
อำนาจศาล รธน.ฉบับมีชัย
อำนาจศาล รธน.ฉบับมีชัย : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น
ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากก็คือ “อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ว่า มีมากมายและมากกว่าเมื่อก่อน
โดยเฉพาะ “นักการเมือง” ค่อนข้างกลัวเป็นพิเศษ เพราะเคยเห็นฤทธิ์เดชของศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว อย่าง “พรรคเพื่อไทย” ก็ค้านเรื่องอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นหลัก
ก่อนอื่นเริ่มตั้งแต่ผู้ที่จะมาเป็น “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” นอกจากมาจากผู้พิพากษาในศาลฎีกา, ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด, ผู้ทรงคุณวุฒิ สาขานิติศาสตร์, รัฐศาสตร์ เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ แล้ว ยังเปิดกว้างกว่าเดิม โดยให้ข้าราชการหรืออดีตข้าราชการ ที่มีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่าหรือดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอัยการสูงสุดเข้ามาเป็น “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ได้ด้วย
ส่วนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ตามร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้น มีมากมายหลายประการ ได้แก่
1.พิจารณาวินิจฉัยว่ากฎหมายหรือร่างกฎหมายใด ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
2.พิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ ส.ส., ส.ว., รัฐสภา, คณะรัฐมนตรี และองค์กรอิสระ
3.วินิจฉัยให้ ส.ส., ส.ว., รัฐมนตรีที่เสนอ, แปรญัตติ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ซึ่งมีผลให้ตนเองมีส่วน ไม่ว่าโดยตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย พ้นจากตำแหน่งและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
4.วินิจฉัยว่าร่างกฎหมายใหม่มีหลักการซ้ำกับร่างกฎหมายที่ถูกยับยั้งหรือไม่ โดยในกรณีที่ ส.ส. หรือ ส.ว.เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่เสนอหรือส่งให้พิจารณานั้น เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติที่ต้องยับยั้งไว้ ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือประธานวุฒิสภา ส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการอย่างเดียวกันหรือคล้ายกันกับหลักการของร่างพระราชบัญญัติิที่ต้องยับยั้งไว้ ให้ร่างพระราชบัญญัตินั้น เป็นอันตกไป
5.วินิจฉัยว่าหนังสือสัญญาใดเป็นหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้าการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวางหรือไม่
6.วินิจฉัยสั่งให้บุคคลที่จะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เลิกการกระทำดังกล่าวได้
7.วินิจฉัยว่าบุคคลใดถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้หรือไม่ โดยบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัย
รวมทั้งอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่ครอบจักรวาล ตามมาตรา 207 ที่ว่า “ถ้าไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่จะยกมาปรับแก่กรณีใดได้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนั้นตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ซึ่งก็คือการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยตามมาตรา 7 เดิม นั่นเอง
แต่เมื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมาก ก็ต้องถูกตรวจสอบเช่นกัน โดย ป.ป.ช.สามารถไต่สวนและส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย กรณีมีการกล่าวหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจใช้หน้าที่และอำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง



