
ข้อหาหนัก!4โจ๋โหดข่มขืนสาว-ฆ่าฝังดินแฟนหนุ่ม
จับแล้ว!4โจ๋โหดข่มขืนสาว-ฆ่าฝังดินแฟนหนุ่ม เจอข้อหาหนักร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขณะทีเหยื่อสาวผวาขอกำลังตำรวจคุ้มกัน
1ก.พ.2559 จากกรณีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุฆ่าแฟนหนุ่มแล้วข่มขืนแฟนสาวต่อหน้าก่อนสังหารจุดหลุมฝังทิ้งกลางป่าเทือกเขาบรรทัด และนำร่างหญิงสาวไปทำร้ายและโยนร่างทิ้งเหวเขตรอยต่อ จ.ตรัง โชคดีหญิงสาวรอดชีวิต พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนคินทร์ จ.พัทลุง เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วยเยาวชน อายุ 17 ปี จำนวน 2 คน และอายุ 18 ปี จำนวน 2 คน โดยสามารถจับกุมตัวได้แล้ว 2 คน ส่วนอีกสองคนอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยล่าสุดได้รับการประสานจากญาติว่าจะนำผู้ต้องหาที่เหลือเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนภายในวันนี้ ขณะเดียวกันจากการสอบสวนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม 2 คน ให้การรับสารภาพและให้การที่เป็นประโยชน์ต่อคดี โดยเป็นผู้ที่บอกเส้นทางกับเจ้าหน้าที่จนนำไปสู่การค้นหาศพจนพบเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.วิชัย กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์มาก เนื่องจากได้รับากรยืนยันว่าฝ่ายหญิงผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายและข่มขืนนั้นตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว ขณะที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดเป็นเพื่อนกันและยังเป็นเยาวชน ทำให้การดำเนินคดีต้องระมัดระวัง ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น ขณะนี้ได้รับการยืนยันว่าผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 2 คนได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร แล้ว ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปรับตัวมาดำเนินคดี
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา แม่ของผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาแจ้งความว่าลูกชายหายตัวไป พร้อมทั้งให้การว่า ก่อนหายตัวไปมีเพื่อนวัยรุ่นในหมู่บ้านเดียวกันนัดให้ออกไปพบ และจากการสอบสวนเจ้าหน้าที่จึงได้ตามประกบวัยรุ่นต้องสงสัย ก่อนจะควบคุมตัวมาสอบปากคำ กระทั่งให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุข่มขืนและฆ่านายภาสกร โดยไม่ทราบว่าฝ่ายหญิงยังมีชีวิตอยู่ และหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูบจึงนำกำลังเข้าค้นหาจุดที่คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว
“คดีที่เกิดขึ้นสาเหตุการสังหารมาจากเรื่องชู้สาวในกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่พอใจกันเอง จนมีการท้าทายกันเกิดขึ้น กระทั่งนำมาสู่การก่อเหตุที่รุนแรง” พ.ต.อ.วิชัย กล่าว
อย่างไรก็ตามสำหรับหญิงสาวที่ถูกทำร้ายล่าสุดได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตรัง จ.ตรัง โดยอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนศพนายภาสกรเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อให้แพทย์ตรวจสพิสูจน์ต่อไป
สำหรับประวัติของผู้ก่อเหตุทั้งหมดส่วนใหญ่เคยมีคดีติดตัวทั้งสิ้น รวมทั้งผู้ตายด้วย เนื่องจากอยู่ในแก๊งเดียวกัน และในวันเกิดเหตุได้ลงมือทำร้ายก่อนยิงจนเสียชีวิตต่อหน้าแฟนสาวโดยมีการถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ด้วย
เจอข้อหาหนักร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รอง ผบก.ภจว พัทลุง พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก สภ.ศรีนครินทร์ พ.ต.อ. ประสิทธิ์ ปานดำ ผกก.สส.ภจ.ว.พัทลุง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องมีการประชุมติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว ได้ประชุมร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีฆ่าแล้วฝังศพในป่าเทือกเขาบรรทัด
