ข่าว

ประเด็นที่ร่างรธน.ถูกค้าน

ประเด็นที่ร่างรธน.ถูกค้าน

03 ก.พ. 2559

ประเด็นที่ร่างรธน.ถูกค้าน : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ สำนักข่าวเนชั่น

            คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญเบื้องต้นไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ก็อยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแรก ซึ่งก็มีทั้งที่เห็นด้วยและคัดค้าน

            ที่คัดค้านเสียงดังฟังชัดก็คือ พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใน 2 ประเด็น

            ประเด็นแรก คือ อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 207 ที่ว่า “การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามตัวอักษรหรือตามความมุ่งหมายของบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่จะยกมาปรับแก่กรณีใดได้ ให้วินิจฉัยกรณีนั้นตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ซึ่งก็คือ การให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยตามมาตรา 7 เดิม นั่นเอง

            ที่ผ่านมาเมื่อเกิดกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ก็จะไม่มีผู้มาทำหน้าที่ชี้ขาด ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ทางตัน และในที่สุดก็นำมาซึ่งการ “รัฐประหาร” กรธ. จึงสร้างกลไกขึ้นมา โดยให้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” เป็นผู้ผ่าทางตัน แต่ “พรรคเพื่อไทย” มองว่า เป็นการให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ครอบจักรวาล และเข็ดขยาดกับ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ที่ในอดีตเคยสั่งยุบพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน

            ประเด็นที่สอง คือ การที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยากมาก โอกาสที่แก้ได้แทบจะไม่มี ในขณะที่พรรคเพื่อไทย เป้าหมายก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญหากชนะเลือกตั้งเพื่อให้ได้ตามที่พรรคเพื่อไทยต้องการ

            ส่วน “พรรคประชาธิปัตย์” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ไม่เห็นด้วยในหมวดสิทธิเสรีภาพและแนวนโยบายแห่งรัฐ ที่การมีส่วนร่วมของประชาชนน้อยลงแต่ไปเพิ่มอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นการลดอำนาจประชาชน, ที่มา ส.ว.ซึ่งเลือกตั้งโดยอ้อม, เปิดช่องนายกฯ คนนอก แม้ไม่มีภาวะวิกฤติ, การมีบัตรเลือกตั้งใบเดียว ทำให้เกิดการซื้อเสียงรุนแรงและยุ่งยาก, การกระจายอำนาจที่น้อยลง

            แต่ถ้าจะกล่าวถึงประเด็นที่ถูกค้านมากที่สุด น่าจะเป็นเรื่องที่การเลือกตั้งครั้งหน้าจะใช้ “บัตรเลือกตั้งใบเดียว" เลือก ส.ส.เขต แต่นำคะแนนไปคำนวณ ได้ “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” ด้วย ซึ่งเมื่อก่อนบัตรเลือกตั้งแยกกันระหว่างเลือก ส.ส.เขต กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะวัตถุุประสงค์ในการเลือก ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่างกัน และทำให้ผู้ลงคะแนนมีอิสระในการเลือก ผู้คัดค้านจึงเห็นว่า การใช้ “บัตรเลือกตั้งใบเดียว” เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง

            อย่าง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คาดว่าจะเสนอให้ กรธ.ทบทวนเรื่องระบบการเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสม ที่ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว โดยเห็นว่าคะแนนที่ได้ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของประชาชนที่ไปใช้สิทธิลงคะแนน

            แต่สำหรับ กรธ.ให้เหตุผลว่า ระบบเลือกตั้งจัดสรรปันส่วนผสมจะทำให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่า จะทำให้พรรคการเมืองเล็กเสียเปรียบ เพราะปกติพรรคเล็กไม่ได้ส่ง ส.ส.ทุกเขต

            ส่วนเรื่องอื่นที่ถูกคัดค้าน ก็คือ “นายกรัฐมนตรีคนนอก” ซึ่งมีการมองว่า การที่ร่างรัฐธรรมนูญให้คนที่ไม่ได้ ส.ส.เป็นนายกฯ ได้ เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้มีการสืบทอดอำนาจหรือไม่

            อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเบื้องต้นนี้ ยังปรับปรุงแก้ไขได้ ซึ่งตาม “ไทม์ไลน์” ยังเหลือเวลาให้ กรธ.ไปรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายจนถึง 15 กุมภาพันธ์ จากนั้น กรธ.จะใช้เวลาระหว่าง 16-20 มีนาคม ปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอแนะต่างๆ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์จะแล้วเสร็จในวันที่ 29 มีนาคม และนำไปสู่การทำประชามติในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้