
'ณเดชน์'รับบท'เทพเจ้าเห้งเจีย'เปิดตรุษจีนปีวอก
"ณเดชน์ คูกิมิยะ" รับบทเป็น "เทพเจ้าเห้งเจีย" ร่วมแสดงสุดพิเศษจากคณะเชิดมังกรเก่าแก่จากฮ่องกง เปิดเทศกาลตรุษจีนปีวอก2016 สุดอลังการ ที่"สยามพารากอน"
4ก.พ.2559 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายใต้การบริหารของบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัดร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกสิกรไทย ต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีลิงมงคลอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี จัดงาน “สยามพารากอน เดอะ พรอสเพอเริส ไชนีส นิว เยียร์ 2016” (Siam Paragon The Prosperous Chinese New Year 2016) ครั้งแรกในเมืองไทยกับ 7 สัตว์เทพเจ้ามงคลในตำนานจีน นำทัพโดย พญามังกร, หงส์ฟ้า, สิงโต, กิเลน, ปี่เซี๊ยะ, ปลามังกร และ"ณเดชน์ คูกิมิยะ" รับบทเป็น "เทพเจ้าเห้งเจีย" ร่วมแสดงด้วย ซึ่งเรื่องราวตำนานแห่งความรัก ความสมบูรณ์ มั่งคั่ง ร่ำรวย และความสุขสำเร็จสมหวัง ต้อนรับปีลิงมงคลจากคณะเชิดสิงโตและมังกรที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ “หลก จี ฟู่” ที่บินตรงจากฮ่องกง ที่ พาร์ค พารากอน ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน'
ขณะเดียวกัน "ดิ เอ็ม ดิสทริค" จัดฉลองตรุษจีนครั้งยิ่งใหญ่ต้อนรับปีวอกเช่นกัน โดยจัดงาน “ดิ เอ็ม ดิสทริค ไชนิส โครนิเคิล 2016" พบกับเทพมังกรสวรรค์ เหินเวหายาวกว่า 40 เมตร ครั้งแรกของโลก ณ ควอเทียร์ พาร์ค ชั้น เอ็ม ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์
ปีนี้คึกคักใช้จ่ายพุ่ง5.2หมื่นล.
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ว่าคนส่วนใหญ่มองว่าบรรยากาศตรุษจีนปีนี้จะคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าใช้จ่ายของคนไทยเชื้อสายจีนในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.1% หรือมีมูลค่า 52,561 ล้านบาท ถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากราคาสินค้าแพงขึ้น โดยเฉพาะราคาผลไม้อย่างส้มเขียวหวาน และกล้วย ขณะที่เป็ด, ไก่ ราคาปรับลดลง เพราะมีการจัดโปรโมชั่นและสินค้ามีปริมาณที่เพียงพอ
ส่วนมูลค่าการใช้จ่ายในปีนี้ส่วนใหญ่ 43.3% มองว่ามีการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มขึ้นจากสาเหตุของราคาสินค้าที่แพงขึ้น รายได้เพิ่มขึ้นและธุรกิจเริ่มกลับมามีกำไรและได้โบนัสเพิ่มส่งผลให้เกิดการใช้จ่ายสูงกว่าปีก่อน แต่หากจำแนกการใช้จ่ายพบว่าประชาชนใช้จ่ายด้านการจ่ายแต๊ะเอีย เฉลี่ย 4,315 บาทต่อคน ซึ่งมากกว่าปีก่อน เพราะประชาชนและหลายธุรกิจมีรายได้เพิ่ม
สำหรับการวางแผนไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีน พบว่า ประชาชน 83.4% มีแผนที่จะไปท่องเที่ยว โดยจะออกเดินทางในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และกลับในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เน้นการเดินทางโดยรถยนต์มากสุด ซึ่งสถานที่ในประเทศพบว่าพื้นที่ภาคกลางประชาชนวางแผนที่จะไป จ.พระนครศรีอยุธยา, ชลบุรี, ระยอง, สระบุรี, ลพบุรี, ราชบุรี ส่วนภาคใต้ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่, ชุมพร, สงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี, เลย, ยโสธร ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และตาก ที่เหลือก็จะมีกรุงเทพฯ และนนทบุรี
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยมีปัจจัยลบมาจากความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับคาดการณ์จีดีพีปี 2559 มาอยู่ที่ 3.7% จากเดิมที่คาดไว้ 3.8%, ราคาพืชผลทางการเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำ รวมทั้งผู้บริโภคยังกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า การบริโภคของภาคประชาชนยังฟื้นตัวขึ้นไม่มากนักในช่วงนี้ เนื่องจากประชาชนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก แต่คาดว่าการฟื้นตัวของการบริโภคน่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงกลางไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ถ้าสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลง
“เดิมเราคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น แต่สถานการณ์ในช่วงเดือนมกราคมมีความผันผวนมาก และเห็นถึงความไม่นิ่งของเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี หลังจากมีเหตุการณ์ข้อพิพาทซาอุฯ กับอิหร่าน การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ การปฏิบัติการของกลุ่มไอเอส ในอินโดนีเซีย สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้เป็นความกังวลของโลก" นายธนวรรธน์ กล่าว พร้อมทั้งมองว่า มาตรการกระตุ้นของรัฐยังไม่สามารถพลิกฟื้นให้เกิดความคึกคักหรือฟื้นตัวในระบบเศรษฐกิจไทยได้อย่างชัดเจน ประกอบกับความน่ากังวลต่อบรรยากาศการส่งออกในปีนี้ รวมหน่วยงานภาครัฐได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจในปีนี้ลงมาเหลือ 3.7% ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน