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายโอม อายุ 19 ปี และนายผาเยาวชน 17 ปี บ้านอยู่ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง โดยทั้งคู่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.ศรีนครินทร์ ในขณะที่ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก 2 คน ประกอบด้วย นาย คิว อายุ 19 ปี บ้านอยู่ อ.ศรีนครินทร์ และนายเจมส์ เยาวชน อายุ 17 ปี อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง นั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวอยู่
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนี ขณะนี้ได้ติดต่อเพื่อขอเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ยังไม่ระบุวันเวลาในการเข้ามอบตัว ซึ่งผู้ต้องหาอาจจะออกมอบตัวที่ สภ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจยึดรถยนต์กระบะ มิตซูบิซิ สตร้าด้า หมายเลขทะเบียน บฉ – 3961 พัทลุง คันที่ใช้ก่อเหตุไว้ได้แล้ว 1 คัน ในขณะที่นางสาวเอ ( นามสมมุติ ) เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายตอนนี้ อาการปลอดภัย
พ.ต.อ.วิชัย กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้วทั้ง 2 คนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฏหมาย ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตัวเอง ร่วมทั้งข้อหาร่วมกันปิดบังซ่อนเร้นศพ
และจากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ปมปัญหาน่าจะเกิดขึ้นระหว่างนายคิว กับผู้ตาย ซึ่งมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งอยู่ และมีปากเสียงกันเรื่อยมา จึงอาจจะทำให้นายคิวโกรธแค้น จึงพาพวกไปวางแผนฆ่าฝังดินดังกล่าวอย่างไรก็ตามคดีนี้น่าจะจบได้ในเร็วๆนี้ เพราะไม่มีอะไรสลับซับซ้อน
เหยื่อสาวถูกข่มขืนผวาขอกำลังตำรวจคุ้มกัน
ที่โรงพยาบาลตรังแพทย์และพยาบาลยังคงดูแลรักษาอาการบาดเจ็บของ น.ส.เอ ซึ่งมารดารวมทั้งคนในครอบครัวได้เดินทางมาจาก อ.นาทวี จ.สงขลา มาเฝ้าดูแลอาการด้วยความเป็นห่วงอย่างใกล้ชิด โดยไม่อนุญาตให้ใครเข้าเยี่ยม เนื่องจากเกรงว่าจะมีกลุ่มผู้ต้องหาที่เหลือจะตามมาทำร้าย เพราะหลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายทราบว่าผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือและรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตรัง ได้มีชายแปลกหน้า 5 คน ซึ่งญาติเชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้าย เดินทางไปตามหาถึงโรงพยาบาล แต่หาไม่พบจึงกลับไป
ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศรีนครินทร์ ได้เดินทางเข้าสอบปากคำเหยื่อสาวเพิ่มเติม และได้ขอตรวจสอบภาพวงจรปิดภายในโรงพยาบาล โดยทางผู้เสียหายและญาติยังอยู่ในอาการหวาดผวา กลัวจะมีคนตามมาฆ่าปิดปาก จึงได้ขอเคลื่อนย้ายคนเจ็บไปนอนรักษาตัวในตึกอื่น โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าว รวมทั้งบุคคลอี่นที่ไม่ใช่ญาติเข้าใกล้อย่างเด็ดขาด รวมทั้งนายอำเภอศรีนครินทร์ที่เดินทางเข้าเยี่ยมอาการทางญาติ ก็ไม่อนุญาต ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลก็มีการจัดเวรยามดูแลอย่างเข้มงวด พร้อมร้องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบไปเฝ้าดูแล ตามจุดต่างๆอย่างใกล้ชิดแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.ดาวลอย เหมือนเดช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง กล่าวว่า หลังจากทางตำรวจในท้องที่ให้ความช่วยเหลือเหยื่อ และทางพนักงานสอบสวน และตำรวจชุดสืบสวนตรังทราบที่มาของเหตุการณ์แล้ว จึงได้ประสานกับตำรวจท้องที่ สภ.ศรีนครินทร์ เพื่อให้ข้อมูลเชื่อมโยงไปแล้ว จนกระทั่งได้มีการสืบสวนและลงไปค้นหา จนพบศพของแฟนของเหยื่อสาว ส่วนเรื่องการสอบสวนเพื่อติดตามคดี จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องที่ สภ.ศรีนครินทร์ต่อไป ทางตำรวจตรังไม่ได้ทำคดีเอง แต่ให้ความร่วมมือทุกด้านอย่างเต็มที่ รวมทั้งการดูแลรักษาความปลอดภัยเหยื่อสาว
