักการเมืองสายพันธุ์ใหม่เป็นเพราะจุดยืนหนึ่งเดียวที่แซนเดอร์สยกมาเป็นประเด็นหาเสียงก็คือประกาศจะนำ "การปฏิวัติอำนาจการเมืองครั้งใหญ่ในอเมริกา” สวนกระแสกับนักการเมืองเกือบทุกคนที่ล้วนแต่ยึดติดกับรูปแบบและนโยบายเก่าๆ
ถ้อยแถลงของเขาเรียกเสียงฮือฮาไปทั่ว เห็นได้จากผลการสำรวจความเห็นของผู้มีสิทธิออกเสียงพบว่ามะกันชนถึง 50 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการปฏิวัติอำนาจการเมือง เล่นเอาสื่อเลือกข้างในประเทศถึงกับตะลึงงันไปตามๆ กัน นอกจากนี้วุฒิสมาชิกจากรัฐเวอร์มอนต์ยังแถลงจุดยืนว่าต้องการสร้างความเท่าเทียมกันขึ้นในสังคม รวมไปถึงความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงการให้บริการด้านสุขภาพหรือโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ความเท่าเทียมกันในด้านการเรียนฟรีจนถึงระดับปริญญาตรี การให้พ่อแม่สามารถลาพักเพื่อเลี้ยงลูก
ที่สำคัญก็คือ การประกาศจะลดอิทธิพลของกลุ่มทุนใหญ่ในวอลล์สตรีท และสื่อมวลชนในประเทศที่ประกาศตัวว่าเป็นสื่อเลือกข้าง โดยแซนเดอร์สเน้นว่านโยบายปฏิรูปที่ตัวเองพูดถึงนั้นหมายถึงระบบเศรษฐกิจที่จะเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวชนชั้นกลางและผู้ใช้แรงงานที่ต้องทำงานอย่างหนัก เหนืออื่นใดก็คือนโยบายนี้จะไม่เอื้อต่อกลุ่มเศรษฐีระดับพันล้าน กลุ่มตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หรือบริษัทข้ามชาติที่ไม่สมควรได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ อีกต่อไป
เพื่อแสดงให้เห็นถึงจุดยืนอันแน่วแน่ว่าต่อต้านระบอบทุนนิยม แซนเดอร์สจึงปฏิเสธไม่ยอมรับเงินบริจาคจากบริษัทเวชภัณฑ์ทัวริ่ง ฟาร์มาซูติคอล ที่ประกาศขึ้นราคายารักษาผู้ป่วยเอดส์และมะเร็งในชั่วข้ามคืนถึง 750 เปอร์เซ็นต์ หลังไปซื้อสิทธิบัตรยาดาราพริม ยาฆ่าเชื้อสำหรับผู้ป่วยเอดส์และมะเร็งบางชนิด ในส่วนของนโยบายควบคุมอาวุธปืนในประเทศซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานหลายสิบปี เจ้าตัวประกาศว่าเห็นด้วยกับนโยบายของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่พุ่งเป้าไปที่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาวุธปืนว่าต้องมีส่วนรับผิดชอบทางกฎหมาย
นอกจากนี้ แซนเดอร์สยังมีจุดยืนแน่วแน่ในเรื่องการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง โดยเป็นผู้สมัครชิงทำเนียบขาวเพียงคนเดียวที่ออกเสียงไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้นที่จะห้ามกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศหรือเรียกง่ายๆ ว่ากลุ่มรักร่วมเพศหรือพวกเกย์และเลสเบียนแต่งงานกัน กระทั่งท้ายที่สุดศาลสูงสุดของสหรัฐเพิ่งตัดสินเมื่อไม่นานมานี้ว่าการห้ามคนกลุ่มนี้แต่งงานกับคนเพศเดียวกันถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ
แซนเดอร์สยังมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมทางสีผิว โดยเฉพาะในกระบวนการยุติธรรมและคัดค้านการที่รัฐบาลได้เฝ้าระวังหรือสอดส่องประชาชนผ่านกฎหมายหลายฉบับ อาทิ กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและโครงการเฝ้าระวังของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ เป็นต้น
ในส่วนของนโยบายต่างประเทศ แซนเดอร์สมีจุดยืนมานานว่าสนับสนุนนโยบายต่างประเทศที่สมเหตุสมผล เหตุนี้จึงยืนหยัดคัดค้านการทำสงครามที่อิรักมาตั้งแต่แรก ขณะที่มะกันชนเพิ่งจะสำเหนียกในภายหลังว่าเป็นความผิดพลาดที่ทำเช่นนั้น
จากนโยบายแนวสังคมประชาธิปไตย ทำให้แซนเดอร์สได้รับคะแนนนิยมทั้งจากกลุ่มคนผิวสี จากกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ กลุ่มทหารผ่านศึกที่ตัวเองเคยผลักดันให้ได้รับการช่วยเหลือมากขึ้นสมัยที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการทหารผ่านศึกของวุฒิสภา จากคนรุ่นใหม่ รวมถึงจากชาวเดโมแครตที่ประกาศตัวว่าเป็นพวก “เสรีนิยม” ซึ่งมีมากถึง 58 เปอร์เซ็นต์ที่ออกปากว่า อยากจะได้ประธานาธิบดีคนใหม่ที่มีนโยบายก้าวหน้า และเป็นเสรีนิยมมากกว่ารัฐบาลโอบามา
ตอนนี้เป้าโจมตีของผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตคงหันมาที่แซนเดอร์สเพื่อหวังสกัดคะแนนนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ ถึงขนาดที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีใหญ่ได้โจมตีนโยบายของแซนเดอร์สเป็นแนวคิดของคอมมิวนิสต์ เหมือนกับต้องการปลุกผีลัทธิแห่งความหวาดกลัวก็ไม่ปาน
----------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : 'เบอร์นี แซนเดอร์ส' สุภาพบุรุษนักการเมืองสายพันธุ์ใหม่ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



