ข่าว

เหนือแอปเปิล คือ อัลฟาเบท

เหนือแอปเปิล คือ อัลฟาเบท

06 ก.พ. 2559

เวิลด์วาไรตี้ : เหนือแอปเปิล คือ อัลฟาเบท : โดย...วัจน พรหโมบล

 
      ในโลกทุกวันนี้ความยิ่งใหญ่ของบริษัทนั้นชี้วัดกันได้ในตลาดซื้อขายสินทรัพย์ ที่เรียกว่า “ตลาดหุ้น” เป็นหลัก เพราะหากบริษัทมีผลประกอบการดี มีอนาคตของการขยายตัวที่ชัดเจน และมีแนวโน้มว่าจะให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในระดับที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่อง เงินทุนก็จะหลั่งไหลเข้ามายัง “หุ้น” ของบริษัทนั้นเป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดแรงซื้อหุ้นที่ทำให้บรรดาเจ้าของหุ้นที่มีอยู่ในมือตัดสินใจเทหุ้นออกมาขายเพื่อทำกำไร
 
      และหากหุ้นของบริษัทนั้นๆ ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้มีการซื้อขายหุ้นในราคาที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และทำให้สินทรัพย์ในรูปแบบของหุ้น ผนวกกับมูลค่าสินทรัพย์ในรูปแบบอื่นๆ ของบริษัท ทั้งเงินทุน มูลค่าทางการตลาด และผลิตภัณฑ์ในตลาด ผลักดันให้บริษัทมีขนาดใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ
ตรงกันข้ามกับบริษัทที่เริ่มจะหมดอนาคต ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ออกมาเริ่มเข้าสู่ทางตัน นักลงทุนก็จะระดมขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไรก่อนที่มูลค่าหุ้นของบริษัทนั้นๆ จะลดลง ทำให้สินทรัพย์และขนาดของบริษัทลดลงตามไปด้วย
 
เหนือแอปเปิล คือ อัลฟาเบท
 
      ปัจจัยเหล่านี้ใช้ในการอธิบายเหตุการณ์ล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นหมาดๆ เมื่อวันอังคาร (2 ก.พ.) ที่นักลงทุนในตลาดหุ้นวอล สตรีท ต่างทุ่มเงินซื้อหุ้นของบริษัท อัลฟาเบท จนทำให้มูลค่าหุ้นโดยรวมของอัลฟาเบททะลุหลัก 531,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18.5 ล้านล้านบาท) เมื่อเวลาปิดตลาดหุ้นแห่งนี้
 
      ด้วยปริมาณสินทรัพย์ (หุ้น) ขนาดนั้นทำให้อัลฟาเบท กลายเป็นบริษัทเอกชนที่ีมีขนาดใหญ่ที่สุดแซงหน้าแชมป์เก่า อย่าง แอปเปิล อิงค์ ที่ครองตำแหน่งบริษัทเอกชนที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกมาตลอด 4 ปี นับตั้งแต่ขึ้นแซงหน้า เอกซอน โมบิล บริษัทพลังงานชั้นนำของสหรัฐอเมริกาไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2555
 
      ในทางตรงกันข้ามมูลค่าการซื้อขายหุ้นของแอปเปิล อิงค์ ในวันเดียวกันนั้นมีแรงเทขายออกมาทำให้ราคาหุ้นโดยรวมของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 523,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18.3 ล้านล้านบาท)
 
      นักวิเคราะห์ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าอนาคตของแอปเปิล อิงค์ นั้นไม่ได้สดใสเช่นเดิม ผู้ถือหุ้นและลูกค้าต่างตั้งคำถามว่า “อะไรจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่จุดกระแสตลาดของแอปเปิล”
 
เหนือแอปเปิล คือ อัลฟาเบท
 
      ที่ผ่านมาแอปเปิลนั้นเริ่มต้น เติบโต และคงอยู่ได้ ด้วยการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เป็นการเปิดตลาดใหม่ที่ยังไม่มีคู่แข่ง แบบที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “บลู โอเชียน” ให้บริษัท ตั้งแต่การผลิตไอพอด ไอโฟน และไอแพด ที่ทุกครั้งที่แอปเปิลเปิดตัวสินค้าเหล่านี้ออกมานั้น ในตลาดยังไม่มี “ผู้ที่มาก่อน” เลยแม้แต่รายเดียว
 
      ดังนั้นการเติบโตและคงอยู่ของแอปเปิลนั้นพึ่งพานวัตกรรมใหม่ๆ ที่เรียกเสียง “ว้าว” ของเหล่าสาวกหน้าเก่าและหน้าใหม่ แต่เมื่อผู้ผลิตเริ่มสมองตัน ไม่มีผู้นำในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่เรียกเสียง “ว้าว” ออกมาได้ บรรดานักลงทุนก็เลยเริ่มไม่แน่ใจในอนาคตเช่นนี้แล
 
เหนือแอปเปิล คือ อัลฟาเบท
 
      ขณะที่อัลฟาเบทนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นใดที่ไกลตัว เป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไอทีเช่นเดียวกัน อัลฟาเบท ที่จริงแล้วเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล อิงค์ ผู้ให้บริการด้านออนไลน์หลากหลายรูปแบบและผู้คิดค้น-พัฒนาระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ในอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ในทุกวันนี้
แต่บทบาทของอัลฟาเบทจะเน้นไปที่การ “อยู่เบื้องหลัง” ของกูเกิล อิงค์เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในรัฐแคลิฟอร์เนียสหรัฐอเมริกาโดยแยกการบริหารแบบอิสระจากบริษัทกูเกิล โดยอัลฟาเบทเป็นบริษัทแม่ให้กับกูเกิล และได้ลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น เนสต์, แคลิโก เป็นต้น และมีผู้บริหารคนเดียวกับกูเกิล อิงค์ นั่นคือนายแลรี เพจ
 
      ความนิยมในหุ้นของอัลฟาเบทเกิดจากการประกาศการปรับโครงสร้างเครือบริษัทใหม่ โดยนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่อัลฟาเบทแยกตัวออกมาอยู่เบื้องหลังกูเกิล และเป็นผู้ลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่นักลงทุนเชื่อว่า “มีโอกาส” เช่น รถยนต์ที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง และอินเทอร์เน็ตบอลลูน ที่ทำหน้าที่คล้ายเสารับ-ส่งสัญญาณลอยฟ้าเพื่อกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังที่ห่างไกล แม้ว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นยังไม่ปรากฏชัดเจนเลยว่าจะออกจำหน่ายได้จริง และมีผลตอบแทนการลงทุนได้มากน้อยเพียงใด
 
เหนือแอปเปิล คือ อัลฟาเบท
 
      ที่ผ่านมาเดิมพันของอัลฟาเบทก็ใช่ว่าจะได้รับผลตอบแทนการลงทุนที่ดี เพราะเมื่อปีที่แล้ว อัลฟาเบทประกาศผลประกอบการ “ขาดทุน” ที่ระดับ 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการลงทุนในโครงการที่เป็นเดิมพันอื่น ขณะที่มีรายรับเข้ามาในบริษัทเพียง 448 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
 
      ผู้ยิ่งใหญ่ในวันนี้อาจจะถูกนักลงทุน “ถล่ม” ในวันใดวันหนึ่งก็ได้ อย่างที่เกิดขึ้นกับแอปเปิล อิงค์ นั่นเอง