ข่าว

‘ศานิตย์’บอกไม่รู้บิ๊กตร.กดดันตร.ทุ่งสองห้องคดีรถ

‘ศานิตย์’บอกไม่รู้บิ๊กตร.กดดันตร.ทุ่งสองห้องคดีรถ

02 ก.พ. 2559

ผบ.ตร.รู้ตัวบิ๊กตำรวจกดดันพงส.ทุ่งสองห้องคืนรถรับจำนำ ขณะที่‘ศานิตย์’ระบุยังไม่ทราบ ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายเร่งสอบสวนเหตุ‘ร.ต.อ.’ยิงตัวตาย

            2กุมภาพันธ์2559 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงตัวตายภายในห้องพัก ว่า ได้สั่งกำชับไปยังพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ในเรื่องของการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ได้ให้ฟังความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ต้องดูหลายๆ องค์ประกอบ โดยจะต้องดูการบังคับบัญชาในช่วงที่ผ่านมาด้วย ดูการปกครองลูกน้องว่าเป็นอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังมีการโต้แย้งกันอยู่ในบางประเด็น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยืนยันว่าจะไม่ลงไปก้าวก่ายในการบวนการตรวจสอบของ บช.น.

            พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ทราบตัวนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมกดดันให้พนักงานสอบสวน ปล่อยของกลางรถยนต์ที่ตำรวจยึดได้จากห้างสรรพสินค้าย่านหลักสี่รวม 204 คัน คืนให้กับผู้รับจำนำรถแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผย ไม่ขอให้ข่าวในรายละเอียด หากทาง บช.น.ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีความเห็นอย่างไรก็คงจะเป็นไปตามนั้น


'ศานิตย์'ชี้ยังไม่ทราบบิ๊กตำรวจกดดัน

            ขณะที่พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอย่าเรียกว่าความขัดแย้งดีกว่า เพราะเป็นความเห็นต่าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาทำให้เกิดความแตกแยก ตนเคยพูดไปแล้วว่า ปัญหาภายในมันอาจจะมีอยู่บ้าง ก็เป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องหาทางทำให้เกิดความเข้าใจ ให้เกิดความรักความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกัน ตำรวจนครบาลจะต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน

            “ไม่ต้องกังวล ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น วันนี้(2 ก.พ.)ได้มอบหมายให้ รองผบช.น. ลงไปดูเรื่องนี้ จริงๆ แล้วถ้าเราไม่มาขยายแผลวงกว้างก็คงจะจบแล้ว ครั้งที่ผมได้ไปพูดคุยทำความเข้าใจที่ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตกับทุกคน อธิบายความทุกอย่างว่า เราจะทำอะไรก็ตามก็ต้องมีหลักไว้ก่อน จะต้องอยู่ภายใต้กฎกติกามารยาท ไม่ใช่ว่าจะเอาความรู้สึกไม่ชอบคนโน้น ไม่ชอบคนนี้ มาทำให้เกิดความไม่เป็นระบบ ก็ต้องมาพิจารณาดู ผมทำงานโดยยึดหลักการยึดความถูกต้อง เพราะความถูกต้องจะต้องมาก่อนความถูกใจ จริงๆ ก็อยากจะให้ถูกใจทุกคน แต่จะให้ถูกใจทุกคนมันเป็นไปไม่ได้ เรื่องนี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องภายในที่คิดว่า เราจะแก้ไขกันเองได้ ส่วนกรณีที่มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อขอให้โยกย้ายผู้กำกับออกนอกพื้นที่นั้น ทุกคนมีสิทธิ์แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้าหากทำแล้วละเมิดสิทธิละเมิดกฎหมายก็ต้องมาดูกันว่าสมควรหรือไม่ เพราะผมก็ให้โอกาสทุกคน ประเทศไทยตอนนี้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะแสดงออกได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย”พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว และว่า

            สำหรับกรณีพ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.ทุ่งสองห้องจะมีความผิดหรือไม่นั้น ก็จะต้องอยู่ที่ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยจะตรวจสอบให้เร็วที่สุด ซึ่งทุกคนทุกฝ่ายจะได้รับความเป็นธรรม ส่วนประเด็นเรื่องรถจำนำผิดกฎหมาย จำนวน 204 คัน นั้น บางส่วนที่ไม่มีการโต้แย้งกรรมสิทธิ์ มีกฎหมายรองรับก็ได้ส่งคืนไปบ้างแล้ว

            เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ออกมาระบุทราบตัวนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่กดดันให้พนักงานสอบสวน ปล่อยคืนของกลางรถยนต์ที่ตำรวจยึดได้ สำหรับเรื่องนี้ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ตอบว่า ก็ต้องรับฟังเพราะผบ.ตร.เป็นผู้ใหญ่ เราก็ต้องรับมาพิจารณา ซึ่งส่วนตัวแล้วยังไม่ทราบ แต่อย่างไรก็ตามจะรีบสอบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่างชัดโดยเร็วที่สุด


เรียกผู้ครอบครองรถที่ตรวจยึดสอบเพิ่ม

            พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนคดี ยึดรถ 204 คัน บริเวณดาดฟ้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านหลักสี่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 เปิดเผยว่า ในคดีนี้จากการตรวจสอบพบว่ามีบริษัทไฟเเนนซ์ที่เสียหาย กว่า 20 บริษัท เเละมีบุคคลธรรมดาเป็นผู้เสียหายอีก 22 ราย ส้วนขั้นตอนของคดีนั้น ภายหลังมีการจับกุมผู้ต้องหาและยึดรถยนต์ของกลาง ตำรวจมีการนำตัว ผู้ต้องหาส่งฟ้องต่อศาลเเละเปรียบเที่ยบปรับเเล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในการคืนรถยนต์ให้กับผู้เสียหาย โดยมีพนักงานสอบสวนกว่า 10 นายในการตรวจสอบ

            เบื้องต้นได้เเบ่งกลุ่มรถยนต์ที่ตรวจยึดได้เป็น5 กลุ่ม คือรถของบุคลธรรมดา ไม่ติดไฟเเนนท์ รถของไฟเเนนซ์ที่ศาลสั่งให้ผู้ครอบครองรถคืนรถเเก่ไฟเเนนซ์ กลุ่มผู้ครอบครองที่อ้างว่าเปนเจ้าของ กลุ่มค้างค่างวดไฟเเนนซ์ 1-3 เดือน กลุ่มค้างไฟเเนนท์ 4 เดือนขึ้นไป โดยได้มีการคืนรถเเก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ไปแล้ว 22 คัน รถยนต์ที่อยู่ระหว่างการประสานกรมบังคับคดี 9 คัน รถยนต์ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเเละเจรจาคืนรถยนต์ 137 คัน/ อีกส่วนคือรถยนต์ที่บริษัทไฟเเนนซ์ เเจ้งคามดำเนินคดีกับผู้ครอบครองรถยนต์จำนวน 36 คัน ในฐานความผิดยักยอกทรัพย์ โดยในส่วนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเเละเตรียมเรียกผู้ครอบครองรถ มาสอบปากคำเพิ่มเติม

            ทั้งนี้พ.ต.อ.คมศักดิ์ ยืนยันว่า ตำรวจทำตามหลักของกฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นหลัก เเละยืนยันว่าไม่มีการกดดันการทำงานของคณะพนักงานสอบสวน

            ด้านพล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมสอบสวนกรณีตำรวจทุ่งสองห้องยิงตัวเองเสียชีวิตว่า เบื้องต้นภายในวันศุกร์นี้จะทราบผลก่อนจะเสนอผลการสอบให้ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลพิจารณาเเต่เบื้องต้น จากการเข้าไปพุดคุยผู้ใต้บังคับบัญชา ถึงสาเหตุ น่าจะเกิดจากความเครียดเรื่องการสอบสวน ถูกเร่งรัดคดีจากผู้บังคับบัญชาเเละเรื่องส่วนตัว จึงทำให้เกิดเหตุโดยหลังจากเหตุการณ์นี้ ได้พุดเข้าไปคุยกับพนักงานสอบสวนทุก สน.เพื่อให้เข้าใจเเละทำงานอย่างไม่มีความกดดัน พร้อม กำชับผู้บังคับบัญชาดูเเลลูกน้องไม่ให้ทำงานใต้ความกดดันจนเกินควร

            ส่วนกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกมาระบุว่ามีตำรวจชั้นผู้ใหญ่กดดันการทำงานของคณะทำงาน พลตำรวจตรีเจริญ ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานเช่นกัน