รองโฆษกตร.เผยเพิ่มความเข้มดูแลปราบแก๊งวัยรุ่น
พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วและได้สั่งการไปยังเจ้าที่ตำรวจในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวัง ยอมรับการก่อเหตุลักษณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมดูแลยากเนื่องจากเป็นเรื่องส่วนตัว ทราบมาว่าผู้ตายเป็นคนเจ้าชู้ด้วย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังมีการเพิ่มความเข้มข้มในการปฏิบัติงานทุกพื้นที่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว ขอให้หายห่วงได้
ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุอาจจะเข้ามอบตัวเพิ่มเติมอีก 2 คน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีมาตรการป้องกันและปราบปรามแก๊งวัยรุ่นที่ก่อเหตุในลักษณะนี้อย่างไร พล.ต.ต.ทรงพล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้นโยบายในการป้องกันและปราบปรามแก๊งวัยรุ่นมีอยู่แล้ว เป็นนโยบายหนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ปฏิบัติงานตามความสามารถ แต่การเกิดเหตุการณ์ทุกครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่แรก จึงไม่รู้ว่าป้องกันเหตุอย่างไร และยันว่าที่ผ่านมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้นอยู่แล้ว
สองผู้ต้องหาดอดมอบตัวตำรวจชุมพรแล้ว
เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สถานีตำรวจภูธรหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร พ.ต.อ.ธงชัย นุ้ยเจริญ ผกก.สภ.หลังสวน สั่งการให้ พ.ต.ท.สิชา พูลวงษ์ รอง ผกก.สส.สภ.หลังสวน พร้อมด้วย ร.ต.ท.กิติศักดิ์ เพ็งรัตน์ ร.ต.ท.ธน เนตรใจบุญ ร.ต.ท.สมชาย ศิกษมัต และพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากจังหวัดพัทลุง ประกอบด้วย พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.วิชัย วิชยานฤพล ผกก.สภ.ศรีนครินทร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกหลายนายได้ร่วมกันรับมอบตัว นายเจมส์ (นามสมมุติ) อายุ17 ปี ชาว ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง
ทั้งนี้ เป็นไปตามหมายจับศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง ที่ 4/2559ลงวันที่31ม.ค.2559ในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติกรรม เหตุเกิดที่ เทือกเขาบรรทัด(ไทรทอง) ม.10 ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 27-28 มกราคม ที่ผ่านมา
นอกจากนั้นยังมี นายนพพร หรือคิว ทองเอียด อายุ18ปี อยู่บ้านเลขที่138หมู่4ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุง ที่38/2559 ลงวันที่31ม.ค.2559โดยกล่าวว่า ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติกรรม เหตุเกิดในสถานที่เดียวกันและวันเวลาเดียวกัน
พ.ต.อ.ธงชัย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้(1ก.พ.59)ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ได้ติดต่อและเดินทางขอเข้ามอบตัว โดยมีน้าสาวของ นายเจมส์(นามสมมุติ) 1 ในผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนพาเข้าพบ ภายหลังสอบสวนด้วยตัวเอง ผู้ต้องหาทั้ง2ยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาจริงและมีการถ่ายคลิปเอาไว้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของคดีต่อไปก็ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุคือ สภ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ในส่วน สภ.หลังสวนทำหน้าที่เพียงรับและส่งตัวผู้ต้องหาเท่านั้น



