ข่าว

‘ตม.’จับหนุ่มแซมบ้าใช้หนังสือเดินทางปลอมสวมรอยโอนเงิน30ล.

‘ตม.’จับหนุ่มแซมบ้าใช้หนังสือเดินทางปลอมสวมรอยโอนเงิน30ล.

03 ก.พ. 2559

ตม.จับหนุ่มแซมบ้า ใช้หนังสือเดินทางปลอม สวมรอยโอนเงิน 30 ล้าน

     
 
          ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) สวนพลู  เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ก.พ.59 พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. แถลงข่าวการจับกุม นายคาร์ลอส ออกัสโต้ เซน โลเปส เดอ เมเด้ (MR.CARLOS AUGUSTO SAENZ LOPES DE MEIDA) อายุ 37 ปี สัญชาติบราซิล อาชีพโปรแกรมเมอร์ ผู้ต้องหาในข้อหาปลอมและใช้หนังสือปลอม (หนังสือเดินทางอิตาลี) และปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม (รอยตราประทับขาเข้าด่าน ตม. สุวรรณภูมิหมายเลขS123) หลังร่วมกับแก๊งอาชญากรการเงินข้ามชาติในต่างประเทศ ขโมยข้อมูลจากผู้เสียหาย มาทำหนังสือเดินทางและรอยตรา ตม.ปลอม สวยรอยหวังขึ้นเงินจากธนาคาร มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท พร้อมของกลางหนังสือเดินทางอิตาลีปลอม บัตรเครดิตจำนวน 12 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 1 เครื่อง สมุดบัญชี 2 เล่ม 
     
          พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ประสานงานกับภาคเอกชน และมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับธนาคารต่างๆ ตามนโยบายของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผบ.ตร.(ตท) ในการเร่งกวาดล้างมาเฟียต่างชาติ อาชญากรข้ามชาติ และชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคงที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทย โดยได้จับกุมนายคาร์ลอส ออกัสโต้ เซน โลเปส เดอ เมเด้ (MR.CARLOS AUGUSTO SAENZ LOPES DE MEIDA) อายุ 37 ปี สัญชาติบราซิล โดยนาคาร์รอส ออกัสโต้ เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มคนร้ายอาชญากรการเงินข้ามชาติ ที่ได้พยายามโอนเงินในบัญชี Mr.Christian Lassen จาก Bank of America ทางอิเล็กทรอนิกส์แบงค์กิ้ง มาเข้าบัญชีธนาคาร Citibank ที่คนร้ายเปิดไว้ในต่างประเทศ จำนวน 2 ครั้ง เป็นเงินรวม 750,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 26,250,000 บาท)
 
          พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวอีกว่า ต่อมาผู้ต้องหา ซึ่งมีอาชีพโปรแกรมเมอร์ ได้รับข้อมูลของ Mr.Christian Lassen จากสมาชิกในแก๊งค์ ได้นำข้อมูลที่ได้รับไปว่าจ้างแก๊งค์ปลอมพาสปอร์ตให้ทำพาสปอร์ตปลอมในชื่อ Mr.Christian Lassen และนำไปเปิดบัญชีกับธนาคาร Citibank สาขาสีลม ในชื่อ Mr.Christian Lassen และได้นำเช็คในชื่อ Mr.Christian Lassen จำนวน 3 ฉบับ เป็นจำนวนเงินรวม 445,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 15,575,000 บาท) มาขึ้นเงิน โดยอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาทางการเงินจะโอนเงินมาซื้อบ้านและลงทุน แต่ทางธนาคารสงสัยว่า คนร้ายน่าจะใช้พาสปอร์ตปลอม จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่สืบสวน สตม. มาทำการสืบสวน และจับกุมตัวคนร้ายส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
     
          ผบช.สตม. กล่าวด้วยว่า นายคาร์ลอส ออกัสโต้ เป็นโปรแกรมเมอร์รับจ้างทำเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้อยู่แล้ว หลังได้รับข้อมูลของผู้เสียหายที่สมาชิกอีกคนที่อยู่ต่างประเทศส่งข้อมูลของผู้เสียหายมาให้ ก็ได้ตระเวนหาแหล่งทำหนังสือเดินทางปลอม เพื่อที่จะนำไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยจากคำให้การนายคาร์ลอส ออกัสโต้ ได้ไปทำหนังสือเดินทางปลอมที่ถนนข้าวสารในราคา 100,000 บาท แต่ได้ขอต่อรองเหลือ 90,000 บาท ทั้งนี้ ได้ส่งชุดสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ และลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลแล้ว เชื่อว่าแก๊งค์ทำพาสปอตปลอม น่าจะเป็นแก๊งค์ชาวต่างชาติ นอกจากนี้จะย้อนรอยไปยังผู้ให้ที่พักพิง เพราะตามกฎหมาย หากมีชาวต่างชาติเข้ามาพัก เจ้าของที่พักจะต้องแจ้งให้ ตม.รับทราบภายใน 24 ชม. 
     
          ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่า นอกจากเช็คที่นำไปขึ้นบัญชีธนาคารแล้ว ยับยั้งการเบิกจ่ายไม่ทัน ยังไปค้นเจอเช็คที่มีการสั่งจ่ายอีก 200,000 เหรียญสหรัฐ รวมทั้งเช็คเปล่าอีกจำนวนหนึ่งที่สามารถกรอกตัวเลขลงไปในเช็คได้ และการตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่า หนังสือเดินทางของบราซิล เป็นหนังสือเดินทางฉบับจริง มีการเดินทางเข้าออกประเทศจำนวน 10 ครั้ง โดยใช้หนังสือเดินทางเล่มนี้ ซึ่งได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 53 และยังพบว่าผู้ต้องหายังใช้หนังสือเดินทางของอเมริกันด้วยจำนวน 4 ครั้ง ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้น เป็นหนังสือเดินทางจริง แต่ยังต้องรอผลการตรวจจากห้องแลป เพื่อยืนยันอีกครั้ง ส่วนหนังสือเดินทางของอิตาลี เป็นหนังสือเดินทางปลอมที่ผู้ต้องหาใช้นำไปเปิดบัญชีธนาคาร
     
          พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ทาง สตม. ได้เปิดการฝึกอบรม และเปิดศูนย์ต่อต้านหนังสือเดินทางปลอมเพื่อความมั่นคงของอาเซียน อบรมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่สายการบินและพนักงานธนาคาร อันเป็นการช่วยป้องกันคนร้ายต่างชาติใช้หนังสือเดินทางปลอมมาก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ดังเช่นคดีนี้ หากประชาชนพบบุคคลต่างชาติ ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย ไม่เหมือนนักท่องเที่ยว หรือมีลักษณะไม่มีงานทำที่แน่นอน น่าเชื่อว่าอาจเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรม ขอให้แจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178หรือ www.immigration.go.th ได้ตลอด 24 ชั่วโมง