ข่าว

จิ้งจอกเจ๋งต้อนหงส์นำฝูงต่อ

จิ้งจอกเจ๋งต้อนหงส์นำฝูงต่อ

03 ก.พ. 2559

เลสเตอร์ โชว์ฟอร์มเฉียบเปิดบ้านทุบ ลิเวอร์พูล 2-0 เคลาดิโอ รานิเอรี สุดปลื้มยังรั้งจ่าฝูงก่อนเจองานหนักในนัดต่อไปที่ต้องพบแมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 2

 
                      ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ รักษาสถิติไม่แพ้ใครเป็นนัดที่ 6 ติดต่อกัน หลังเปิดรังคิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม เอาชนะ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 2-0 จากการซัดเบิ้ลของ เจมี วาร์ดี คนเดียวในนาที 60 กับ 72 และยังคงรั้งตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดด้วยจำนวน 18 ลูก ทำให้เลสเตอร์ ยังเป็นทีมจ่าฝูง แข่ง 24 นัด มี 50 แต้ม นำหน้า “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 2 ที่ได้ เซร์คิโอ อาเกโร ซัดประตูชัยในนาที 16 ให้ทีมบุกไปเฉือนชนะ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ถึงสเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ 1-0 เพียง 3 แต้ม ส่วน ลิเวอร์พูล อยู่อันดับ 8 แข่ง 24 นัด มี 34 แต้ม
 
                      หลังจบเกม เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือเลสเตอร์ กล่าวว่า ทีมสมควรเป็นฝ่ายชนะเพราะเล่นได้ดีกว่าตลอดทั้งเกม และเป็นการสร้างความมั่นใจก่อนจะเจอศึกหนัก 2 เกมซ้อน โดยจะต้องออกไปเยือนแมนฯ ซิตี ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ต่อด้วยการบุกรังอาร์เซนอล ในสัปดาห์ถัดไป
 
                      “เราคู่ควรกับชัยชนะนัดนี้เพราะเราเล่นได้เหนือกว่าทั้งเกม ผมประทับใจผลงานของนักเตะทุกคน โดยเฉพาะวาร์ดี ที่ยังคงยิงประตูได้ต่อเนื่อง เราอยู่ในสถานะที่ดีมากๆ เรายังคงเป็นจ่าฝูง แต่ตอนนี้เราต้องรีบฟื้นพลังโดยเร็ว เพราะเรายังมีศึกหนักรอยู่ในเกมต่อไปที่จะต้องพบแมนฯ ซิตี” รานิเอรี กล่าว
 
                      ด้าน เจอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ยอมรับลูกทีมมีอาการเหนื่อยล้าจากการกรำศึกหนักต่อเนื่อง เพราะมีโปรแกรมลงเล่นในเดือนที่แล้วมากถึง 6 นัด ทำให้ได้พักน้อยกว่าทีมอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นไปด้วย
 
                      “เราต้องลงเล่นในช่วงเดือนมกราคมถึง 6 นัด ส่วนพวกเขามีเวลาพักถึง 10 วัน แต่เราต้องลงเล่นถึง 3 เกมติดต่อกัน ทำให้นักเตะมีอาการเหนื่อยล้าจากลงการสนามต่อเนื่อง นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เราเล่นได้ไม่ดี แต่จริงๆ แล้วปัญหาของเราคือการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะเรามีโอกาสลุ้นประตูหลายครั้ง แต่ทำไม่ได้เอง” คลอปป์ กล่าว
 
                      ขณะที่ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ชวดโอกาสทำคะแนนไล่จี้จ่าฝูง เพราะทำได้เพียงเฝ้ารังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เสมอ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน 0-0 ทำให้เจ้าถิ่นหล่นลงไปอยู่อันดับ 4 แข่ง 24 นัด มี 45 แต้ม เท่ากับ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ที่ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 3 หลังบุกไปไล่ต้อนชนะ “นกขมิ้น” นอริช ถึงคาร์โรว์ โรด 3-0 เพราะมีผลต่างประตูได้เสียมากกว่า 10 ลูก และมีคะแนนตามหลัง เลสเตอร์ ทีมอันดับ 1 อยู่ 5 แต้ม ส่วนทีมเยือนอยู่อันดับ 7 แข่ง 24 นัด มี 34 แต้ม
 
                      หลังจบเกม อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่อาร์เซนอล ยอมรับว่าทีมมีปัญหาเรื่องจบสกอร์ โดยเฉพาะในยามเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่กดดัน ทำให้ยิงประตูไม่ได้มาแล้วถึง 3 นัด และส่งผลกระทบต่อโอกาสลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกด้วย จากการร่วงลงมาอยู่อันดับ 4
 
                      ด้าน “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มเฉียบจากการเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไล่ถลุง “ช่างปั้นหม้อ” สโตค 3-0 จาก เจสซี ลินการ์ด นาที 14, อองโตนี มาร์กซิยัล นาที 23 และเวย์น รูนีย์ นาที 53 ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงอยู่อันดับ 5 แข่ง 24 นัด มี 40 แต้ม ตามหลัง อาร์เซนอล ทีมอันดับ 4 ซึ่งเป็นพื้นที่ได้สิทธิ์ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นทีมสุดท้ายอยู่ถึง 5 แต้ม ขณะที่สโตค อยู่อันดับ 9 แข่ง 24 นัด มี 33 แต้ม
 
                      หลังจบเกม หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือปีศาจแดง ยกย่องลูกทีมที่เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม และทำเกมรุกได้แบบเฉียบคมมาก พร้อมกับชื่นชม ฆวน มาตา กองกลางชาวสเปนที่ถูกจับให้ยืนเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ แต่กลับทำผลงานได้น่าประทับใจ จึงพร้อมให้โอกาสกลับมาลงเล่นตัวจริงแบบสม่ำเสมออีกครั้ง
 
                      ส่วนผลคู่อื่น เวสต์แฮม ชนะ แอสตัน วิลลา 2-0, คริสตัล พาเลซ แพ้ บอร์นมัธ 1-2, เวสต์บรอมวิช เสมอ สวอนซี 1-1
 
 
 
 
--------------------
 
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)