
เปิดปูมสิระ เจนจาคะหัวหอกไล่ผกก.ทุ่งสองห้อง
เปิดปูมสิระ เจนจาคะประธานกต.ตร.หัวหอกไล่ผกก.ทุ่งสองห้อง
ชื่อ สิระ เจนจาคะ ในฐานะประธาน กต.ตร.สน.ทุ่งสองห้อง กลายเป็นคนในข่าวอีกครั้ง เมื่อ “สิระ” เป็นตัวตั้งตัวตีให้ชาวบ้านมาลงชื่อขอเปลี่ยนตัว ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง โดยอ้างว่า พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ไม่มีความโปร่งใสในการทำงานหลายๆ เรื่อง โดยเฉพาะกรณีผู้ใต้บังคับบัญชาฆ่าตัวตาย
ก่อนหน้านั้น สิระ เจนจาคะ กรรมการผู้จัดการบริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด เป็นกรรมการ กต.ตร. ตั้งแต่ อัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหาร มิราเคิล กรุ๊ป เป็นประธาน กต.ตร.สน.ทุ่งสองห้อง
เมื่อ “อัศวิน” วางมือ ก็ส่งไม้ต่อให้ “สิระ” เป็นประธาน กต.ตร.สน.ทุ่งสองห้อง ควบคู่กับการทำงานในตำแหน่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)
ย้อนไปในช่วงรอยต่อปี 2556-2557 ที่มีการชุมนุมของมวลมหาประชาชน “หลวงปู่พุทธะอิสระ” แห่งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้ตั้งเวทีด้านหน้ากองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน(ปตอ.1) ถนนแจ้งวัฒนะ โดยใช้เรือนไทยของ “สิระ” เป็นกองบัญชาการ กปปส.แจ้งวัฒนะ
เวลานั้น “สิระ” รับหน้าที่เป็นทนายความให้หลวงปู่พุทธะอิสระ และต่อมา เมื่อมีการเสนอชื่อเข้าเป็นสมาชิก สปช. “สิระ” ก็สมัครในนามมูลนิธิธรรมอิสระ วัดอ้อน้อย เขาจึงถูกเรียกขานว่า “สปช.สายหลวงปู่”
“สิระ” เกิดที่ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นบุตรคนที่ 8 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 12 คน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จาก ม.เกริก สาขาการบริหารการจัดการ
ที่ผ่านมา “สิระ” ทำธุรกิจหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสำนักงานทนายความ และยังเป็นผู้นำรถจากต่างประเทศเข้ามาขายในไทย ก่อนที่จะมาเจอสภาวะวิกฤติหลายอย่าง จนต้องเลิกราจากอาชีพดังกล่าวไปในที่สุด
นอกจากนั้น สิระยังเคยมีบทบาทในวงการกีฬามวย และเป็นเจ้าของค่ายมวย ส.สิระดา
จากการทำธุรกิจได้สอนให้เด็กหนุ่มจากตาคลีเข้มแข็งขึ้น และลุกขึ้นมาอย่างองอาจ แล้ววันหนึ่งในปี 2545 โชคชะตาก็พลิกผัน เกิดไอเดียที่บรรเจิดขึ้นมา เมื่อมีโอกาสได้เดินทางไปดูบ้านทรงไทยจากสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น จ.แพร่ หรือที่บางบัวทอง ก็เลยมีความคิดว่า จะทำธุรกิจนี้
เริ่มจากสร้างหลังแรก เป็นศาลาหลังเล็กๆ โดยขอเช่าพื้นที่ของ ปตอ.1 แถวแจ้งวัฒนะ ปรากฏว่า ขายได้รวดเร็วมากและกำไรด้วย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เมื่อได้เงินก้อนนี้มา จึงได้ใช้เงินก้อนนี้ต่อทุนไปอีก
สร้างอีกหลายหลังและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว “สิระ” จึงกลายเป็นเจ้าของธุรกิจ “บ้านทรงไทย แจ้งวัฒนะ” ที่มีคนรู้จักมากขึ้น และการเลือกตั้งปี 2554 เขาตัดสินใจสมัคร ส.ส. ในนามพรรครักษ์สันติ ในพื้นที่เขต 11 หลักสี่ ดอนเมือง (แขวงสนามบิน) แต่สอบตก หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 “สิระ” ได้รับเลือกเป็น สปช.สายสังคม มีผลงานที่ผู้คนจำได้คือ ออกโรงขวางการเปิดบ่อนกาสิโนของ สปช.กลุ่มรักชาติ และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. แบบเต็มตัว
อีกเรื่องหนึ่งคือ การประกาศคืนเงินเดือน เมื่อร่างรัฐธรรมนูญถูกโหวตคว่ำในขั้น สปช. แต่ “สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” ยืนยันว่า “ไม่มีระเบียบคืนเงิน”
แม้ในเวทีการเมืองระดับชาติ “สิระ” จะไม่โดดเด่นเป็นข่าวรายวัน แต่ปลายปีที่แล้ว ในพื้นที่แจ้งวัฒนะ ทุ่งสองห้อง เขากับ ศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางสังคม ออกมาเปิดโปงว่า “โครงการบ้านมั่นคง” มีการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์
โดยนำชาวบ้านชุมชนริมคลองในเขตหลักสี่ บางเขน และดอนเมืองประมาณ 300 คน ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ที่ สน.ทุ่งสองห้อง แต่ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารคุมตัวไปเพื่อระงับการเคลื่อนไหวที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวไป
นี่คือฉากชีวิตอันมีสีสันยิ่งของ “สิระ” นักธุรกิจบ้านทรงไทยร้อยล้าน และนักการเมืองสายหลวงปู่ฯ
