
วิษณุชี้ใช้ม.44ออกกม.คุมประชามติได้
วิษณุชี้ใช้ม.44ออกกม.คุมประชามติได้ แต่ไม่ถึงขนาดห้ามคนเห็นต่างรณรงค์
4ก.พ.59เวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำประชามติในสัปดาห์หน้าว่า กกต.มีหน้าที่ออกกฏระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ แต่ไม่มีอำนาจในการกำหนดโทษ เพราะเรื่องดังกล่าวต้องออกเป็นกฏหมายโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อกำหนดโทษ เช่น การฉีกบัตร ขัดขวางการออกเสียงประชามติซึ่งต่างจากการเลือกตั้งส.ส. ที่มีพ.ร.บ.การเลือกตั้งรองรับ ซึ่งการกำหนดโทษนั้น หากจะใช้มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว ก็สามารถใช้ได้ แต่ไม่ใช่การใช้เพื่อไปหักล้างรัฐธรรมนูญมาตราใดมาตราหนึ่งแต่ใช้แทนสิ่งที่จะออกแทนพ.ร.บ.เหมือนที่คสช.เคยทำมาแล้ว
ดังนั้นหากจะกำหนดกติกาเกี่ยวกับการทำประชามติก็สามารถใช้มาตรา 44 นี้ได้ แต่หากว่าไม่สมควรก็สามารถออกพ.ร.ก.หรือพ.ร.บ.ได้เช่นกันทั้งสามส่วนมีศักดิ์ศรีและสถานะเท่ากัน ส่วนพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 นั้น ไม่ได้รองรับการทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แต่เกี่ยวข้องเช่น ถามความเห็นประชาชน เกี่ยวกับการสร้างเขื่อน เป็นต้น ซึ่งไม่ได้เตรียมการสำหรับกรณีการขัดขวางการทำประชามติ จึงไม่สามารถใช้แทนกันได้ เนื่องจากยังไม่มีความสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับการประชามติ จะมีการหารือในรายละเอียดในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะมีการพูดคุยกันอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวันออกเสียงประชามติ
การแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ครบ 80% ว่ามีวิธีการอย่างไรบ้าง เรื่องงบประมาณในการจัดทำประชามติ รวมไปถึงเกณฑ์ในการออกเสียงประชามติว่าจะใช้เสียงข้างมากของจำนวนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงหรือเสียงข้างมากของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียง นอกจากนี้ จะได้หารือถึงการดำเนินการหากเกิดกรณีการขัดขวางการทำประชามติหรือไม่ทำให้ประชามติเป็นไปอย่างเรียบร้อย ตลอดจนเรื่องการทุจริตด้วย
“คงไม่ถึงขนาดเขียนว่าห้ามรณรงค์หรือไม่ให้รณรงค์สำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วย คงเขียนว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่กกต.กำหนด แต่อาจจะมีสักมาตราเขียนว่าผู้ใดฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกกต.ก็จะถูกลงโทษส่วนกรณีที่วิปสนช.ตีกลับร่างระเบียบการออกเสียงประชามติของกกต.นั้นคงมีเหตุผลในการตีกลับ เพราะในรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว บัญญัติว่าในกกต.ออกประกาศกำหนดวิธีการโดยผ่านความเห็นชอบของสนช. กกต.จึงได้ส่งไป แต่วิปสนช.กลับบอกว่าที่เขียนมาทั้งหมดนั้น ถ้าเกิดมีการฝ่าฝืนจะรับโทษอย่างไร ขณะที่กกต.บอกว่าไม่มีอำนาจในการกำหนดโทษ วิปสนช.จึงบอกว่าให้ไปเสนอแนะรัฐบาลในการกำหนดโทษทั้งนี้การตีกลับของวิปสนช.จะไม่ทำให้การทำประชามติล่าช้าลง เพราะยังเหลือเวลาอีกมาก” นายวิษณุ กล่าว



