
หมายจับเพิ่มอีก1คดีฆ่าฝังศพ-ข่มขืนทิ้งเหว
หมายจับเพิ่มอีก1คดีฆ่าฝังศพ-ข่มขืน ตร.เทียบคดีสะเทือนขวัญเอกยุทธ-เกมส์ นายอำเภอนำรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ
2ก.พ.2559 พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆ่าฝังศพนายภาสกรณ์ คงสวัสดิ์ และข่มขืนร้ายร้ายกายแฟนสาวได้บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดท้องที่ ม.4 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้มีการจับกุมผู้ต้องหาแล้วจำนวน 4 คน เป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 2 คน และอายุเกิน 18 ปี จำนวน 2 คน โดยผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลเด็กและเยาวชนและส่งไปสถานพินิจ ส่วนผู้ต้องหาที่อายุเกิน 18 ปีจะนำตัวส่งศาลจังหวัดพรุ่งนี้ (3 ก.พ.)
ส่วนผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้จากการสอบสวนพบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 1 คน เป็นผู้หญิงชื่อ น.ส.เบล เป็นชื่อเล่น ซึ่งอยู่ระหว่างการออกหมายจับ โดยคาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ภายในวันนี้ ชื่อน.ส.เบล มีความเกี่ยวข้องจากการสอบปากคำผู้ต้องหาอยู่ 2 ขั้นตอนด้วยกันคือ1.ทำหน้าที่เป็นผู้คอยส่งอาหารให้ผู้ต้องหา 2.อยู่ร่วมกันกับผู้ต้องหาและร่วมกันขุดหลุม ช่วยฟังศพ และจาการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เชื่อว่ามีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งสิ้น 5 คน ส่วนคนอื่นอีก 2 คนที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ สอบสวนแล้วพบแค่ขึ้นไปหาผู้ต้องเฉยๆไม่ได้ร่วมในการกระทำความผิด
“ผลการสอบผู้ต้องหาทั้ง 4 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ไม่มีปฏิเสธ ทั้ง 4 คนโดยตั้งข้อหาเดียวกัน เนื่องจากพฤติกรรมร่วมกันกระทำความผิดทุกขั้นตอนร่วมกัน” พ.ต.อ.วิชัย กล่าวและว่า
คดีนี้ซึ่งถือเป็นคดีสะเทือนขวัญนั้นสามารถเทียบเคียงคดีฆ่าฝังศพนายเอกยุทธ อันชัญบุตร เนื่องจากพฤติกรรมคล้ายกัน คือมีการฆ่าและฝังศพ ส่วนกรณีการข่มขืนและทำร้ายแฟนสาวของนายภาสกรณ์ ก่อนจะทิ้งลงเหวนั้นความสะเทือนใจเทียบเคียงได้กับคดีข่มขืนฆ่าบนขบวนรถไฟ ของนายวันชัย หรือเกมส์ แสงขาว ที่เป็นข่าวดังก่อนหน้านี้และผลจากการที่คดีนี้เป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ทำให้ตอนนี้พนักงานสอบสวนต้องมีการประชุมร่วมกันกำหนดการทำงานขณะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ต้องหาอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน จึงเกรงว่าจะเกิดปัญหา เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่มีความสะเทืองใจของญาติผู้เสียชีวิต
“คดีนี้สร้างความโกรธแค้น เกลียดชังมากสำหรับญาติของผู้เสียชีวิต เนื่องจากการกระทำเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม โหดร้าย ทำให้กระทบต่อความรู้สึกของสังคมในพื้นที่มาก ทำให้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพต้องหารือต้องวางแผนกันให้รัดกุมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเกิดขึ้น”
สำหรับวิธีการก่อเหตุของผู้ต้องหาในคดีนี้ที่มีความโหดเหี้ยมนั้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไม่พบว่ามีการลอกเลียนแบบจากภาพยนต์หรือคดีฆาตกรรมอื่นๆ แต่เป็นไปตามสถานการณ์มากกว่า และที่สำคัญผู้ต้องหาทั้ง4คนก็ไม่ได้รับการศึกษาอะไรมากมาย
“เรามีการตรวจสอบคดีสำหรับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนว่าเคยก่อคดีแบบนี้มาหรือไม่ ก็ไม่พบส่วนใหญ่ที่พบก็เป็นคดีโดยจับน้ำกระท่อม คดียาเสพติด ส่วนคดีอื่นยังไม่ปรากฎ”
นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มีผู้ต้องหาจำนวน 2 คน อายุไปถึง 18 ปี เป็นเยาวชน ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพัทลุงเข้ามาดูแล เนื่องจากเป็นเยาวชน ส่วนคดีนี้ถือว่าปิดคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากไม่มีตัวละครเพิ่มในคดีแล้ว เหลือเพียงแค่ทำสำนวนส่งอัยการเท่านั้น
ตำรวจเข้มดูแลเหยื่อคาดไม่เกิน1สัปดาห์กลับบ้านได้
ที่โรงพยาบาลตรัง พ.ต.ท.ภูมิ บาลทิพย์ รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองตรัง ได้เดินทางไปเยี่ยม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี เหยื่อสาว พร้อมกล่าวว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกนาย ให้ถ่ายภาพบุคคลที่จะมาขอเข้าเยี่ยมรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบด้วย เพราะเป็นคดีสำคัญที่เราจะต้องดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ หรือหากญาติไม่รู้จัก หากใครมาเคาะประตูที่ไม่ใช่พยาบาล ให้ตรวจสอบอย่างละเอียด ถ้าไม่ใช่ญาติอย่าให้เข้าไปใกล้อย่างเด็ดขาดและห้ามไม่ให้มีการถ่ายภาพคนเจ็บรวมทั้งญาติพี่น้องโดยเด็ดขาดด้วย เนื่องจากคดีนี้มีผู้ร่วมกระทำผิดหลายคน จึงมีบางคนใช้ความพยายามจะวิ่งเต้นคดีทั้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และโดยเฉพาะกับญาติ ส่วนด้านคดีเป็นเรื่องของตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ทางตำรวจ สภ.เมืองตรังมีหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยผู้เสียหายเท่านั้น
ด้านแพทย์หญิงจิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง เปิดเผยทางโทรศัพท์ถึงอาการบาดเจ็บของน.ส.เอ ว่าขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว รู้สึกตัวดี พูดคุยได้ จิตใจเข้มแข็ง สมองไม่ได้รับความกระทบกระเทือนแต่อย่างใด ส่วนอาการบาดเจ็บยังมีเลือดออกในช่องปอด เนื่องจากถูกของมีคม ทางแพทย์ได้ใส่สายระบายเลือด แต่ไม่ได้รุนแรงแต่อย่างใด คาดจะสามารถเอาสายดังกล่าวออกได้ภายใน 1 – 2 วันนี้ และคาดว่าไม่เกิน 1 สัปดาห์ถ้าไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆจะสามารถอนุญาตให้กลับบ้านได้
นายอำเภอนำรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ
ที่วัดบ้านนา หมู่ 6 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ทางญาตินายภาสกรณ์ ได้รับศพมาจาก รพ.สงขลานครินทร์ จ.สงขลา มาตั้งบำเพ็ญกุศลศพ หลังส่งให้แพทย์ชันสูตรศพโดยละเอียด ซึ่งจะกำหนดเผาในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ โดยมีบรรดาญาติของนายภาสกร และญาติ ๆของแฟนสาวนายภาสกรมาอยู่ช่วยเตรียมงานศพบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าเสียใจ
น้าชายนายภาสกร กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถึงรู้ว่าผู้ที่เกิดเหตุเป็นเยาวชน แต่คนที่อยู่เบื้องเยาวชนกลุ่มนี้มีใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนในเชิงลึก เพราะตนคิดว่าเพียงเฉพาะเยาวชนอย่างเดียวคงไม่สามารถก่อเหตุได้ถึงเพียงนี้ อย่างก็ตามถ้าเรื่องนี้ไม่ได้ดำเนินการถึงที่สุดทางญาติๆ จะทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ไม่ล้มคดี และขอให้ตำรวจเร่งติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีให้ครบทุกคน เนื่องจากคดีดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นคดีสะเทือนขวัญและกลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม
ขณะที่ศาลาประชาคมอำเภอศรีนครินทร์ นายพรชัย สุขโสม นายอำเภอศรีนครินทร์ นำกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำในท้องถิ่น ถือป้ายประกาศเจตนารมณ์ ต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ และป้ายชาวอำเภอศรีนครินทร์ต่อต้านความรุนแรงโดยประกาศว่า เราจะต่อต้านการใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหาทุกรูป เราจะยึดหลักสันติวิธีในการแก้ปัญหา และอยู่ร่วมกันโดยเคารพกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ เราจะเคารพ และให้เกียรติผู้อื่น ยอมรับความแตกต่างความคิด เราจะปฎิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เราจะสร้างความเข้าใจในหลักการอยู่ร่วมกัน ด้วยความรักความสามัคคี และเอื้ออาทรต่อกันทั้งนี้เนื่องมาจากได้เกิดเหตุสะเทือนขวัญเกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอศรีนครินทร์ จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุฆ่าโหด และนำศพไปขุดหลุมฝังกลางป่าเขาบรรทัด พร้อมกับทำร้ายร้ายกายแฟนสาวบาดเจ็บสาหัสแล้วนำร่างไปทิ้งเหว