วันนี้ เขาเฉิดฉายเป็นตัวละครสำคัญต่อกรณีความขัดแย้งภายในสถานีตำรวจทุ่งสองห้อง ในนามประธาน กต.ตร.สน.ทุ่งสองห้อง
ในปี 2547 มีการตราพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 เพื่อเป็นกฎหมายบริหารราชการตำรวจ ตามกฎหมายนี้มีบทบัญญัติให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารงานตำรวจ โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเสริมให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของประชาชนตามความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละพื้นที่ โดยการดำเนินการการมีส่วนร่วมนั้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำหนด
พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับนี้ยังคงให้มีกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจกรุงเทพมหานคร (กต.ตร.กทม.) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการทำงานของตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัด (กต.ตร.จังหวัด) ทำหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการทำงานของตำรวจภูธรจังหวัดต่างๆ และกรรมการตรวจสอบและติดตามการทำงานของตำรวจสถานีตำรวจ (กต.ตร.สน. ในพื้นที่ กทม. หรือ กต.ตร.สภ. ในต่างจังหวัด)
มีการกำหนดสัดส่วนผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยให้มาจากประชาชนในชุมชน กลุ่มอาชีพที่มาใช้บริการของตำรวจ และให้ผู้บริหารส่วนท้องถิ่นเป็นกรรมการด้วย โดยในระดับ กต.ตร.สน. เปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้บริหารส่วนท้องถิ่นเป็นประธาน กต.ตร.สน. และ กต.ตร.สภ. ได้ด้วย
ปัจจุบันองค์ประกอบของ กต.ตร.สน. จะมีจำนวนระหว่าง 8-19 คน โดย 3-6 คน มาจาก 1.หัวหน้าสถานี 2.ผู้อำนวยการเขต หรือผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต 3.ข้าราชการตำรวจใน สน.ในแต่ละงานที่หัวหน้าสถานีตำรวจนครบาลมอบหมาย (ไม่เกิน 4 คน) กรรมการชุดนี้เป็นกรรมการโดยตำแหน่งหรือตามที่ได้รับมอบหมาย, กรรมการจากการคัดเลือกมี 4-7 คน มาจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวน ที่ตำรวจชั้นประทวนใน สน.เลือก 1 คน ประชาชน 3-6 คน ได้จากข้าราชการในแต่ละ สน.เลือก และกรรมการจากการคัดเลือก (1-6 คน) เป็นประชาชนไม่เกิน 3 คน และเป็นข้าราชการอื่นไม่เกิน 3 คน กรรมการชุดนี้ได้จากกรรมการโดยตำแหน่งคัดเลือก
ส่วน กต.ตร.สภ.จะมีจำนวน 10-22 คน โดยสัดส่วนแรกเป็นกรรมการโดยตำแหน่งมี 3-6 คน มาจาก 1.หัวหน้าสถานีตำรวจภูธร 2.นายอำเภอหรือปลัดอำเภอ 3.ข้าราชการตำรวจในแต่ละงานที่หัวหน้าสถานีตำรวจภูธรมอบหมาย (ไม่เกิน 4 คน) สัดส่วนต่อมาคือกรรมการจากการเลือก เป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนที่ตำรวจชั้นประทวนในสถานีตำรวจภูธรเลือก 1 คน นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน อย่างละ 1 คน (รวม 3 คน) ซึ่งให้เลือกกันเอง ประชาชน 3-6 คน ข้าราชการตำรวจในแต่ละสถานีตำรวจภูธรเลือก สัดส่วนสุดท้ายคือ กรรมการจากการคัดเลือก (1-6 คน) มาจากประชาชนไม่เกิน 3 คน มาจากข้าราชการอื่นไม่เกิน 3 คน มาจากกรรมการโดยตำแหน่งเป็นผู้คัดเลือก ส่วนผู้ที่จะมาทำหน้าที่ประธาน กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ.นี้ จะมาจากการคัดเลือกของ กต.ตร.สน. หรือ กต.ตร.สภ.นั้นๆ เป็นผู้คัดเลือก โดยกต.ตร.สน.จะมีวาระการครองตำแหน่งครั้งละ 2 ปี
กต.ตร.สน.และ กต.ตร.สภ. มีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะการปฏิบัติงานของสถานีตำรวจ ส่งเสริมการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจและการบริหารงานตำรวจ รับคำร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของตำรวจ ให้ข้อมูลข่าวสารและเสนอปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่แนะนำช่วยเหลือหรือสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ของสถานีตำรวจ มีส่วนร่วมในการกำหนดลักษณะรูปแบบและวิธีการให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและการรักษาความปลอดภัยของประชาชน ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ด้านการจราจร ด้านการดูแลสาธารณสมบัติ และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในท้องถิ่น
ส่วนกรณีของ “สิระ เจนจาคะ” ได้รับคัดเลือกให้เป็น กต.ตร.สน.ทุ่งสองห้อง มาแล้วหลายปี และได้รับการคัดเลือกให้เป็นประธาน กต.ตร.สน.ทุ่งสองห้อง มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557



