
ไฟไหม้!อาคาร10ชั้นซ.นราธิวาส18ดับ1
05 ก.พ. 2559
เกิดเพลิงไหม้อาคารสูง 10 ชั้น ซ.นราธิวาส18 เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ล่าสุดเพลิงสงบลงแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุ
เมื่อเวลา 10.22 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุไฟไหม้อาคารสูง 10 ชั้น เลขที่ 2204/5 ซ.นราธิวาส 18 ถ.นราธิวาส เขตยานนาวา กทม. มีแสงเพลิงลุกไหม้ที่ชั้น 3 แล้วลุกลามไปชั้น 4 และชั้น 5 อย่างรวดเร็ว ที่เกิดเหตุมีกลุ่มควันและแสงเพลิงหนาแน่น ขณะเดียวกันรับแจ้งว่ามีประชาชนติดค้างอยู่ในอาคารหลายราย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมรถน้ำพื้นที่ใกล้เคียงเร่งดำเนินการ
นอกจากนี้ในจุดเกิดเหตุมีโรงเรียนอนุบาลอยู่ข้างเคียง จึงอพยพนักเรียนออกนอกพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีสามารถควบคุมเพลิงได้เหลือเพียงกลุ่มควัน แล้วจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเข้าไปภายในตัวอาคาร
เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวอยู่ที่บริเวณชั้น 6 ของอาคาร การทำงานของเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังเนื่องจากอาคารได้รับความร้อนเริ่มทรุดตัว โดยมีรายงานว่าชั้น 7 ของอาคารเริ่มทรุดตัว
มีรายงานว่า ผอ.เขตยานนาวา ออกคำสั่งให้ทุกหน่วยงานออกจากภายในตัวอาคาร เนื่องจากอาคารเริ่มแตกร้าวจากความร้อนที่ไฟลุกไหม้ เกรงจะเกิดอาคารทรุดตัวถล่มลงมา ในที่เกิดเหตุซอยค่อนข้างคับแคบ ยังมีการเรียกรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติกาค้นหาภายในอาคารมาเพิ่ม โดยอาคารดังกล่าวมีคนอยู่ประมาณ 30 คน แต่ไม่แน่ใจว่าก่อนเกิดเหตุอยู่กันจำนวนกี่คน นอกจากนี้ยังมีรายงานจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 รายที่บริเวณชั้น 6 และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกระโดดหนีไฟจากชั้น ลงมา เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง
เวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถดับเพลิงให้สงบได้ โดยเพลิงยังโหมลุกไหม้ โดยได้รับการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ที่บริเวณริมระเบียงชั้น 6 นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย เนื่องจากกระโดดหนีไฟจากบริเวณชั้น 3 ลงมาได้รับบาดเจ็บ และบางรายสำลักควัน เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลใกล้เคียง ทราบชื่อคือ นายเชษฐา ง้วนโคกสูง อายุ 46 ปี กระโดดจากชั้น 3 บาดเจ็บขาหัก นำตัวส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ น.ส.พิมรภัส จิระศุภเชษฐ์ อายุ 46 ปี สำลักควัน ส่งโรงพยาบาลเลิศสิน ส่วนอีกคนไม่ทราบชื่อนำส่ง โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังขอสนับสนุนรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในตัวอาคารเพิ่มเติม
ในเวลาต่อมา พล.ต.ต.กำพล กุศลสถาพร ผบก.กองบินตำรวจ สั่งการให้นำเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยพร้อมทีมกู้ภัยทางอากาศจากกองบินตำรวจ เข้าสนับสนุนภารกิจในการช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างในตัวอาคาร นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ในตัวอาคาร เนื่องจากเกรงว่าอาคารจะทรุดตัว เพราะมีรอยแตกร้าวจากความร้อนที่ถูกไฟไหม้เป็นเวลานาน ขณะเดียวกันก็ได้อพยพเด็กนักเรียนอนุบาลที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัย
กระทั่งเวลา 12.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงไฟยังคงลุกไหม้อยู่ชั้นบนสุดบริเวณชั้นที่ 9 และ 10 ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงให้สงบได้ เพราะแรงดันน้ำไปไม่ถึงชั้นบนสุด และได้ใช้ความพยายามยกกระเช้าเพื่อดับเพลิง และยังยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยสังเกตเห็นดัวยสายตาบริเวณระเบียงชั้น 7 ยังไม่สามารถดำเนินการขึ้นไปตรวจสอบผู้ติดค้างในตัวอาคาร และผู้เสียชีวิตที่พบเห็นอยู่ในขณะนี้ เพราะต้องรอให้เพลิงสงบเสียก่อน เพื่อความปลอดภัยในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปปฏิบัติภารกิจภายในตัวอาคาร
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าขณะนี้เวลา 12.05 น. เพลิงยังคงลุกไหม้อยู่ที่บริเวณชั้น 10 โดยการทำงานหลังจากนี้หากสามารถดับเพลิงให้สงบแล้วจะต้องทำการระบายควันออกจากตัวอาคาร จากนั้นต้องให้เจ้าหน้าที่วิศกรรมโยธา ทำการประเมินตัวอาคารว่าจะสามารถเข้าไปในพื้นที่ตรวจสอบภายในตัวอาคารได้หรือไม่ เพราะอาคารถูกไฟไหม้อย่างหนักและเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดการทรุดตัวถล่มลงมาได้
เมื่อเวลา 12.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเพลิงลุกไหม้นานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง เจ้าหน้าที่สามารถยกกระเช้าขึ้นไปฉีดน้ำดับเพลิงที่ชั้น 9 กับชั้น 101 จนเพลิงสงบ ขณะนี้อยู่ระหว่างระบายควัน และมีเจ้าหน้าที่บางส่วนเข้าไปในอาคาร เพื่อตรวจสอบภายใน โดยสามารถขึ้นไปถึงระเบียงชั้น 7 เพื่อจะนำร่างผู้เสียชีวิตลงมา และยังไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มเติมในตัวอาคาร
คลิกชมคลิป



